www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 104 คน
 สถิติเมื่อวาน 562 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
11895 คน
88839 คน
1069939 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

 

 

มื้อแรกที่กรุงปราก ณ ภัตตาคารปักกิ่ง
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
21 กุมภาพันธ์ 2552

การเดินทาง ทางบกระหว่างประเทศในยุโรป สะดวกสบาย เพราะเป็นถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ 4 เลน และการเข้าประเทศไม่ต้องมาตรวจพาสปอต ให้ยุ่งยาก เราจึงไม่รู้ตัวว่าเราอยู่ประเทศใดกันแน่ ระหว่างประเทศเยอรมัน เช็ก หรือออสเตรีย เพราะบรรยากาศหนาวเย็น อาคารบ้านช่องคล้ายกัน

เราเดินทางออกจากเมือง เมืองเรแกนส์เบิร์ก(Regensburg) ประเทศเยอรมัน ไปถึง กรุงปราก ประเทศเช็ก เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2552 ท้องไส้เริ่มร้อง ชักจะหิวขึ้นมาละซิครับ ค่ำนี้ไกด์หัวเถิกเฮียฮ้อ จะพาเราไปทานข้าวที่ไหนดี...น้อ

รถโค้ชขับวนเวียนอยู่หลายรอบ พวกเราก็เดินทางมาถึง ร้านอาหารปักกิ่ง เป็นร้านอาหารจีน ระดับภัตตาคาร 3 ดาว รถยนต์จอดริมถนนหน้าร้านอาหาร พวกเราต้องลงจากรถ โอ้โฮ ข้างนอกอากาศหนาวเย็นยะเยือก หิมะตกปรอย ๆ พวกเรารีบจ้ำอ้าว เข้าไปในอาคาร เพราะข้างนอกหนาวเหน็บ เหลือเกิน ภายในร้าน ตกแต่ง เป็นบรรยากาศแบบจีน มีพระสังกัจจายน์ ทำด้วยทองเหลือง องค์ใหญ่ตั้งอยู่ในร้าน

ชาวจีนจะนับถือ พระสังกัจจายน์ หรือ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ นับเป็นเทพเจ้าองค์แรกที่ชาวจีนต้องเซ่นไหว้ก่อนเทพองค์อื่นๆ เป็นเทพเจ้าที่มีพลานุภาพให้โชคลาภ ความมั่งคั่งร่ำรวยแก่ผู้เซ่นไหว้ พระสังกัจจายน์เป็นเทพชั้นสูง ให้คุณทางด้านอำนวยโชคลาภ ความมั่งคั่งทรัพย์สินเงินทอง ชาวจีนจึงยกย่องให้ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือเทพเจ้าแห่งเงินตรา

เอ้า...หิวแล้ว ไปทานอาหารดีกว่า อาหารที่เสริฟ ประกอบด้วย ต้มจืด รสชาติจืดชืด ตามสไตล์อาหารจีน ตามด้วยไก่ผัดพริกแห้ง เป็ดย่าง ผัดผัก ปลาเต้าเจี้ยว ที่ขาดไม่ได้คือ ไข่เจียว และข้าว มื้อแรกทุกคนก็ได้แต่มอง เพราะบางคนยังปรับตัวไม่ทัน สุดท้ายคือ ซี่โครงหมูนึ่งยาจีน ไม่ค่อยน่าทานเท่าไร่ จืดสุด ๆ อิ่มครับอิ่มหลังจากนั้น ผมก็เดินสำรวจร้านอาหาร มีโต๊ะข้าง ๆ น่าจะเป็นคนเอเชีย นั่งทานข้าวอยู่ข้าง ๆ พวกเขาก็พยายามที่จะคุยด้วยเหมือนกัน แต่ก็ติดตรงที่เขาก็ทานข้าวอยู่ ไอ้จะชวนเขาคุยก็เกรงว่าจะเสียมรรยาท

ร้านอาหารปักกิ่ง ยังคงเอกลักษณ์จีนอย่างเหนียวแน่น ด้านหน้าทางประตูเข้าร้าน ก็จะมีปลาคาร์พ เลี้ยงไว้ 4-5 ตัว เมื่อราว 1115 ปี ก่อนคริสต์ศักราช หรือเมื่อ 3097 ปีมาแล้ว ประเทศจีนสมัยราชวงศ์โจวเคยมีภาพปลาคาร์พ และบันทึกเกี่ยวกับเสนาธิการของจักรพรรดิ์ชื่อ เจียงจื่อเอี่ย ไปตกปลาคาร์พที่ริมแม่น้ำ และเมื่อ 2500 ปีมาแล้ว กษัตริย์ราชวงศ์โจวสมัยเดียวกันของจีนได้ให้ปลาคาร์พตัวหนึ่งแก่ "ขงจื้อ" ที่ได้ลูกชายคนแรกเป็นของกำนัล ซึ่งภายหลังขงจื้อได้ตั้งชื่อบุตรชายของตนว่า "หลี่" แปลว่า คาร์พ นั่นก็แปลว่า ปลาคาร์พ มีความผูกพันกับคนจีน มาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้ ทางร้านยังจัดให้มีเก้าอี้นั่ง เหมือนกับที่นั่งของฮ่องเต้ ผมได้ลองนั่งถ่ายภาพคู่กับ ท่านรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ (คุณกฤษณพร เสริมพานิช) และ ผู้อำนวยการสถาบันการประชาสัมพันธ์ (คุณรวงทอง ยศธำรง) แหม๋ เหมือนฮ่องเต้ ในราชวงศ์ประเทศจีน กระผมต้องขอขอบพระคุณ  ที่ได้มีโอกาส ได้ถ่ายรูปคู่กับทั้งสองท่าน นับว่ามีบุญ เพราะต่อมา  รองอธิบดี ก็ได้ขึ้นเป็น อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์

ผมดูการจัดร้านอาหารปักกิ่ง ถูกตามหลักฮวงจุ้ย เช่นทางขึ้น จะมีที่พักจากนั้นจึง เลี้ยวขวา เปิดประตูเข้ามาก็จะมีอ่างเลี้ยงปลาคาร์ฟ ผนังด้านขวามือก็จะจัดเป็นที่นั่ง ของฮ่องเต้ ที่เป็นมุมเพื่อถ่ายภาพ ส่วนด้านซ้ายมือ จะเป็นพระสังกัจจายน์ ต่อไปก็จะเป็นโต๊ะทานอาหาร ผมได้เห็นการแต่งร้าน แล้วก็ รู้เลยว่า ไม่ธรรมดาครับ เอาเป็นแบบอย่างของใครก็ได้ที่จะเปิดร้านอาหาร ก็สามารถทำตามได้ ครับ


คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com