www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 667 คน
 สถิติเมื่อวาน 143 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
3051 คน
71600 คน
1249351 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

     
ร้าน OTOP ลาว
ธงลาว
เสื้อที่ระลึก
เบียร์ลาว
ร้านส้มตำริมโขง
คนนำทาง
ตำหมากหุง-หรือส้มตำลาว
ปลานิลย่างเกลือ
สะหวันนะเขต...ประเทศลาวตอนที่ 4
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
5 ธันวาคม 2552
 
หลังจากที่เราเดินเที่ยวชมตลาดสิงคโปร์ หรือตลาดสะหวันไซ  ในเมืองสะหวันนะเขตแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงการเดินทางไปเที่ยวชมรอบ ๆ เมืองสะหวันนะเขต หลังจากที่มีการสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ด้านจังหวัดมุกดาหารกับ เมืองสะหวันนะเขต สิ่งที่ตามมาทันทีคือ บ่อน ที่เป็นแหล่งอบายมุข แห่งใหม่ที่จะเป็นตัวดูดเงินเข้าประเทศ ลำพังคนลาวจะดำเนินการเองจึงเป็นเรื่องยาก ในขณะที่ผมกำลังจะออกจากด่านเพื่อเข้าประเทศลาวผมได้มีโอกาสสนทนา กับคนไทยที่ทำงานอยู่ในบ่อนใหม่ของลาวที่ชื่อ สะหวันเวกัส ก็พอได้ข้อมูลมาว่า เจ้าของผู้ถือหุ้นในคาสิโนแห่งนี้ เป็นคนไทย แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นของใครกันแน่ ส่วนนักพนันที่เข้ามาเล่น จะเป็นคนไทย ส่วนใหญ่จะมาจากด้านจังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ   เพราะคนไทยกลุ่มนี้เคยเล่นที่บ่อนเขมรมาก่อนจึงมีความชำนาญ ในการเล่น และแน่นอนในเรื่องของการให้บริการ บ่อน หรือ ที่เรียกกันอย่างโก้หรู ว่า คาสิโน แห่งนี้ ทราบมาว่ามีการให้การบริการเป็นอย่างดี ตั้งแต่มีการให้บริการรถรับส่งฟรี จาก บขส.มุกดาหาร เพื่อไปบ่อน มีโรงจอดรถยนต์ในฝั่งไทยที่สามารถจอดรถยนต์นับหลายร้อยคัน ให้บริการ และผมยังทราบข่าวมาว่า มีผู้เล่นคนไทยคนหนึ่งเข้าไปเล่นต้องสูญเสียเงินถึง 30 ล้านบาท และทราบมาว่า ทางบ่อนเห็นว่าคนเล่นจะฉิบหายไปกว่านี้ ก็เลยให้เงินคืนไป 1 แสนบาท เพื่อเป็นค่ารถกลับบ้าน นี่ไม่ใช่บ่อนใจดีนะครับ เขากลัวว่า เดียวจะฆ่าตัวตายในบ่อน เสียชื่อเขาอีก อันนี้เป็นข้อมูลนะครับ ที่ว่ามาผมไม่ได้เข้าไปเฉียดแม้นแต่น้อย และชาตินี้จะไม่เล่นโดยเด็ดขาด เพราะการพนัน พ่อผมสอนไว้ว่า เลวร้ายกว่าไฟไหม้บ้าน เพราะมันจะกินโฉนด และทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ไฟไหม้บ้าน มันยังเหลือที่ดินให้เราเอาไว้ปลูกบ้านใหม่นะครับ แม้นว่าโฉนดจะถูกไฟไหม้บ้านไปแล้วก็ตามครับ 
 
เอาหล่ะ...อย่าไปสนใจเรื่องคาสิโนเลยนะครับ หลังจากที่ผมเดินดูตลาดสิงคโปร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงเรียกรถสามล้อเครื่อง ที่จอดอยู่แถวนั้น เพื่อให้ไปตระเวนตามจุดท่องเที่ยวที่พอจะไปดูได้ ท้าวสุริพน แก้วเมฆ อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถสามล้อ ที่จอดรอรับผู้โดยสารอยู่แถวนั้น  ได้เข้ามาพูดคุยกับผม ผมจึงบอกให้เขาไปส่ง ศูนย์จำหน่าย OTOP  ท้าวสิริพน บอกว่า คนลาวเรียกว่า ODOP  ซึ่งตัว D มาจากคำว่า District หมายถึงอำเภอ หรือ แขวง ไม่ใช่สินค้าที่มาจากระดับตำบลเหมือนไทย ซึ่งผมก็สนใจ และถ้าไปที่อื่นอีก คือที่ริมโขง คิดเท่าไหร่ ท้าวสิริพน บอกว่า 100 บาท ก็พอ ผมจึงได้ตกลงราคา ให้เขาพาไปศูนย์ ODOP ตามที่เขาว่า ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดสิงคโปร์เท่าใดนัก     ศูนย์แห่งนี้ จะขายสินค้าพื้นเมือง ประเภท เสื้อผ้า เหล้า เบียร์ ของที่ระลึก ต่าง ๆ ผมซื้อเสื้อที่สกรีน คำว่า ลาว 2 ตัว พร้อมหมวกที่ปักธงชาติลาว 1 ใบ   และ เบียร์ลาว ตราหัวเสือ ชนิด Lager Beer เบียร์สะหวัน ตราไดโนเสาร์คอยาว ชนิด Lager Beer อย่างละ 1 กระป๋อง เพื่อนำกลับไปดูเป็นตัวอย่าง  เพื่อเป็นของที่ระลึก เมื่อพูดถึงเบียร์ ก็อยากจะพูดถึงในรายละเอียด เพราะเบียร์ในโลกนี้มีอยู่หลายชนิด คือ เบียร์สด (Draught Beer ) เป็นเบียร์ที่มาจากถึงเบียร์โดยตรง บางทีก็ได้มาจากถังเบียร์สด ๆ   ไลท์เบียร์ (Light Beer ) เป็นเบียร์ที่มีแอลกอฮอล์ต่ำ สีไม่เข้มมากนัก รถชาติจะจืดชืดกว่าเบียร์ทั่วไป ไอซ์เบียร์ (Ice Beer ) เป็นเบียร์น้องใหม่ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจที่ผู้จำหน่ายเบียร์ปล่อยให้เบียร์เย็นจัดจนเป็นน้ำแข็ง เหลือแต่แอลกอฮอล์นอนก้นจึงทำให้เบียร์ชนิดนี้มีแอลกอฮอล์เข้มข้นกว่า   ส่วนชื่ออื่นที่เคยได้ยินมาอย่าง ลาเกอร์ เบียร์ (Lager Beer) เอล (Ale) เบียร์ดำ (Dark Beer ) ทั้งสามอย่าที่ผมบอกมา เขาแบ่งตามประเภทการหมักครับ คือ ลาเกอร์ เบียร์ เป็นเบียร์ชนิดหมักยีสต์นอนก้นจนกระทั่งได้เบียร์ที่ใส มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูง ซึ่งเบียร์ลาวทั้งสองยี่ห้อที่ผมซื้อมา จากสะหวันนะเขต ก็เป็นเบียร์ชนิดนี้ ครับ 
 
เอล เบียร์ เป็นชนิดหมักยีสต์ลอยผิวหน้า น้ำเบียร์จะข้นกว่า ลาเกอร์เบียร์
 
เบียร์ดำ เป็นกระบวนการทำเบียร์แบบอังกฤษที่คั่วมอลต์จนเกรียมก่อนแล้วจึงนำไปหมัก ทำให้เบียร์กลายเป็นสีดำ จากมอลต์ที่ไหม้ซึ่งเบียร์ชนิดนี้มีแอลกอฮอล์ต่ำกว่าชนิดอื่น ผมต้องบอกท่านว่าเมื่อคราวที่ผมเดินทางไปเยอรมัน เมื่อต้นปี 2552 ก็ซัดเบียร์เหล่านี้มาหมดแล้วครับ ถ้าท่านอยากจะดูรายละเอียดก็ไปดูเรื่องราวที่ผมเขียนไว้ในเมนูดูงานยุโรปนะครับ เดินไปเดินมา ก็ใกล้เที่ยง ผมก็เลย ให้ท้าวสุริพน พาไปท่าเรือสะหวันนะเขต เพื่อจะได้ดูท่าเรือที่เคยรุ่งเรือง และหาอาหารทานที่นั่น 
 
ท้าวสุริพน บอกว่า ก่อนที่จะมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว บริเวณท่าเรือสะหวันนะเขต จะมีเรือขนส่งสินค้าจากไทย มาขึ้นที่ท่าเรือแห่งนี้ เป็นจำนวนมาก  คึกคัก แต่ตอนนี้เงียบเหงา วังเวง ไม่มีผู้คนเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังมีสาวลาวเชื้อสายเวียดนามเข้ามาถามเรื่องทำเสริมสวย ประเภททาสีเล็บใหม่ แต่พอเห็นผมจะกินข้าวเที่ยง ก็ต้องล่าถอยไป นอกนั้นก็จะมี แม่ค้าหาบเร่ เข้ามาถามเพื่อขายสินค้าอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก 
 
เมื่อผมมาถึงท่าเรือสะหวันนะเขต ผมก็เลือกทำเลที่นั่งริมโขงพร้อมกับสั่งอาหารมาทาน แม่ค้าชาวลาว ชื่อ แม่สวย ไซปันยา แม่ค้าขายอาหาร เชิญชวนให้เราทานข้าว ผมเลือกปลานิลเผาเกลือ ตัวละ 100 บาท หรือประมาณ 25,000 กีบ มา 1 ตัว ส้มตำลาว 1 จาน ข้าวเหนียว 1 จาน มื้อเที่ยงแค่นี้ผมก็อิ่มแล้ว แต่ดูแล้ว ผมคงกินไม่หมดแน่ จึงเชิญ ท้าวสุริพน ร่วมทานด้วยกัน อร่อยครับ แต่ปลาก็ยังเหลือ ครึ่งหนึ่ง  ผมจึงให้ท้าวสุริพน ห่อกลับไปกินกับครอบครัวที่บ้าน  
 
ที่ผมสั่งส้มตำลาว ก็เพราะอยากจะเห็นหน้าตาของส้มตำลาวขนานแท้ว่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร เผื่อว่าร้านที่เปิดขายอาหารประเภทร้านลาบ ข้าวเหนียว ส้มตำ จะได้เอาเป็นแบบอย่าง ที่เป็นสูตรดั้งเดิม 
 
แม่สาย เล่าให้ฟังว่า ส้มตำลาว มีส่วนผสมของ มะนาว มะกอก มะเขือเทศ พริก ปลาร้า น้ำปลา เมื่อโครกให้เข้ากันดีแล้วเราจึงจะใส่ มะละกอลงไป คลุกเคล้าให้ดี พอจะยกไปเสริฟ จึงจะใส่เมล็ดผักกะเฉด หรือที่ทางภาคกลางจะเรียกว่า เมล็ดผักกะถิน ส่วนทางภาคใต้จะเรียกสะตอเบา   ผสมเข้าไปด้วย  แบบนี้ก็อร่อยไปอีกแบบ เรื่องรสชาติผมต้องบอกท่านว่า ไม่เปรี้ยว ไม่เค็ม ไม่มีหวาน  เกินไป รถชาติจะออกกลมกล่อม หรือภาษาลาวจะเรียกว่ารสนัว ท่านใดจะเอาสูตรนี้ไปใช้ก็ไม่ว่ากันนะครับ แต่ผมก็เห็นส้มตำลาวที่เมืองมุกดาหาร ก็มีลักษณะเหมือนกับฝั่งลาว ครับ  หลังจากที่ผมอิ่มหมีพีมัน จึงให้ ท้าวสุริพน พาผมไปส่งที่ท่ารถบขส.สะหวันนะเขต เพื่อเดินทางกลับไทย ซึ่งที่ท่ารถบขส. ตรงนี้ผมสังเกตเห็นคำขวัญติดอยู่บนกันสาด ภายในอาคาร เขียนไว้น่าสนใจ ผมจึงให้น้องคนลาวอ่านให้ผมฟัง เพราะผมอ่านภาษาลาวไม่ค่อยออกก็ได้ความว่า 
 
สะหวันนะเขต     ผืนแผ่นดินคำ พระธาตุฮิงฮัง     สถานบูชางามสง่า สัดโลกดึกดำบัน    ไดโนเสาร์ฮ้อยล้านปี ปะเพนี   วัดทะนะทำเลิศล้ำ ถิ่นกำเนิด ขับลำสี่จังหวะ
 
เป็นคำขวัญที่หมายถึง เมืองสะหวันนะเขต เป็นแผ่นดินทองคำ มีพระธาตุศักดิ์สิทธ์ชื่อ ฮิงฮัง   มีซากไดโนเสาร์ร้อยล้านปี และมีวัฒนธรรมที่ให้กำเนิด หมอลำสี่จังหวะ   ก่อนจาก ผมเห็นป้ายบอกว่า เปิดการเดินรถระหว่างมุกดาหาร-สะหวันนะเขต เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2550 (24/8/2007)  ครับลาก่อน สะหวันนะเขต โอกาสหน้าผมจะมาอีก ครับ และจะอยู่ให้นานวันกว่านี้ 
 
* * * * * * * * * * *
 

คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com