www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 127 คน
 สถิติเมื่อวาน 256 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4333 คน
109405 คน
1090505 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

 

1 ตุลาคม 2549
วิเคราะห์หลังปฏิวัติ 19 กันยา-2 ตุลา 49 เหตุการณ์ใต้ยังไม่ยุติ
โดยณรงค์ ชื่นนิรันดร์ ผู้สื่อข่าว 8 ว.

บทนำ
เมื่อเวลา 21.30 น. วันอังคารที่ 19 เดือนกันยายน พุทธศักราช 2549 หรือ 19-09-49 พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) พร้อมด้วย พลเอกเรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลเรือเอกสถิรพันธุ์ เกยานนท์ผู้บัญชาการทหารเรือ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ พลตำรวจเอกโกวิท วัฒนะ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกัน ก่อการ รัฐประหาร ยึดอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะปฏิบัติราชการอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งการรัฐประหาร ที่ชาวบ้านทั่วไป เรียกกันติดปากว่า ปฏิวัติ การเข้ายึดอำนาจของ คปค. หลายฝ่ายมองว่าเหตุการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าจะมีความสงบสุข แต่เหตุการณ์ กลับไม่มีความสงบ กลุ่มคนร้าย ยังมีการลอบยิง โรงพัก ตำรวจ ทหาร ลอบฆ่าผู้บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่อง และลอบเผาโรงเรียน ตลอดจนทรัพย์สินของประชาชน และแม้นว่าเดือนนี้จะเป็นเดือนถือศีลอด ของชาวมุสลิม อันเป็นเดือนศักดิ์สิทธิ์ กลุ่มคนร้าย ก็ไม่ได้ละเว้น

นั่งกินเหล้าอยู่หน้าบ้านโดนยิงตาย3ศพ อ.เมืองยะลา เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 20 ก.ย.49 เกิดเหตุยิงกันที่ร้านขายของชำ เลขที่ 61/26 ถนนหน้าอนามัยสะเตงนอก หมู่ 9 ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา ที่เกิดเหตุพบศพนายเริ่ม ภักดีจิตต์ อายุ 61 ปี เจ้าของบ้าน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่หน้าอก 1 นัด นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อคือนางหยาด ภักดีจิตต์ อายุ 60 ปี ภรรยาของนายเริ่ม ถูกยิงเข้าที่หน้าอก 1 นัด และนายชาติชาย สุขประสิทธิ์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/1 ถนนผังเมือง 4 ซ.18อำเภอเมือง จ.ยะลา อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ถูกยิงเข้าที่หน้าอก 1 นัด ต่อมาทั้งคู่ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะที่นายชาติชาย กำลังนั่งดื่มสุราอยู่ที่หน้าร้านโดยมีนางหยาด นั่งทำอาหารอยู่ใกล้ๆ ส่วนนายเริ่มอยู่ภายในร้าน ได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ไม่ทราบทะเบียน มาจอดที่หน้าร้าน ก่อนที่คนนั่งซ้อนท้ายซึ่งสวมเสื้อยึดแขนยาวสีดำ จะเดินลงจากรถทำที่เข้าไปขอซื้อบุหรี่ภายในร้าน ในขณะที่นายเริ่มกำลังหยิบบุหรี่ คนร้ายได้ชักอาวุธปืนพกสั้นยิงใส่ 1 นัดจนนายเริ่มล้มลง ส่วนคนร้ายอีกคนได้ชักปืนยิงใส่นางชาติชาย และนางหยาด จนได้รับบาดเจ็บและต่อมาได้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ที่โรงพยาบาล

พูโลเชื่อรัฐประหารช่วยดับไฟใต้
(มติชน) วันที่ 21 กันยายน49 สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายลัคมัน บี.ลิมา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นรองประธานองค์การปลดปล่อยรัฐปัตตานี หรือ       พูโล ที่ลี้ภัยอยู่ในประเทศสวีเดน กล่าวยินดีที่ทหารภายใต้การนำของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ทำการรัฐประหารล้มรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ      ชินวัตร และชี้ว่าการรัฐประหารครั้งนี้คงจะสามารถช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้

"เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่ทหารยึดอำนาจเพื่อขึ้นมาแทนที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ เราหวังว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะได้รับการแก้ไขให้คลี่คลายลงได้ภายใต้ พล.อ.สนธิ ในฐานะผู้นำคนใหม่ พล.อ.สนธิเป็นเพียงคนเดียวที่รู้จริงถึงปัญหาภายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้"          นาย  ลัคมันกล่าวในการตอบคำถามทางอี-เมล์ ที่ทางสำนักข่าวเอพีส่งไป (ไม่ปรากฏข่าวในเอพี ที่ได้สืบค้นแล้ว/ผู้เขียน)

อย่างไรก็ตาม นายลัคมันกล่าวว่า "เราจะต่อสู้ต่อไปจนกว่าได้รับอิสรภาพโดยสมบูรณ์ในรัฐปัตตานี" ซึ่งหมายถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อันได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

ขณะที่นายคอร์ดิยะ มาแป ชาวไทยเชื้อสายมุสลิม ใน จ.ยะลา กล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ตนหวังว่า พล.อ.สนธิจะสามารถแก้ปัญหาไฟใต้ได้ในฐานะที่ พล.อ.สนธิเป็นคนมุสลิมเหมือนกัน และสามารถเข้าถึงชาวบ้านได้

ยิงอดีตหน.กลุ่มBRN
อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เวลา 07.45 น. 21 ก.ย. 49 ขณะที่นายมาหามะ เจ๊ะนะ หรือชื่อจัดตั้งว่า "สะรี ดาฮง" อายุ 41 ปี อดีตหัวหน้าฝ่ายกองกำลังขบวนการก่อการร้ายกลุ่มBRN ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพักเลขที่ 16/1 บ้านดาฮง หมู่ 4 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เพื่อไปกรีดยางพาราในสวนยางพาราภายในหมู่บ้านดาฮง ระหว่างทางถูกคนร้ายดักซุ่มยิงด้วยปืนเอ็ม 16 เสียชีวิต

ยิงอดีตผช.ผญบ.ตาย-อบต.บาดเจ็บ
อ.ยะหา จ.ยะลา เวลา 11.40 น. วันที่ 21 ก.ย.49 บนถนนสายบ้านปายอ-เหมืองลาบู หมู่ 8 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา นายมาหามะ ยานีระ อายุ 41 ปี อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ต.ปะแต ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ลำตัวและศีรษะเสียชีวิต และนายดุลรอโอ๊ะ บาราหาแม อายุ 41 ปี อดีต อบต.ปะแต หมู่ 6 ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ขาขวาได้รับบาดเจ็บ สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ อย่างไรก็ตามไม่ตัดประเด็นเรื่องส่วนตัว

ระเบิดเพิงพักริมทางทหารเจ็บ 4 นาย
อ.เมืองปัตตานี เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 ก.ย.49 เกิดเหตุระเบิดที่พักริมทางตั้งอยู่บริเวณสุสานโต๊ะอาเย๊าะ ถ.ยะรัง ต.จะบังติกอ อ.เมืองปัตตานี พบว่า จุดเกิดเหตุเป็นศาลายกพื้นสร้างด้วยไม้สภาพเก่า แรงระเบิดทำให้หลังคาและพื้นไม้ได้รับความเสียหาย ด้านล่างพบหลุมระเบิดกว้าง 60 ซ.ม. ลึก 30 ซ.ม. พบสะเก็ดระเบิดและชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4 นาย คือ ส.ต.อ.พิทยา นิยมยาตรา ส.ต.ต.สิทธิชัย ทุมกลาง ส.ต.ต.นิยม บุญยก และส.ต.ต.อับบัส ต้นหน สังกัดสภ.อ.ทุ่งยางแดงจ.ปัตตานีทั้งหมดถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ลำตัวและขา

ก่อนเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย รักษาความปลอดภัยอยู่ในศาลาที่เกิดเหตุ และมีตำรวจอีก 3 นายอยู่ริมถนน ปรากฏว่าได้เกิดระเบิดขึ้นเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ประชาชนตกใจวิ่งหนีกันอลหม่าน สำหรับระเบิดเป็นชนิดแสวงเครื่อง จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ

ยิงคนแก่อายุ 72 ตาย พร้อมแจกใบปลิว
อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เวลา 17.30 น.วันที่ 23 ก.ย.49 มีเหตุยิงกันบนถนนลูกรังชลประทาน ม.5 ต.ยาบี ที่เกิดเหตุ พบศพนายฉาย ปานแก้ว อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 ม.5 ต.ยาบี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าลำตัว 2 นัด และพบใบปลิวที่คนร้ายทิ้งไว้ ระบุว่า "นี่คือประกาศของเรา ตราบใดที่ทหารตั้งค่ายอยู่ในหมู่บ้านของชาวมลายู ผู้ที่รับเคราะห์คือชาวไทยพุทธ" สอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ผู้ตายกำลังเลี้ยงวัวอยู่บนถนนที่เกิดเหตุ ปรากฏว่ามีคนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์มาจอดแล้วชักอาวุธปืนยิงเสียชีวิต

ลอบเผาอาคารโรงเรียนที่ไม่ใช้งาน
อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เวลา 22.00 น. วันที่ 23 ก.ย.49 มีเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนบ้านกองทัพบกอุทิศ ม.8 บ้านดอนยาง ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทราบว่าอาคารดังกล่าวไม่ได้ใช้งานแล้ว เนื่องจากโรงเรียนได้ปิดไปแล้วประมาณ 1 ปี โดยได้ไปสร้างอาคารเรียนใหม่ที่อื่น เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มก่อความไม่สงบ

ยิงชาวมุสลิม ผู้บริสุทธิ์ หลังกลับจากส่งเมีย
อ.เมืองปัตตานี เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 24 ก.ย.49 เกิดเหตุยิงกันบนถนนสายปัตตานี หมู่ 2 ต.บาราเฮาะ พบรถจักรยานยนต์พวงข้างยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กทธ 818 ปัตตานี บรรทุกกะลามะพร้าวตกข้างทาง ใกล้กันมีผู้เสียชีวิตอยู่หน้าบ้านเลขที่ 14/1 ทราบชื่อ แวฮามะ แวดอยี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 5 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดที่ศีรษะ 2 นัด ก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตายกลับมาจากส่งภรรยาไปทำงานในตัวเมืองปัตตานี จากนั้นได้แวะซื้อกะลามะพร้าวในตลาด ก่อนมุ่งหน้ากลับบ้านพัก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ ไม่ติดป้ายทะเบียนตามมาประกบแล้วชักอาวุธปืนยิง 4 นัดจนรถเสียหลักตกข้างทางเสียชีวิตทันทีก่อนจะพากันหลบหนีไป.

ลอบยิงภารโรงขณะขี่รถจักรยานยนต์กลับบ้าน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 25 ก.ย.49 มีคนถูกยิงบนถนนสายบาซาเวาะเซ็ง - เกาะหวาย หมู่ 2 ต.ปิตูมุดี ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ ทะเบียน กพก- 420 ปัตตานี ล้มอยู่บนถนนส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลยะรัง ทราบชื่อนายสุชาติ สุวรรณชาตรี อายุ 37 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว กระสุนถูกแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ สอบสวนทราบว่า นายสุชาติ เป็นนักการภารโรง โรงเรียนบ้านประจัน ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถคันดังกล่าวจะกลับบ้านพัก มาถึงที่เกิดเหตุถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่ม อยู่ริมถนนในป่าละเมาะ และยิงนายสุชาติ ได้รับบาดเจ็บ

ลอบยิงผู้บริสุทธิ์
อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เวลา 15.30 น. วันที่ 25 ก.ย.49 มีเหตุยิงกันบนถนนสายภูมี - ม่วงหวาน หมู่ 4 ต.ยามู ที่เกิดเหตุพบศพนายสุพิณ โพธิชนะพันธ์ อายุ 41 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นเข้าศีรษะ 1 นัด สอบสวนทราบว่าขณะที่ผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์จะกลับบ้านพัก มาถึงที่เกิดเหตุถูก 2 คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตามมาประกบก่อนจะใช้ปืนยิงใส่แล้วหลบหนีไป.

ยิงโรงพัก เมียตำรวจตาย 1
พ.ต.ท.สุคนธ์ สุฉันทบุตร รองสารวัตรปราบปราม เล่าว่า คนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้ปืนเอ็ม 79 ยิงเข้ามายังโรงพักแต่ลูกปืนตกลงเกาะกลางถนนหน้าโรงพัก และโรงพักก็ไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด เท่าที่ทำงานด้านมวลชนสัมพันธ์ในพื้นที่ได้ข้อมูลว่า เด็ก ๆ เยาวชนในพื้นที่มีความจำเป็นต้องทำเพราะถ้าไม่ทำก็จะมีอำนาจมืดคอยบังคับ ซึ่งเท่ากับว่า ถ้าไม่ลงมือก็ต้องตายเช่นกันดังนั้นพวกเขาจึงต้องทำโดยไม่รู้ว่าผลของการกระทำต้องการอะไรกันแน่

ต่อมาเช้าวันที่ 26 กันยายน49 กำลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบที่ สภ.อ.รามัน เชื่อว่าคนร้ายไม่ต่ำกว่า 20 คน แบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุดโจมตี เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นการตอบโต้ที่ตำรวจ สภ.อ.รามัน ปิดล้อมจับกุมสมาชิกRKK 5 คนพร้อมปืนอาก้าและปืนลูกซอง เมื่อหลายวันก่อน

ส่วนที่ สภ.ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 อาก้า เอชเค และลูกซองตกอยู่ที่ด้านหน้าและด้านข้าง สภ.ต.หลายร้อยปลอก หัวกระสุนระเบิดเอ็ม 79 ตกอยู่ 2 หัว ขวดบรรจุน้ำมัน 2 ขวด เศษขวดระเบิดเพลิง 3 ขวด รถยนต์เสียหาย 7 คัน

ขณะเจ้าหน้าที่อยู่ภายใน สภ.ต.ปะแต ประมาณ 40 นาย คนร้ายคาดว่ามีกว่า 30 คน แบ่งออกเป็น 4 ชุด ซุ่มโจมตี 2 ครั้ง ครั้งแรก 20 นาที ครั้งที่สอง 15 นาที มีชุดซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ที่จะเสริมกำลังสนับสนุนด้วยการตัดต้นไม้ขวางถนน พร้อมเผายางรถยนต์ ซุ่มยิงหม้อแปลงไฟฟ้า ส่วนนางสุภาภรณ์ อายุ 27 ปี ภรรยาของ ส.ต.ต.นพดล สิงห์ตา ที่เสียชีวิตกำลังนั่งรีดเสื้ออยู่บนบ้านพัก ซึ่งนำศพกลับไปประกอบพิธี ที่บ้านเกิดจ.ลพบุรี และนายอับดุลเลาะ เจ๊ะฮะ อายุ 42 ปี เสียชีวิต ส่วน ส.ต.ต.สรรพสิทธ์ หิมะคุณ อายุ 26 ปี ตำรวจพลร่ม ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยขณะเข้าสนับสนุนกำลังในพื้นที่เมื่อกลางดึกวันที่ 25 กันยายน 2549

เชื่ออุสตาซเซ๊ะ-โซ๊ะถล่ม2โรงพัก ความคืบหน้า คดีคนร้ายซุ่มโจมตี สภ.อ.รามัน จ.ยะลา พ.ต.อ.วิสูตร นาคจู ผกก.สภ.อ.รามัน ประชุมพนักงานสอบสวนและชุดสายสืบ โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นฝีมือนายอับดุลเลาะเซ๊ะหะยีดอเลาะ หรือที่รู้จักใน นาม "อุสตาซเซ๊ะ" หัวหน้ากลุ่มRKK กับพวก โดยปฏิบัติการเพื่อการตอบโต้กรณีที่ พ.ต.ท.นรินทร์ บูสะมัญ รอง ผกก. (สส.) สภ.อ.รามัน นำตำรวจเข้าปิดล้อมจับกุมกลุ่มRKKได้5คนพร้อมอาวุธปืนครบมือก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ ตำรวจยังเชื่อด้วยว่า การยิงถล่ม สภ.ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา ในคืนวันที่ 25 ก.ย.49 นั้น น่าจะเป็นฝีมือกลุ่มของนายอิสมาแอล ระยะหลง หรือ "อุสตาซโซ๊ะ" ที่ชาวบ้านพบว่ามีการเคลื่อนไหวในพื้นที่รอยต่อ อ.บันนังสตา-บ้านปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา

ปัตตานี-ยิงภารโรงตายอีก1
อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 07.50 น.วันที่ 27 ก.ย.49 มีเหตุคนร้ายลอบยิง นายอำนวย นิลน้ำ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ 3 ต.บ้านนอก อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี นักการภารโรง โรงเรียนศิริราชสามัคคี อ.มายอ ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อเวลา 07.50 น. ขณะนั่งรถโดยสารประจำทางสายปะนาเระ-ยะลา เพื่อเดินทางไปทำงาน โดยมีผู้โดยสารกว่า 10 คน นั่งมาภายในรถ เมื่อมาถึงบริเวณหมู่ 3 ต.สะกำ อ.มายอ คนร้าย 2 คน ที่นั่งอยู่ภายในรถได้ลุกขึ้นมาใช้อาวุธปืนจ่อยิงเสียชีวิตทันที ก่อนที่คนร้ายได้บังคับให้โชเฟอร์จอดรถแล้วลงจากรถวิ่งหลบหนีไป

ถล่มรถฮัมวี่ ทหารพลีชีพ 1 นาย
อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 28 ก.ย.49 มีเหตุระเบิดบนถนนสายเป๊าะเจ๊ะเต็ง-กาว๊ะ บ้านเป๊าะเจ๊ะเต็ง หมู่ 1 ต.กาว๊ะ       อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ที่จุดเกิดเหตุพบรถยนต์หุ้มเกราะฮัมวี่พลิกหงายท้องอยู่กลางถนน ในสภาพพังยับเยิน ห่างกันเล็กน้อยพบหลุมระเบิดกว้างประมาณ 3-4 เมตร ลึกประมาณ 2-3 เมตร โดยมีเศษสะเก็ดระเบิดกระจายเกลื่อนในรัศมี 30 เมตร

นอกจากนี้ยังพบทหารได้รับบาดเจ็บ รวม 5 นาย ทราบชื่อ ส.อ.พุทธา โพธิจักร ทำหน้าที่พลขับ ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขาทั้ง 2 ข้าง โดยขาด้านซ้ายขาด 2 ท่อน บาดเจ็บสาหัส จ.ส.อ.อัมพร สมหวาน ถูกสะเก็ดระเบิดที่ขาทั้ง 2 ข้าง ร่างกาย และแขน อาการสาหัส พลทหารบรรพต จักรขุพันธ์ ถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกายหลายแห่ง บาดเจ็บสาหัส พลทหารอัมพร ทิพย์วัลย์ บาดเจ็บสาหัส และพลทหารสมพล พลเพ็ง บาดเจ็บสาหัส ทั้งหมดสังกัด ร้อย ร.6014 ต่อมาส.อ.พุทธาได้เสียชีวิตลงเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายนำระเบิดชนิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม บรรจุไว้ในถังน้ำยาเคมีดับเพลิงซุกไว้ใต้ถนน โดย การลากสายไฟยาวประมาณ 50 เมตร เข้าไปในป่ารกทึบ เมื่อขบวนทหารมาถึงจึงจุดชนวน ขณะที่ทหารทั้งหมดนั่งมาในรถคันดังกล่าว เพื่อลาดตระเวนเส้นทาง และจะไปรับคณะครูโรงเรียนบ้านสายะ และโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ตามจุดนัดพบ ต่าง ๆ ในพื้นที่ แต่มาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายซึ่งซ่อนและพรางตัวอยู่ในป่ารกทึบข้างถนนได้กดชนวนระเบิดไว้จนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวแรงระเบิดทำให้รถยนต์หุ้มเกราะฮัมวี่ ลอยขึ้นฟ้าสูงกว่า 5 เมตร และตกลงมากระแทกพื้นจนพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า ส่วนทหารที่อยู่ภายในรถถูกสะเก็ดระเบิดและแรงระเบิดได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิต

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่ในรัศมี 50 เมตร พบร่องรอยของกลุ่มคนร้าย ประมาณ 3-5 คน และพบอาวุธปืนขนาด .38 แบบลูกโม่ 1 กระบอก พร้อมกระสุน 6 นัด ตกอยู่ที่พื้นกลางสวนยางพารา นอกจากนี้ยังพบ ระเบิดชนิดแสวงเครื่อง ประกอบบรรจุไว้ในกล่อง เหล็กหนักประมาณ 5 กิโลกรัม จุดชนวนระเบิดด้วยสัญญาณโทรศัพท์มือถือ คาดว่าคนร้ายเอาไว้ดักระเบิดซ้ำเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบจุดเกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่สามารถเก็บกู้ไว้ได้ คนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมขบวนการRKK หลังเกิดเหตุ ได้มีผู้ปกครองเดินทางมารับบุตรหลานทันที ทำให้ผู้บริหารโรงเรียนในพื้นที่ ต.กาว๊ะ 5 โรงเรียนได้พร้อมใจกันปิดโรงเรียนโดยไม่มีกำหนดเนื่องจากเกรงว่าคณะครูและนักเรียนจะได้รับอันตราย

ลอบยิงอบต.ตายอีก1
อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เวลา 08.00 น.วันที่ 28 ก.ย.49 มีคนถูกยิงบนถนนสายปัตตานี-นราธิวาส หมู่ 3 ต.ตะบิ้ง จึงนำกำลังไปตรวจสอบพบรถปิกอัพรับส่งนักเรียน ยี่ห้อมาสด้า ทะเบียน บฉ 6585 ปัตตานีจอดอยู่ ภายในที่นั่งคนขับพบศพ นายอาณัติ เพ่งเอียด อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 5 ต.แป้น อ.สายบุรี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน 11 มม. ที่ลำตัว 2 นัด ในตัวยังพบปืนประจำตัวขนาด .38 อยู่ที่เอว พบว่าผู้ตายเป็นสมาชิก อบต.แป้น อ.สายบุรี ก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้ตายขับรถกลับมาจากส่งนักเรียนในตัวอำเภอสายบุรี กำลังมุ่งหน้าจะกลับบ้านพัก เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามมาประกบ แล้วใช้ปืนยิงใส่ก่อนจะหลบหนีไป

ยิงภารโรงตายเป็นรายที่3
อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 28 ก.ย.49 มีเหตุยิงกันบนถนนสายบ้านลาเกาะ-บ้านยือราแป หมู่ 3 บ้านควนหยี ต.ปะโด พบรถปิกอัพยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน น-1419 ยะลา ตกอยู่ในคูน้ำข้างทาง ที่กระจกด้านคนขับถูกยิงจนเป็นรู ส่วนคนเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลมายอ ทราบชื่อนายแฉล้ม แก้วมณี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 119/1 หมู่ 3 ต.ปะโด ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าที่ลำตัว 1 นัด อาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบว่าผู้ตายเป็นนักการภารโรงอยู่สำนักงานเกษตรอำเภอมายอ ก่อนเกิดเหตุขณะขับรถคันดังกล่าว จะกลับบ้านพักหลังจากเลิกงานแล้ว มาถึงที่เกิดเหตุถูก 2 คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ตามมาประกบยิงก่อนจะหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกับที่ยิง นายอำนวย นิลน้ำ อายุ 44 ปี นักการภารโรง โรงเรียนศิริราชสามัคคี อ.มายอ บนรถประจำทางเสียชีวิต.

ลอบวางระเบิดหวังโจมตีเจ้าหน้าที่กินอาหารเช้า
อ.เมืองจ.นราธิวาส เมื่อเวลา 07.50 น.วันที่ 29 ก.ย.49 คนร้ายได้ลอบวางระเบิด 3 จุด ในจังหวัดนราธิวาส จุดแรก ระเบิดเกิดขึ้นที่ บริเวณคูน้ำระหว่างร้านน้ำชาเลขที่ 175 ถนนพิชิตบำรุง เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ของนายชัยวัฒน์ ภู่เบ็ญจพงศ์ หรือ โกเมี่ยน อายุ 58 ปี กับร้านซุ้มปลา ที่เปิดจำหน่ายปลาสวยงาม เลขที่ 173 ของนายธีรพงศ์ นรารัตน์วงศ์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ประจำ จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้ตำรวจจราจรถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ 1 นาย คือ จ.ส.ต.วิชิต จันทร์วิบูลย์ อายุ 38 ปี ตำรวจจราจร สภ.อ.เมืองนราธิวาส ถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บที่บริเวณขาขวา และสะเก็ดระเบิดยังทำให้ถังแกลลอนน้ำแข็ง โต๊ะที่ตั้งขายผลไม้พังยับเยิน นอกจากนี้ท่อประปาและมิเตอร์หัก 2 ท่อน น้ำพุ่งกระจายอยู่ตลอดเวลา แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมกว้าง 50 ซ.ม. ลึก 30 ซ.ม. เจ้าหน้าที่ตรวจพบเศษกล่องเหล็กสี่เหลี่ยม เศษเหล็กหุนตัด เศษปุ๋ยแอมโมเนียไนเตรทเศษซิมโทรศัพท์มือถือ เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็กสี่เหลี่ยม จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ

ก่อนเกิดเหตุ จ.ส.ต.วิชิตได้เข้าไปนั่งดื่มน้ำชาบริเวณหน้าร้านกาแฟโกเมี่ยน และมีชาวบ้านไม่ทราบชื่ออีก 3 คนนั่งอยู่ภายในร้าน เพียงครู่เดียวคนร้ายได้กดชนวนระเบิดขึ้น เป็นเหตุให้จ.ส.ต.วิชิตถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ ส่วนชาวบ้านและเจ้าของร้านไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะลอบนำวัตถุระเบิดมาซุกซ่อน ตั้งแต่กลางคืน แล้วจุดชนวนระเบิดในช่วงเช้า เนื่องจากทราบว่า ร้านกาแฟดังกล่าว จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจแวะใช้บริการเป็นประจำทุกวัน

จุดที่ 2 เกิดเหตุ 2 ครั้ง อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ครั้งที่ 1 คนร้ายลอบวางระเบิดศาลาที่พักริมทางบนถนนสายบาเจาะ-บ้านทอน บ้านดูกู หมู่ 7      ต.บาเจาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สีแดง ทะเบียน ช. 1827 นราธิวาส เสียหาย ครั้งที่2 เกิดที่ศาลาที่พักริมทางบ้านบือเระ หมู่ 3 ต.บาเระใต้ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส แรงระเบิดทำให้พื้นไม้กระดาน และสังกะสีมุงหลังคาเสียหายเล็กน้อย

สมาชิกอบต.ถูกยิง
อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส วันที่ 29 ก.ย.49 มีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต บนถนนสายบ้านกะดี-บ้านตามุง หมู่ 1 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ที่ริมถนนข้างรถจักรยานยนต์ซูซูกิ รุ่นเบส 110 สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กบจ-75 ยะลา ทราบชื่อคือนายไซพูดิน มูมิง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 ม.4 บ้านดาฮง ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เป็นสมาชิก อบต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองยาว 5 นัด ที่บริเวณลำตัว ที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนลูกซองเบอร์12ตกอยู่รวม3ปลอก

ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกมาจากบ้านพัก เพื่อจะไปร่วมประชุมยังสำนักงาน อบต.เชิงคีรี และเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุคนร้าย 4 คนใช้รถยนต์กระบะไม่ทราบสี ยี่ห้อและทะเบียน ได้ขับไล่หลังมาพร้อมขับประกบข้างแซงขึ้นหน้า จากนั้นคนร้ายที่อยู่กระบะหลังจ่อยิงใส่เสียชีวิตคาที่ ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่ตั้งไว้ 2 ประเด็น คือ การเมืองท้องถิ่นและสถานการณ์ใต้รายวัน

ลอบยิงผู้บริสุทธิ์
อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อกลางดึกวันที่ 30 ก.ย.49 มีคนร้าย 4 คนใช้ปืนลูกซองกระหน่ำยิง นายสิทธิชัย ธรรมนูญ อายุ 20 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 27/1 หมู่ 2 ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ขณะขี่รถจักรยานยนต์ผ่านสะพาน หมู่ 9 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา จนได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนราดน้ำมันจุดไฟเผารถแล้วหลบหนีไป

อ.ยะหา จ.ยะลา เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 30 ก.ย. 49 มีเหตุคนร้ายลอบยิง นายสิทธิชัย ไม่ทราบนามสกุล ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สภาพกลางเก่ากลางใหม่ล้มคว่ำอยู่ 1 คัน มีรอยถูกยิงกว่า 40 นัด และถูกเผาไหม้เกรียมทั้งคัน บนพื้นถนนมีหัวกระสุนปืนลูกซองตกอยู่หลายนัด เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อสืบหาคนร้ายต่อไป เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นฝีมือแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อ ความไม่สงบในพื้นที่

ลอบยิงบ้านชาวบ้านและเผารถ 10 ล้อ
อ.หนองจิก จ.ปัตตานี กลางดึกวันที่ 30 ก.ย.49 มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มบ้านเรือนราษฎรเลขที่ 52/1 หมู่ 1 ต.ลิปะสะโง อ.หนองจิก ได้รับความเสียหาย กระจกกับฝาผนังพรุน แต่ไม่มีใครเป็นอันตรายและมีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้น้ำมันเบนซินราดจุดไฟเผารถบรรทุก 10 ล้อของ หจก. ศรีสุชาติการโยธา ในท้องที่หมู่ 1 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทำให้ล้อหน้าด้านขวาถูกเผาไหม้เล็กน้อย

ยิงผู้ใหญ่บ้าน และทหารพราน ตา
อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เวลาประมาณ 07.00 น วันที่ 1 ต.ค. 49 มี 2 คนร้ายแต่งกายชุดดาวะห์ ขี่รถจักรยานยนต์ ใช้ปืนอาก้า กราดยิงนายสะแปอิง ปูตา ผู้ใหญ่บ้านบาโว ต.บางูสะโต อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขณะกำลังนอนบนแคร่ใต้ต้นไม้ภายในบ้านพัก กระสุนกว่า 10 นัดเข้าตามร่างของนายสะแปอิง จนพรุน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อเป็นการก่อความไม่สงบในพื้นที่

ลอบวางระเบิดบ้านพักทหารพราน
อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ก่อนหน้านี้ เวลา 21.30 น. วันที่ 1 ต.ค.49 เกิดเหตุระเบิด ที่บ้านเลขที่ 22/1 หมู่ที่ 3 ถนนสาย 420 ปัตตานี-ยะลา เขตเทศบาลเมือง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ตรงข้าม สภ.อ.ยะรัง และที่ว่าการ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี แรงระเบิดทำให้บ้านที่สร้างด้วยไม้สภาพเก่ายกพื้น ทำให้ระเบียงบ้าน ฝาบ้าน และหลังคาบ้านพักเสียหายยับเยิน แรงระเบิดได้กระเด็นถูกรถยนต์กระบะทำให้เสียหายไป 1 คันมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย คือ นายอามะ สดียามู อายุ 30 ปี ทหารพรานที่ 43 ช่วยราชการที่หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ที่ 3 ต.ตะโละแมะนา อ.ทุ่งยางแดง      จ.ปัตตานี ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าที่ใบหน้าและลำตัว บาดเจ็บสาหัส ขณะที่นายมาหามะ ยีเล็ง อายุ 48 ปี อดีตทหารพราน หมู่ที่ 5 ต.คลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี บาดเจ็บสาหัส
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบสะเก็ดระเบิดกระจายไปทั่วบริเวณ ส่วนระเบิดเป็นชนิดแสวงเครื่องจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ

สอบสวนทราบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของ ดต.ภน ชีพประสพ ผบ.หมู่ ป. สภ.อ.ยะรัง แต่ได้ให้นายอามะผู้ได้รับบาดเจ็บเช่าอาศัยอยู่กับครอบครัว โดยก่อนเกิดเหตุขณะที่ผู้บาดเจ็บทั้ง 2 คนนั่งพูดคุยกันอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน ปรากฏว่าเกิดระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เสียงดังสนั่น ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใน สภ.อ.ยะรัง ตื่นตกใจจึงต่างวิ่งออกมาจากโรงพัก เพราะคิดว่าถูกคนร้ายโจมตี อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่เชื่อคนร้ายได้นำระเบิดมาฝังไว้ใต้ถุนบ้าน เนื่องจากรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารพรานอาศัยอยู่ กระทั่งได้โอกาสจึงกดระเบิดทันทีเพื่อสร้างสถานการณ์ใต้

ลอบเผาโรงเรียนที่อ.หนองจิกจ.ปัตตานี อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เมื่อเวลา20.00 น. วันที่ 1 ต.ค.49 เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนบ้านดอนรัก หมู่ 1 ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทำให้อาคารเรียน 2 ชั้น ถูกเผาวอดทั้งหลัง มูลค่าความเสียหายราว 3 ล้านบาท ความคืบหน้าเมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ต.ค.49 นายธีระ มินทราศักดิ์ รอง ผวจ. ปัตตานี พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี พร้อมเจ้าหน้าที่วิทยาการเดินทางไปตรวจสอบหาหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบร่องรอยงัดประตูห้องเรียนชั้น ป.5/1 และมีกลิ่นน้ำมัน นอกจากนี้ ยังพบขวดเบียร์บรรจุน้ำมัน 3 ขวดวางไว้ข้างห้องดังกล่าว ขณะเดียวกัน มีครูและนักเรียนเดินทางมาดูสภาพโรงเรียนที่ถูกเผาตั้งแต่เช้า และต่างช่วยกันเก็บอุปกรณ์การเรียนที่ไม่ได้รับความเสียหายใส่กระสอบไปไว้ที่อาคารอื่น ก่อนหน้านี้มีผู้พบแมวถูกเชือดคอทิ้งไว้ด้านหลังอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ และมีข่าวลือว่า คนร้ายจะลอบยิงครูรวมทั้งเผาโรงเรียนด้วย ทางโรงเรียนจึงต้องรีบสอบปลายภาคเรียนที่ 1 ล่วงหน้าจนเสร็จสิ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และปิดเทอมทันที จากนั้นโรงเรียนก็ถูกลอบวางเพลิงตามข่าวลือ โดยคนร้ายอาศัยช่วงที่ชุดรักษาความปลอดภัยโรงเรียน 3 คน ไปทำละหมาดที่มัสยิดลอบเข้ามาวางเพลิง

ระเบิดซ้ำรถนักข่าวเสียหายเล็กน้อย
อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 2 ต.ค. 49 ขณะที่ ตำรวจ สภ.อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส พร้อมด้วย นำกำลังตำรวจไปตรวจที่เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงเผาตู้โทรศัพท์สาธารณะข้างศาลาที่พักริมถนนสายนราธิวาส-ปัตตานี ช่วงบ้านส้มป่อย หมู่ 4 ต.กาเยาะมาตี เมื่อตอนดึกที่ผ่านมา โดยมีนายณรงค์ นวลสกุล อายุ 43 ปี ผู้สื่อข่าวและช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 และผู้สื่อข่าว นสพ.คมชัดลึก ประจำ จ.นราธิวาส กับนายอัสอารี สะมะแอ อายุ 40 ปี ผู้สื่อข่าวและช่างภาพสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 ประจำ จ.นราธิวาส ไปบันทึกภาพทำข่าวร่วมกับสื่อมวลชนจากสำนักอื่น โดยนายอัสอารี จอดรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค สีน้ำตาล ทะเบียน กจ 9034 สงขลา เอาไว้ห่างจากศาลาราว 3 เมตร ระหว่างถ่ายภาพทำข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจที่เกิดเหตุอยู่นั้น ปรากฏว่าได้เกิดระเบิดขึ้นบริเวณริมถนนใกล้กับรถเก๋ง ของนายอัสอารีเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำให้รถเก๋งของนายอัสอารีได้รับความเสียหาย ถูกสะเก็ดระเบิดที่ตัวถังรถด้านซ้าย กระจกประตูด้านซ้ายและกระจกหน้าแตกแตกเป็นรู แรงอัดระเบิดยังทำให้นายณรงค์กับนายอัสอารี มีอาการหูอื้อ ตรวจสอบในจุดระเบิดพบหลุมลึก 2 ฟุต กว้าง 3 ฟุต มีเศษชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่อง เช่น เชื้อปะทุ ปุ๋ยยูเรีย กล่องเหล็ก และเศษชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือกระจายเกลื่อนในรัศมีกว้าง 15 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องบรรจุในกล่องเหล็ก น้ำหนัก 5 กก. มาวางไว้ในพงหญ้าริมศาลา แล้วลอบวางเพลิงเผาตู้โทรศัพท์ข้างศาลาอีกด้านหนึ่ง เพื่อหลอกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุ จากนั้นคนร้ายจึงจุดชนวนระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือให้เกิดการระเบิดขึ้น แต่ไม่มีใครได้รับอันตรายถึงชีวิต แต่รถยนต์ของผู้สื่อข่าวได้รับความเสียหาย 1คัน สรุปสถานการณ์ระหว่างวันที่ 19ก.ย.-2 ต.ค.49ยิง ระเบิด เผา ตาย บาดเจ็บ19 ครั้ง 3 ครั้ง 4 ครั้ง 15 ราย 14 ราย

บทสรุป
หลังจากที่ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ทำการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 หลายฝ่ายคาดการว่า เหตุการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ น่าสงบร่มเย็น เหมือนดังแต่ก่อน โดยเฉพาะทางฝ่ายขบวนการพูโล ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อ พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.โดยระบุว่า เราหวังว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะได้รับการแก้ไขให้คลี่คลายลงได้….และยังระบุว่าจะสู้ต่อไป "เราจะต่อสู้ต่อไปจนกว่าได้รับอิสรภาพโดยสมบูรณ์ในรัฐปัตตานี" เป็นคำพูดของ นายลัคมัน บี.ลิมา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นรองประธานองค์การปลดปล่อยรัฐปัตตานี และก็เป็นจริง เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ยังคง ดำเนินต่อไป โดยมีการลอบยิงผู้บริสุทธิ์ ถึง 19 ครั้ง ในจำนวนนี้มีทั้งคนสูงอายุ ที่เป็นชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกอบต. มีการลอบวางระเบิด 3 ครั้ง สร้างความสูญเสียแก่ทหารที่เข้าไปคุ้มครองครู มีการลอบเผาโรงเรียน เผารถยนต์ 10 ล้อ ของชาวบ้าน ได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 19 ก.ย.-2ต.ค.49มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และบาดเจ็บอีก 14 ราย

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อได้ว่า แม้นจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือเปลี่ยนรัฐบาลจากรัฐพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็น พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงถือศีลอด หรือเดือนรอมฎอน ซึ่งถือว่าเป็นเดือนแห่งการทำความดี กลุ่มก่อการร้ายก็ไม่ได้ลดละที่จะปฏิบัติการ สร้างความไม่สงบในพื้นที่ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์

การนำเสนอข่าวในช่วงนี้ สื่อได้ให้พื้นที่กับเหตุการณ์รัฐประหารค่อนข้างมาก จึงทำให้ดูเหมือนว่าเหตุการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่เกิดขึ้นหรือเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ความเป็นจริง กลับมีเหตุการณ์เกิดขึ้นทุกวัน มีความสูญเสีย ค่อนข้างมาก

สำนักประชาสัมพันธ์เขต 6 ได้ดำเนินการ กำหนดเนื้อหาประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ในประเด็นดังต่อไปนี้คือ
1.ประชาชนในพื้นที่ยังไม่เข้าใจ กฎอัยการศึก และ พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.
2.ประชาชนไม่เข้าใจกฎหมายอิสลาม ที่เกี่ยวข้องกับมรดก การหย่าร้าง
3.เร่งสร้างความเข้าใจในแนวความคิดของ นายกรัฐมนตรี คนที่ 24 โดยเฉพาะการแก้ปัญหาภาคใต้
4.การปฏิบัติตนในช่วงเดือนรอมฏอน
01/10/49

/////////////////////////

                             

1


คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com