www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 138 คน
 สถิติเมื่อวาน 256 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4344 คน
109416 คน
1090516 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

    

       ยุทธการแผ่นดินมืด น้ำท่วมเมือง เหตุที่ไฟใต้ไม่ดับ
ตอนที่ 3 คัมภีร์บิดเบือน
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
ผู้สื่อข่าว 8 ว. หัวหน้ากลุ่มข่าวและรายการภูมิภาค สปข.6

ความคืบหน้าของการสอบสวน นายอิสมาแอ บอซู หรือ เปาะซู หรือ อาเยาะซู ซึ่งเป็นผู้แปลคัมภีร์บิดเบือน เพื่อเป็นเครื่องมือในการปลุกระดมเยาวชนในการแบ่งแยกดินแดน รวมทั้งนายเจ๊ะกูแม ปูเต๊ะ ประธานขบวนการมูจาฮีดีนอิสลามปัตตานี และนายกามารุดดิน อาบู แกนนำคนสำคัญในพื้นที่ จ.นราธิวาส ที่ตำรวจสันติบาลมาเลเซียจับกุมตัวได้ และได้นำตัวไปสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยล่าสุดทีมสอบสวนซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารของมาเลเซีย ได้เค้นสอบบุคคลทั้งสามเกี่ยวกับข้อหาที่ฝ่ายรัฐบาลไทยกล่าวหาว่าเป็นภัยความมั่นคง และเป็นผู้เขียนคัมภีร์บิดเบือน ทั้งหมดให้การปฏิเสธ

รายงานข่าวยังแจ้งว่า การสอบสวนของทหารจากกองทัพมาเลเซียครั้งนี้ มีการประสานงานกับตัวแทนของ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร รมว.กลาโหม(ถูกปรับออกใน ครม.ทักษิณ 10) ซึ่งมีนายทหารระดับ พล.ท.เป็นหัวหน้าชุดและคณะอีก 5 คน ที่คอยให้ข้อมูลและหลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับการทำผิดของคน ทั้งสาม ให้กับคณะนายทหารมาเลเซียอยู่ตลอดเวลา แต่ทางการมาเลเซียยังไม่อนุญาตให้ทีมงานของ พล.อ.เชษฐา สอบสวนคนทั้งสาม รวมทั้งถ่ายภาพเพื่อเป็นหลักฐานแต่อย่างใด และทางการมาเลเซียได้ขอให้นำหลักฐานและพยานที่ชัดเจนว่า คนทั้งสามได้ทำผิดตามข้อกล่าวหาของทาง การไทยจริง และจากการสอบถามแหล่งข่าวที่ร่วมสอบสวนคนทั้งสามทราบว่า มีแนวโน้มสูงที่ทางการมาเลเซียจะไม่ส่งตัวคนทั้งสามให้ฝ่ายไทย เนื่องจากญาติฝ่ายภรรยาของนายเจ๊ะกูแม ปูเต๊ะ เป็นญาติของผู้บริหารระดับสูงของรัฐตรังตานู

 

สำหรับความคืบหน้า ส.ส. ไทยรักไทย จ.นราธิวาส คนหนึ่ง ได้ส่งรายงานลับถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าผู้อยู่เบื้องหลังการปล้นปืนเป็นสตรีผู้หนึ่งนั้น จากการติดตามหาข่าวในเชิงลึก เชื่อว่าสตรีคนดังกล่าวน่าจะเป็นภรรยาของ นายเจ๊ะกูแม ปูเต๊ะ ซึ่งคอยทำหน้าที่เป็นมันสมองให้กับนายเจ๊ะกูแมมาโดยตลอด โดยมีภูมิลำเนาเดิมอยู่ใน จ.ปัตตานี เช่นเดียวกับนายเจ๊ะกูแม ซึ่งสตรีผู้นี้เป็นผู้ที่นัดประชุมกองกำลัง และเป็นผู้นำเงินค่าจ้างมาจ่ายให้กับกลุ่มขบวนการที่ปฏิบัติการปล้นปืนทั้งหมดด้วย

 

ที่ห้องประชุมหน่วยทักษิณพัฒนา ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี เมื่อ 10.00 น. วันที่ 14 สิงหาคม 2547 พล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย นายสุธรรม แสงประทุม รมช.ศึกษาธิการ (ล่าสุดถูกปรับเป็น รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ดูแลตาดีกา)และประธานคณะกรรมการอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมแถลงข่าวการจับกุมตัวนายแวอารงค์ โว๊ะ อายุ 23 ปี ได้ที่บ้านพักเลขที่ 45/2 หมู่ 2 ต.เกาะเปาะ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ผู้บงการก่อเหตุลอบวางเพลิงในเทศบาลเมืองปัตตานี 15 จุด เมื่อกลางดึกวันที่ 11 ส.ค. ซึ่งถูกนายอาหะมะ สามะ ครูสอนศาสนาโรงเรียนแห่งหนึ่ง กับนายหมะหมูด หีมบู อายุ 20 ปี นักเรียน ซัดทอดว่าเป็นผู้สั่งการอีกคนหนึ่ง ซึ่งรับงานป่วนใต้มาอีกทอด หลังทั้งคู่ถูกจับกุมได้ขณะก่อเหตุ

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า นายอาหะมะ และนายหมะหมูด ยังให้การถึงลักษณะของการลอบวางเพลิงว่ามี 2 รูปแบบ คือใช้กระสอบป่านชุบน้ำมัน และขวดบรรจุน้ำมัน มีการฝึกฝนการลอบวางเพลิงมาอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีการบ่มเพาะเรื่องแนวคิดการแบ่งแยกดินแดน การฝึกออกกำลังกาย โดยที่พ่อ-แม่ และครูอาจารย์ไม่รู้ "กลุ่มคนร้ายที่จับกุมได้ขณะนี้มีข้อสรุปชัดเจนว่า ร้อยละ 90 เป็นกลุ่มอุซตาซ หรือครูที่สอนศาสนาที่อยู่ตามโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาและปอเนาะ มีการปลูกฝังกันมานานพอสมควรเกือบ 10 ปี วันนี้จับผู้ต้องหาที่ลอบวางเพลิงได้แล้ว ต่อไปพวกนี้จะกระทำการไม่ได้อีก เพราะประชาชนไม่ให้อภัยกับพวกที่กระทำการเช่นนี้ ดังนั้น พวกที่กำลังคิดจะทำ อย่าได้คิดอย่าได้ทำเป็นอันขาด และอย่าทำความเสื่อมเสียแก่โรงเรียนด้วย"

 

มีรายงานข่าวจากชุดติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่ม ขจก.ในทางลับว่า หลังจากที่ทางการมาเลเซียจับกุมตัวบุคคลทั้งสามแล้ว แม้ภายหลังจะออกมาปฏิเสธก็ตาม แต่ก็มีผลให้กลุ่มแนวร่วมใต้บังคับบัญชามีคำสั่งด่วนลงมายังกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ตอบโต้ด้วยวิธีการรุนแรงต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการแก้แค้นให้กลุ่มแนวร่วมรวมถึงครูสอนศาสนาที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในขณะนี้ นอกจากนี้ยังพบว่าในช่วง 2 อาทิตย์ที่ผ่านมามีกลุ่มชายฉกรรจ์อายุ 18-20 ปี กว่า 50 คน ได้เดินทางเข้าไปในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อฝึกอบรมในการใช้กริชเป็นอาวุธ และฝึกวิธีการประกอบวัตถุระเบิดในระยะสั้นชั้นสูงที่อานุภาพทำลายล้างสูงเพื่อตอบโต้เจ้าหน้าที่ในเร็ว ๆ นี้ โดยมีอุปกรณ์บางส่วนเตรียมพร้อมอยู่ในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดแล้ว

 

นอกจากนี้ทางหน่วยงานด้านความมั่นคงยังทราบว่ามีผู้นำท้องถิ่นรายหนึ่งที่มีลูกเขยเป็นครูสอนศาสนาในพื้นที่ ต.อาซ่อง อ.รามัน จ.ยะลา ได้นำกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุด ดาวะห์ประมาณ 4-5 คน เรียกชาวบ้านมาประชุมที่มัสยิดภายในหมู่บ้าน เพื่อยุยงให้ชาวบ้านเกิดความเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมกับประกาศให้ทุกคนลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ได้ เพื่อนำไปสู่การกอบกู้เอกราชรัฐปัตตานี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบประวัติของลูกเขยผู้นำท้องถิ่นรายนี้อยู่ว่ามีเครือข่ายติดต่อกับกลุ่มใดบ้าง โดยเบื้องต้นทราบว่าเป็นสมาชิก ของเครือข่าย นายมะแซ อุเซ็ง ที่ทางการออกหมายจับในคดีความมั่นคงซึ่งกำลังหลบหนีอยู่ในขณะนี้ สำหรับพื้นที่ ต.อาซ่อง เมื่อ 3 เดือนที่แล้วเคยมีคนร้ายลอบวางเพลิงตู้โทรศัพท์มาแล้วครั้งหนึ่ง รวมทั้งลอบปาระเบิดขวดใส่บ้านพักของ ด.ต.ลิขิต ทับทิมศรี ผบ.หมู่งานธุรการ ฝ่ายสำนวนคดี สภ.อ.รามัน

 

ด้านหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้เข้าตรวจพิสูจน์บริเวณบ้านไอร์กือ เนาะ ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ปรากฏว่าพบร่องรอยฐานปฏิบัติการของกำลังฝ่ายก่อความไม่สงบ มีการตัดไม้ทำลายป่าเป็นจำนวนมาก พร้อมกับได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัย คือ นายมะหะมะ ปาโด อายุ 40 ปี เพื่อสอบสวนหากลุ่มแนวร่วมขบวนการ ซึ่งมีลักษณะเป็นขบวนการที่ผสมผสานสอดคล้องกับนายทุน ซึ่งแยกออกได้ 3 กลุ่มคือ

1.กลุ่มรับจ้างตัดไม้ทำลายป่าจากนายทุน

2.กลุ่มนายทุนที่มีผลประโยชน์จากการตัดไม้ทำลายป่า

3.เป็นกลุ่มผลประโยชน์ที่ร่วมกับกลุ่มโจรผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่

 

ส่วนความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายได้ 3 คนที่ จ.ปัตตานี หลังจากพยายามก่อเหตุลอบวางเพลิงเมื่อคืนวันที่ 12 ส.ค.2547 มี นายอาหามะ สามะ อายุ 23 ปี ครูฝึกสอนศาสนาโรงเรียนปอเนาะ นายหะมะหมูด ฮีมบู อายุ 20 ปี นักเรียนปอเนาะ และ นายแวอารงค์ โว๊ะ ทั้งสามยังคงถูกควบคุมตัวไว้ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร เพื่อสอบสวนขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการคนอื่น ๆ โดยเฉพาะตัวการใหญ่ที่บงการอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบส่วนหนึ่งแล้วว่ามีใครบ้างที่ร่วมขบวนการและกำลังอยู่ระหว่างการติดตามตัว โดยเฉพาะจากการขยายผล นายแวอารงค์ โว๊ะ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บงการระดับหัวหน้านั้น เจ้าหน้าที่ได้ทราบเพื่อนร่วมขบวนการอีกหนึ่งคนแล้วอยู่ในพื้นที่ ต.เกาะเปาะ แต่หลังจากส่งกำลังเข้าไปไม่พบตัวแต่อย่างใด คาดว่าหลบหนีไปแล้ว

 

รายงานข่าวจากหน่วยข่าวระบุว่า หลังเกิดเหตุ 28 เมษา 47 นายอิสมาแอล ระยะหลง หรืออุสตาชโซ๊ะ ครูสอนศาสนา แกนนำคนสำคัญที่หลบหนีการจับกุมไปกบดานในประเทศเพื่อนบ้าน และมีภรรยาอยู่ที่บ้านกูวา ต.ห้วยกระทิง กิ่ง อ.กรงปินัง จ.ยะลา มักจะหลบหนีไป ๆ มา ๆ และแอบเข้ามาพบปะกับสมาชิกที่ไม่ยอมออกมารายงานตัวกับทางการ โดยหน่วยข่าวกรองได้ข้อมูลว่า อุสตาชโซ๊ะ ได้พูดผ่านสมาชิกและภรรยาในวันที่ 5 ก.ย. 47 มีแผนจะปฏิบัติการก่อความไม่สงบครั้งใหญ่อีก ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบกลั่นกรองและหามาตรการป้องกันแล้ว
นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองได้รายงานความเคลื่อนไหวของขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดนว่า ขบวนการโจรแบ่งแยกดินแดนได้ฝึกเยาวชนจำนวน 150 คนในการก่อวินาศกรรม และโจมตีเจ้าหน้าที่ โดยนำไปฝึกในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา มีครูฝึกเป็นชาวมาเลเซียที่เคยเป็นทหารผ่านศึกจากสงครามบอสเนียมาฝึกให้ แล้วเยาวชนทั้ง 150 คนไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อก่อความวุ่นวาย โดยพื้นที่ จ.นราธิวาส เป็นพื้นที่ซึ่งส่งเยาวชนเหล่านี้ไปมากที่สุด และมีแผนการก่อการร้ายครั้งใหญ่ที่ จ.นราธิวาส ในกลางเดือนกันยายนนี้ อีกทั้งในการก่อการร้ายครั้งนี้มีครูสอนศาสนา 3 คน อายุประมาณ 70 ปี ได้เตรียมจะพลีชีพทำสงครามจีฮัด เพื่อเป็นการจุดประกายให้กับขบวนการแบ่งแยกดินแดน

 

///////////////////////////////////

          1

คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com