www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 96 คน
 สถิติเมื่อวาน 94 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
6287 คน
27813 คน
1126594 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

 

14 ต.ค.49
วิเคราะห์ใบปลิว สื่อที่กลุ่มป่วนใต้นำมาใช้
โดย ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

บทนำ
การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการนำกลยุทธ์มาใช้หลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะการสื่อสาร ที่ลงไปถึงระดับชุมชน ที่อยู่ในพื้นที่ สื่อที่กลุ่มก่อการร้ายนำมาใช้มากที่สุดคือ ใบปลิว (Hand Bill)

ใบปลิว (Hand Bill) เป็นสื่อในการกระจายข่าว ที่เป็นข้อความในการปลุกระดม ข่มขู่ ชี้ชวนให้หลงเชื่อ จนทำให้ผู้ที่ได้รับข่าวสารหลงเชื่อและทำตาม อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งเป็นการปลุกกระแส ที่มีผลกระทบในวงกว้าง เช่นกรณี มีข่าวว่าจะมีการดับไฟฟ้าทั่วเมือง ขอให้ประชาชนเตรียมเทียนไขไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน และหลังจากที่มีใบปลิวฝ่ายตรงกันข้ามก็ออกมาโจมตี สถานีไฟฟ้า และเสาไฟฟ้าแรงสูง จนทำให้ไฟฟ้าในพื้นที่ จังหวัดยะลา และนราธิวาส ดับบางส่วน และยังมีกรณี ใบปลิว ห้ามค้าขายในวันศุกร์ เพื่อให้เป็นวันหยุดโดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้ชาวมุสลิม หยุดงานไปละหมาด สร้างกระแสให้ชาวมุสลิมเห็นว่า ราชการไม่เห็นความสำคัญของศาสนาอิสลาม เพราะในต่างประเทศที่อยู่ติดไทยคือ มาเลเซีย ประกาศให้วันศุกร์เป็นวันหยุด

พบใบปลิว เล่าเรื่องประวัติศาสตร์
เวลา 08.30 น. วันที่ 19 ส.ค.49 ตำรวจ สภ.อ.รามัน จ.ยะลาได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบใบปลิว ในท้องที่ ต.อาซ่อง และตำบลใกล้เคียง พื้นที่อ.รามัน จ.ยะลา ถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก มีทั้งภาษาโรมี และภาษาไทย พ.ต.ท.สุคนธ์ สุฉันทบุตร รอง ผกก.ปป. ได้สั่งการให้ จนท.ตำรวจฝ่ายสืบสวนออกไปตรวจสอบและนำกลับมายัง สภ.อ.รามัน เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชากันต่อไป โดยในใบปลิว ที่เป็นภาษาไทยนั้น พิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ในกระดาษ เอ 4 ทั้งหน้าหลัง มีข้อความสรุปว่า

เมื่อปี ค.ศ. 1964 ไทยเริ่มใช้นโยบายแทรกซึมโดยการส่งประชากรไทยพุทธจากภูมิภาคอื่นของประเทศมายังแผ่นดินปัตตานี โดยมาจับจองพื้นที่แบบมือเปล่า และทำการต่างๆที่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม ตามใจชอบ ปี ค.ศ.1973 จากการสำรวจประชากร ปรากฏว่าไทยพุทธเพิ่มจำนวน 50,000 คน ภายใน 10 ปี โดย จ.ยะลา มี 19,000 คน ปัตตานี มี 17,902 คน และนราธิวาส มี 13,905 คน รวมแล้ว จำนวน 50,807 คน ปัจจุบันเป็นเวลา 30 ปี มีประชากรไทยพุทธใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 350,000 คน จากประชากรทั้งหมด 1,737,560 คน และปัจจุบันไทยพุทธครอบครองพื้นที่ทำมาหากิน 30 - 40 % ของพื้นที่ทั้งหมด ทำให้มุสลิมที่อยู่เดิมมีความทุกข์ลำบากต้องออกไปทำมาหากินในพื้นที่ต่างๆ ทั้ง ๆ ที่แผ่นดินแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่อัลเลาะห์ประทานให้ กับเจ้าของแผ่นดินนี้

นอกจากนี้ในใบปลิว ยังเตือนว่า หากพบว่ามีการประกาศขายบ้าน ขออย่าได้เป็นนายหน้าและอย่าซื้อ เพื่อถือว่าเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน (รัฐปัตตานี) และจะเก็บไว้เป็นสาธารณะประโยชน์กับประชาชนในภายภาคหน้าเพราะเจ้าของมามือเปล่าต้องกลับมือเปล่า

ตอนสุดท้าย ยังได้กล่าวว่า วิกฤตกาลเหล่านี้เกิดขึ้นเพราะน้ำมือของ การ์เฟร์ทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าเปลี่ยนผู้รับผิดชอบดูแล ทั้ง พล.อ.สนธิ และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่เป็นมุสลิม แต่เป็นเครื่องมือเพื่อหลอกหลวง ทั้งสิ้น ลงท้าย ขอโทษไม่มีใครครอบครองเราได้หรอก นอกจากอัลเลาะห์องค์เดียว

ส่วนอีกใบหนึ่งเป็นการวาดภาพ พล.อ.สนธิ ใช้เชือกผูกจมูก โต๊ะยี และข้าราชการ โดยข้าราชการหวังได้รถยนต์ บ้าน ส่วนโต๊ะยี หวังเงิน ส่วนอีกซีกหนึ่งเป็นรูปของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไชโย โห่ร้อง ดีใจ และมีข้อความเป็นภาษาโรมี สรุปว่า ใครก็ตามที่สนับสนุนผู้ที่คิดร้ายต่อมุสลิม จะได้รับโทษจากอัลเลาะห์ เช่นเดียวกันใครที่ต่อต้านจะได้รับบุญกุศลจากอัลเลาะห์

เส้นทางเดินของใบปลิว
ฝ่ายตรงกันข้ามนิยมใช้ใบปลิว เป็นสื่อในการกระจายข่าว เพราะเป็นสื่อที่มีราคาถูก มีการแจกจ่ายที่ บริเวณตลาดสด ตลาดนัด และร้านนำชา ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ตลาดและร้านน้ำชา เป็นสถานที่มีชาวบ้านในชนบท มารวมตัวกันมากที่สุด ตลาดจึงเปรียบเสมือน ศูนย์แถลงข่าวชุมชน หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Market Press Center เมื่อชาวบ้านรับทราบข้อมูลจากตลาดสด ขั้นตอนต่อไปคือ ชาวบ้านก็จะมีการสื่อสารจากปากต่อปาก กระจายไปสู่ชุมชน อย่างรวดเร็ว และภายใน 1 วันข่าวก็จะกระจายไปทั่วหมู่บ้าน หากสื่อมวลชน นำเอา ใบปลิวมาเขียนเป็นข่าว โดยอ้างว่าได้มาจากแหล่งข่าว ที่ไม่มีตัวตนของผู้ให้ข่าว ซึ่งสื่อมักจะอ้างว่า เป็นการนำเสนอข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ เมื่อสื่อลงข่าว ยิ่งเป็นการปลุกกระแส ให้ผู้คนในพื้นที่หวาดกลัว และทำให้คนนอกพื้นที่ไม่กล้าเดินทางเข้าไปในพื้นที่ เพราะเกิดความเกรงกลัวต่อข่าวที่เกิดขึ้น


ทหารก็ใช้ใบปลิวตอบโต้
เวลา 09.45 น. วันที่ 10 ก.ย.49 ทหารจากกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) ขึ้นเฮลิคอปเตอร์นำใบปลิวขนาด 6x8 นิ้ว หลายพันฉบับโปรยลงมาตามชุมชนต่างๆ ในเขตเทศบาลนครยะลา โดยระบุเป็นภาษาไทยและภาษามลายูท้องถิ่นให้ระวัง กลุ่มคนร้ายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ แล้วก่อเหตุร้ายไร้ศีลธรรม และขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่อย่าได้หลงเชื่อข่าวลืออย่าตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มก่อความไม่สงบและระวังคนแปลกหน้าเข้ามาในชุมชนหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังโปรยใบปลิวข้อความขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่แจ้งข้อมูลข่าวสาร ให้รู้ว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะก่อเหตุร้ายในห้วงก่อนเทศกาลถือศีลอด (รอมฎอน) ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถประเมินสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น และมีความพร้อมในการรับสถานการณ์ล่วงหน้าได้

ผู้ว่านรา ฯ รู้ตัวคนทำใบปลิว มีข้าราชการ ให้ความร่วมมือ
วันที่ 11 กันยายน 2549 นายประชา เตรัตน์ ผวจ.นราธิวาส บอกว่า ได้มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีโปรยใบ ปลิวข่มขู่ในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง ระแงะ ยี่งอ บาเจาะ และ อ.รือเสาะ โดยพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ เป็นภาษาไทย และทำการปริ๊นด้วยเครื่องเลเซอร์ ข้อความลักษณะข่มขู่เอาชีวิตเจ้าหน้าที่และข้าราชการของรัฐ จากการตรวจสอบพบว่ามีข้าราชการและเจ้าหน้าที่บางคน ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนร้ายในการอำนวยความช่วยเหลือ ซึ่งทางจังหวัดมีรายชื่อแล้ว และขอฝากเตือนให้กลับใจเสีย ซึ่งหากพบว่ายังไม่กลับใจในเร็ววันนี้ ตนจะสั่งการเอาผิดตามวินัยอย่างแน่นอน และปลดออกจากราชการทันทีโดยไม่มีละเว้น

พบใบปลิวประณามโจรใต้วางระเบิดธนาคาร เวลา10.30 น. วันที่ 6 ก.ย.2549 ร.ต.ท. นำชัย พุ่มแสง รอง สวป. รักษาราชการแทน รอง สว. สภ.ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า พบใบปลิวถูกทิ้งไว้ตามถนนสาย 4062 เบตง-จันทรัตน์ ต.ยะรม อ.เบตง พบใบปลิวดังกล่าวมีข้อความระบุถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดธนาคารพาณิชย์ในพื้นที่อำเภอเบตง จำนวน 6 จุด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549 ใช้ข้อความเป็นภาษาไทยและยาวี มีข้อความว่า "พวกเราขอประณามคนที่ฝึกลูกหลานพวกเราทำผิด และว่าจ้างลูกหลานพวกเราเอาระเบิดไปวางไว้ในธนาคาร ทำลายทรัพย์สินและชีวิตของผู้บริสุทธิ์ พระผู้เป็นเจ้าทรงรับรู้ และทรงลงโทษให้สาสมกับความชั่วร้ายของพวกมัน พวกเราขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่จับกุมไปลงโทษตามกฎหมายให้หมด เพราะมีหลักฐานหนาแน่น ทราบว่าคนร้ายที่จับกุมได้ บางคนรับสารภาพจนหมดเปลือกแล้ว" ลงชื่อ กลุ่มรักสันติสุข

บทสรุป
กลยุทธ์ของผู้ก่อการร้าย ที่ใช้ในการสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อสร้างข่าวลือ คือ ใบปลิว ที่มีราคาถูก ไม่สลับซับซ้อน สามารถนำไปวางไว้ตามเป้าหมายที่ต้องการ จากนั้นผู้รับสารก็จะนำไปขยายผลปากต่อปาก จนเป็นข่าวใหญ่โต ทำให้สื่อมวลชนโดยเฉพาะสื่อสิ่งพิมพ์ ได้นำข้อมูลไปขยายผล จนสร้างความหวาดกลัวต่อผู้อ่านข่าวนั้น ซึ่งสื่อเองก็เข้าใจว่าการทำหน้าที่ของตนเองเป็นการนำเสนอข้อเท็จจริง แต่สภาพความเป็นจริงสื่อกำลังตกเป็นเครื่องมือ ของผู้ก่อการร้ายโดยไม่รู้ตัว เพราะได้นำใบปลิวไปลงขยายผล อย่างละเอียด ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาในจุดนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องขอความร่วมมือสื่อ ให้ขยายผลเพียงแต่ว่าพบใบปลิว เท่านั้น และไม่ควรนำเนื้อหาในรายละเอียดมาลง

* * * * * * * * * * * * * *

          1
คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com