www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 337 คน
 สถิติเมื่อวาน 72 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
2217 คน
2217 คน
1100998 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

 

วิเคราะห์ความสูญเสีย เหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ในรอบ 7 เดือน ระหว่าง1 มกราคม - 31 กรกฎาคม 2549
บาดเจ็บ 561 คน ตาย 365 ราย
โดย...นายณรงค์ ชื่นนิรันดร์ ผู้สื่อข่าว 8 ว.

จากการที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ วันที่ 4 มกราคม 2549 เป็นต้นมา ทำให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน อย่างมากมายมหาศาล สุดจะประมาณได้ จากการเก็บรวบรวมสถิติความสูญเสียในรอบ 7 เดือนแรกของปี 2549 ตั้งแต่ เดือนมกราคม-กรกฎาคม 2549 ปรากฏว่า มีทหาร ตำรวจ ทหารพราน และ ประชาชน เสียชีวิตจากเหตุการณ์ จำนวน 365 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวน 561 ราย

จากสถิติบ่งชี้ว่า ประชาชนได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ เสียชีวิต จำนวน 317 ราย บาดเจ็บ 410 ราย รองลงมาเป็นตำรวจ เสียชีวิต 38 ราย บาดเจ็บ 81 ราย และทหาร เสียชีวิต 10 ราย บาดเจ็บ 67 ราย ส่วนทหารพราน ได้รับบาดเจ็บเพียง 1 ราย ส่วนความสูญเสียของของครู กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ. อส. ทางศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่มีข้อมูล ซึ่งตัวเลขของผู้ที่เสียชีวิตและบาดเจ็บจะต้องมีอยู่จำนวนหนึ่งที่ ตกสำรวจ

ด้านประชาชน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับว่าเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จากเหตุการณ์ความไม่สงบ สาเหตุมาจากกลุ่มคนร้าย มักใช้กลยุทธ์ในการวางระเบิด ในสถานที่ชุมชน เช่น ตลาดสด แหล่งชุมชน จึงทำให้ประชาชนถูกระเบิดโดยตรง บางรายเดินทางไปในที่เปลี่ยว มักจะถูกลอบสังหารจากคนร้าย ที่ตระเวนทำร้ายผู้บริสุทธิ์ โดยไม่คำนึงว่า บุคคลผู้นั้นจะนับถือศาสนาใด และคราวใดที่ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมกลุ่มแกนนำ กลุ่มนี้ก็มักจะตอบโต้โดยการลอบยิงผู้บริสุทธิ์ เช่น ชาวบ้านที่นำสัตว์ไปเลี้ยง ตามทุ่งนา โดยเหตุเกิดเมื่อ 25 ก.ค.2549 เวลา 19.05 น.มีคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้ของมีคมลอบฟันนายเพียร สร้อยสุวรรณ์ อายุ 67 ปี ขณะกำลังเดินไล่ต้อนวัวกลับบ้านพัก เหตุเกิดที่บริเวณคอสะพานถนนสายมะรวด - ปากช่วง ม.3 ต.คอกกระบือ อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี นอกจากนี้คนร้ายยังได้ใช้น้ำมันราดจุดไฟเผา ศพ ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมผิดมนุษย์ เหมือนคนไม่มีศาสนาในหัวใจ
การกระทำของคนร้าย เหยื่อไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้ ในบางครั้งกลุ่มคนร้าย ยังลอบยิงคนแก่ที่ไม่มีทางสู้ เพื่อให้เกิดความหวาดกลัว และในที่สุดกลุ่มคนร้ายก็มีเป้าหมาย ให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่อพยพออกนอกพื้นที่ หากยังพบว่ายังอยู่ก็จะเข้าทำลายเรือกสวนไร่นา โดยการตัดฟันต้นยาง ต้นผลไม้ และยังก่อกวนไม่ให้พ่อค้าเข้าไป รับซื้อพืชผลทางการเกษตร ซึ่งทางจังหวัด ต้องยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ

ความโหดเหี้ยมของคนร้ายยังเดินหน้าต่อไป โดยไม่เกรงกลัวต่อบาป ฆ่าได้แม้กระทั่งผู้หญิงเหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ก.ค.2549 เวลา 11.30 น. มี ผู้พบศพนางฮามือเสาะ เจะมะ อายุ 42 ปี ศพนายอับดุลรอยะ หะยีเจ๊ะอารง ซึ่งเป็นสามีของนางฮามือเสาะฯ ภายในบ้านเลขที่ 91/18 ม.1 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส สภาพศพถูกของมีคมฟันอย่างเหี้ยมโหด มีแผลฉกรรจ์หลายแห่งทั้วร่างโดยเฉพาะจุดสำคัญที่บริเวณใบหน้า และลำลอ โดยทั้งคู่เป็นชาวไทยมุสลิม ซึ่งคนร้ายไม่เลือกที่จะลงมือว่าผู้นั้นจะนับถือศาสนาใด ขอให้ได้ฆ่าต่อผู้ที่ไม่มีแนวคิดเหมือนพวกตน กลุ่มคนร้ายก็สามารถที่จะกระทำได้

การทำร้าย ผู้บริสุทธิ์ ของกลุ่มคนร้าย ยังหันมาทำร้ายครู ที่เป็นผู้ให้ความรู้แก่บุตรหลานของตนเอง โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 24 ก.ค.2549 เวลา10.00 น. มีคนร้ายจำนวน 4 คน แต่งกายชุดนักเรียนปอเนาะ 3 คน อีก 1 คน แต่กายชุดนักเรียนช่างเทคนิค เข้าไปในโรงเรียนบ้านบือแรง ม.1 ต.ลาโละ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ทำทีว่าจะไปขอฝึกงาน หนึ่งในคนร้ายได้เดินลงจากรถจักรยานยนต์ แล้วเดินเข้าไปที่ห้องเรียน ชั้นประถมปีที่ 4 ขณะที่นายประสาร มากชู กำลังสอนหนังสือวิชาภาษาไทยอยู่ จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนพกสั้น ขนาด .38 ยิงนายประสาร จำนวน 3 นัด กระสุนถูกบริเวณศีรษะ และบริเวณด้านหลัง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก เพราะเป็นเวลาที่ นายประสาน กำลังถือชอร์ค เขียนกระดานดำ โดยไม่มีโอกาสที่จะต่อสู้ เพราะเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า ครูไม่เป็นศัตรูกับใคร แต่ก่อนที่จะเกิดเหตุ ชาวบ้านในอำเภอรือเสาะ ได้เข้าปิดล้อมโรงพักรือเสาะ เพื่อกดดันให้ปล่อยตัว ผู้ต้องหา เหตุเกิดเมื่อวัน 20 ก.ค.49 ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนแล้วว่าจะต้องมีการแก้แค้น ของกลุ่มคนร้ายอย่างแน่นอน

การทำร้ายครู มีมาอย่างต่อเนื่อง โดยเหตุการณ์แรกเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2548 ครูกอบกุล รัญเสวะ ผอ.โรงเรียนบ้านตือกอ ต.จะแนะ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ถูกคนร้ายลอบยิงจนเสียชีวิตขณะกำลังเดินทางกลับเมื่อตอนเที่ยงวัน เพื่อกลับไปป้อนข้าวแม่ที่นอนป่วยเป็นอัมพาต วันที่ 12 กรกฎาคม 2548 นายชัยยันต์ ไชยแขวง ผอ.โรงเรียนกรือซอ อ.แว้ง อ.นราธิวาส ถูกคนร้ายลอบยิงวันที่ 18 กรกฎาคม 2548 ครูดุสิต เหล่าสิงห์ ผอ.โรงเรียนท่าด่าน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ถูกลอบยิงขณะกำลังขับรถยนต์จะไปสอนนักเรียน เหตุเกิดในตอนสาย 19 พฤษภาคม2549 ครูจูหลิง ปงกันมูล ครูโรงเรียนบ้านกูจิงลือปะ หมู่ 4 ต.เฉลิม อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ถูกชาวบ้านรุมทำร้ายอาการสาหัสและรักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ หลายเดือน วันที่ 24 กรกฎาคม 2549 ครูประสาน มากชู ครูสอนวิชาภาษาไทยโรงเรียนบ้านบือแรง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ถูกคนร้ายบุกยิงถึงห้องเรียนขณะที่มือกำลังกำชอร์ค ครูทั้ง 5 คนล้วนแต่เป็นชาวไทยพุทธ ส่วนครูที่เป็นชาวไทยมุสลิม คนร้ายก็ไม่ละเว้น

"นางมาซือนะ โกตาบารู" ย้อนเหตุการณ์ที่สูญเสียสามี ซึ่งเป็นครูอยู่ที่ จ.ยะลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2548 "พอลงจากรถก็ถูกคนร้ายยิงล้ม โดยมีลูกอยู่ข้างล่าง เขาถูกยิง3นัด ที่รักแร้ หน้าอก หัวเข่า เนื้อตัวลูกสาวเต็มไปด้วยเลือด เหลือแค่ใบหน้านิดเดียว ลูกสาวร้องไห้ เสียงดัง ฉันรีบวิ่งไปอุ้ม จากนั้นไปดูสามีแต่เขาก็จากไปแล้ว" และนั่นก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ คนร้ายไม่เลือกเหยื่อว่าจะเป็นพุทธหรือมุสลิม

ในขณะที่พระสงฆ์ ก็ไม่เว้น คนร้ายยังอุกอาจลงมือ พระจุลเดช จุฬาลักษณ์กวิน พระวัดคูหาภิมุข อ.เมือง จ.ยะลา ที่ถูกฟันขณะออกบิณฑบาต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2547 "เดิน ไปไม่ไกลจากวัดประมาณ 100 เมตร มีผู้ก่อการร้าย 4 คน สวมหมวกไอ้โม่งและสวมหมวกกันน็อค เข้ามาทางหลัง อาตมาไม่ได้เอะใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พระรูปที่ 3 มีสัญชาตญาณของการเป็นตำรวจ เห็นเหตุการณ์ไม่ดี ตะโกนให้วิ่ง พอดีอาตมาเหยียบจีวรล้มลง ผู้ก่อการร้ายใช้มีดสปาตาฟันที่ บ่าซ้าย 1 แผลและไหล่ขวาอีก 1 แผล รวม 4 ครั้ง อยู่โรงพยาบาลประมาณ 1 สัปดาห์ เย็บแผลทั้ง หมด 76เข็ม ตอนนี้ร่างกายปกติดี แต่ตอนบิณฑบาตยังรู้สึกกลัวๆ ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น"

กลุ่มคนร้าย ยังคงเดินหน้า ลอบทำร้ายทหาร ตำรวจ โดยใช้วิธีการวางระเบิด เส้นทางที่ทหารคุ้มกัน ครู และยังขยายการปฏิบัติการลอบวางระเบิดตามเส้นทางสายหลัก คือ สายยะลา-เบตง ที่ทางการพบว่า มีการลักลอบขุดเป็นอุโมง ใต้ถนน ประมาณ 20 จุด เพื่อนำระเบิดแสวงเครื่องสอดใส่เข้าไปใต้ถนน แต่แผนการไม่สำเร็จ ซึ่งยุทธวิธีที่กลุ่มก่อการนำมาใช้ เพื่อเป็นการตัดเส้นทางการคมนาคม ไปสู่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา เพราะอำเภอเบตง มีเส้นทางเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นที่จะเดินทางเข้าสู่อำเภอได้ แน่นอนบริเวณที่มีการพบอุโมงใต้ถนน เป็นเขตอิทธิพลของกลุ่มก่อการ คือ อำเภอบันนังสตา อำเภอกรงปีนัง และอำเภอธารโต ทั้งหมดอยู่ในจังหวัดยะลา และเส้นทางที่จะไปอำเภอเบตงจะต้องผ่านพื้นที่ใน 3 อำเภอนี้


บทสรุป
การเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากสถิติในรอบ 7 เดือน พบว่า ประชาชนเสียชีวิตสูงสุด 317 ราย บาดเจ็บ 410 ราย ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่กระทบต่อสังคม และถึงแม้นว่าภาคราชการจะเร่งแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น แล้วก็ตาม

ผลกระทบดังกล่าว ยังส่งผลไปถึง ครู และพระสงฆ์ ที่จำวัดอยู่ในพื้นที่ ที่อยู่ด้วยความยากลำบาก การปฏิบัติภารกิจจึงมีทหารและหน่วยความมั่นคงเข้าไปคุ้มกัน จึงจะสามารถทำงานได้ และทุกฝ่ายจึงตกอยู่กับความเสี่ยงภัย ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตนเองได้ทุกเมื่อ

ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน ต้องระดมความช่วยเหลือ ประชาชน ทุกคนเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น ที่จะอยู่ในพื้นที่ต่อไป


คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com