www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 84 คน
 สถิติเมื่อวาน 90 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1887 คน
42193 คน
1140974 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

     

      ยุทธการแผ่นดินมืด น้ำท่วมเมือง เหตุที่ไฟใต้ไม่ดับ
ตอน ที่ 2 เผาเมือง 15 จุด
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
ผู้สื่อข่าว 8 ว. หัวหน้ากลุ่มข่าวและรายการภูมิภาค สปข.6


เหตุการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่ภาคใต้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีกลุ่มบุคคล บางกลุ่มยังมีความเคลื่อนไหว ก่อกวน ซึ่งทางการได้ติดตาม โดยเฉพาะกลุ่มของนายอิสมาแอ บอซู
สำหรับความคืบหน้าของการทางการมาเลเซีย ที่จับกุมนายอิสมาแอ บอซู หรือ อาเยาะซู หรือ เปาะซู ผู้เขียนคัมภีร์อัลกุรอานบิดเบือน ใช้ปลุกระดมให้เยาวชนลุกขึ้นมาก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดน พร้อมพวกอีก 3 คนนั้น ผู้ที่ถูกจับกุมตัวพร้อมกับนายเปาะซู คือนายกามารุดดีน อาบู แกนนำขบวนการคนสำคัญในพื้นที่ จ.นราธิวาส และนายเจ๊ะกูแม ปูเต๊ะ ประธานขบวนการมูจาฮีดีน อิสลามปัตตานี ซึ่งมีค่าหัวจาก สำนักงานตำรวจภูธรภาค.9 จำนวน 100,000 บาท รวมอยู่ด้วย โดยตำรวจสันติบาลมาเลเซีย ได้จับกุมตัวขณะที่คนทั้งสาม กลับจากการประชุมกับกบฏอาเจะห์ ที่เกาะบินตัง จ.อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย บนเส้นทาง ตรังตานู-กลันตัน ประเทศมาเลเซีย และทางการมาเลเซีย ได้สอบสวนคนทั้งสามว่า มีความผิดตามที่รัฐบาลไทยกล่าวหา ในข้อหาเป็นกบฏแห่งราชอาณาจักรจริงหรือไม่ โดยนายตำรวจระดับสูงในกองบัญชาการตำรวจสันติบาลมาเลเซีย ได้เปิดเผยว่า รัฐบาลมาเลเซียได้ตรวจสอบพบว่า บุคคลทั้งสาม มีบัตรประชาชนประเทศมาเลเซียถูกต้องเป็นคนของประเทศมาเลเซีย ซึ่งทางการมาเลเซีย อาจจะไม่ส่งตัวให้ทางการไทย นำไปพิจารณาโทษตามที่รัฐบาลไทยขอความร่วมมือมา

 

ในขณะที่ทางกองทัพบก ซึ่งเป็นผู้ประสานงานกับทางการมาเลเซียให้ช่วยจับกุมผู้ต้องหา 30 คน รวมทั้งคนทั้งสาม ได้ขอให้กรมการปกครอง ตรวจสอบทะเบียนของบุคคลทั้งสาม เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยืนยันว่า บุคคลทั้งสามเป็นคนไทย โดยทางกรมการปกครองมีหลักฐานชัดเจนว่า นายอิสมาแอ บอซู หรือ อาเยาะซุ หรือเปาะซู เกิดที่ ต.ตะรูบัน อ.สายบุรี จ.ปัตตานี นายกามารุดดิน อาบู เกิดที่ ต.ดุซงญอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ส่วนนายเจะมูแม ปูเตะชื่อเดิม ดอรอแม ปูเตะ เกิดที่หมู่ 1 ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยจะให้กระทรวงการต่างประเทศ ส่งหลักฐานทั้งหมดไปให้ทางการ มาเลเซีย เพื่อใช้ในการถอนสัญชาติมาเลเซียของคนทั้งสามให้เป็นคนไทย เพื่อที่จะได้ตัวคนทั้งสามกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยเชื่อว่าหากได้ตัวหัวขบวนทั้งสามกลับมาลงโทษ จะทำให้สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ดีขึ้น

 

จากการที่ตำรวจสันติบาลมาเลเซียได้ควบคุมตัวแกนนำระดับสูงของขบวนการแบ่งแยกดินแดนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ ทำให้บรรดาแกนนำขบวนการ และ ขจก.ที่อาศัยอยู่ในรัฐกลันตัน ตรังตานู เปรัค และ เคดาห์ และเปอร์ลิส ต่างมีการเคลื่อนไหวกัน ครั้งใหญ่ โดยส่วนหนึ่งเดินทางไปยังจังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย บางส่วนเดินทางไปกบดานที่ประเทศในแถบตะวันออกกลาง ในขณะที่แกนนำ แนวร่วม ที่ไม่ใช่ระดับหัวหน้า ได้หลบหนีกลับเข้ามาอาศัยอยู่กับแนวร่วม ใน สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้งหนึ่ง เพราะกลัวว่า ตำรวจสันติบาลมาเลเซียจะเข้าจับกุม ตัวตามคำขอร้องของ รัฐบาลไทย
ทางด้านสำนักข่าวเอพีรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซียว่า นายนาจิบ ราซัค รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย บอกว่า ความพยายาม ของไทยในการแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ดูเหมือนว่าจะพุ่งเป้าไปที่การไม่ใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการใช้นโยบายที่เหมาะสมแล้ว ในขณะนี้เมื่อเทียบกับเมื่อก่อน หากไทยยังใช้นโยบายแบบเดิมมีหวังจะทำให้เหตุการณ์แย่ลงกว่าก่อน มาเลเซียยังคงวิตกเรื่องสถานการณ์รุนแรงในภาคใต้ว่าอาจจะลุกลามเข้าไปในดินแดนของตน แต่ทั้งมาเลเซียและไทยต่างก็ร่วมมือกัน เพิ่มมาตรการความมั่นคงตลอดแนวพรมแดนทั้งสองประเทศ แต่รองนายกฯ มาเลเซียปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องการจับกุมผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงทางภาคใต้ในฝั่งของมาเลเซีย.

 

ทางด้าน จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 สิงหาคม 47 ที่ห้องประชุมหน่วยเฉพาะกิจทักษิณ ค่ายอิงคยุทธบริหาร กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า อ.หนองจิก พล.ต.ขวัญชาติ กล้าหาญ รองแม่ทัพภาคที่ 4 แถลงข่าวความคืบหน้าการจับกุมครูสอนศาสนา และลูกศิษย์ ที่ก่อการวางเพลิงบ้านเรือน เจ้าหน้าที่ และสถานที่ราชการ เมื่อกลางดึกวันที่ 11 ส.ค.47ที่ผ่านมา โดยรองแม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัว นายอาหามะ สามะ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 หมู่ 2 ต.บ่อทอง อ.หนองจิก เป็นครูฝึกสอนศาสนาชั้น 1 ของโรงเรียนศาสน์สามัคคี ตั้งอยู่หมู่ 7 ต.ตุยง อ.หนองจิก และนายหมะหมูด หับบู อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 6 ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นนักเรียนศาสนา เรียนจบศาสนาชั้น 8 จากโรงเรียนศาสน์สามัคคี และไปต่อชั้น 9 ที่ โรงเรียนมะย์ยัดดารุลมาอาเรฟ ตั้งอยู่ที่ ต.จะบังติกอ อ.เมือง จ.ปัตตานี
ทั้งคู่ถูกจับกุมได้ในขณะที่ขับรถจักรยาน ยนต์ ซูซูกิ สแมท สีบรอนซ์ ฟ้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน พร้อมขวดเหล้าบรรจุน้ำมันเบนซิน ผสมปุ๋ยยูเรีย ปิดปากขวดด้วยผ้าทำเป็นสายชนวน 1 ขวด และอีก 1 ขวด มีร่องรอยการใช้แล้ว พร้อมเสื้อผ้าอีก 2 ชุด ที่เตรียมไว้ผลัดเปลี่ยน เพื่อ อำพรางตัวหลังก่อเหตุ โดยจับได้ในพื้นที่ ต.บ่อทอง อ.หนองจิก นอกจากนั้นกำลังทหารจากร้อย ร.4252 ได้สกัดจับคนร้ายอีก 2 คน ในขณะที่ ขับรถฮอนด้าเวฟ หมายเลขทะเบียน กทง 575 ปัตตานี ในขณะที่กำลังใช้ระเบิดขวดขว้างเข้าใส่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 4 ต.ตาแกะ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี และขว้างใส่หน้าวัดอุษาวดี โดยคนร้ายได้ทิ้งรถจักรยานยนต์ไว้ในที่เกิดเหตุ พร้อมรองเท้าแตะ1 คู่ ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีไปได้ จึงได้นำรถจักรยานยนต์ มาสอบหาผู้เป็นเจ้าของรถคันดังกล่าว

 

พล.ต.ขวัญชาติ บอกว่า สำหรับคนร้ายที่จับได้ทั้งสองคน แม้จะปากแข็งให้การปฏิเสธ แต่จากพยาน หลักฐาน ที่เจ้าหน้าที่ยึดได้ มีความเพียงพอในการตั้งข้อหาในการร่วมกันวางเพลิง สร้างความวุ่นวายก่อเหตุร้าย จึงได้นำตัวมาสอบขยายผล ก่อนที่จะส่งให้ สภ.อ.หนองจิก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รองแม่ทัพภาคที่ 4 บอกอีกว่า หน่วย ฉก.ปัตตานี ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของ ขบวนการครูสอนศาสนาและลูกศิษย์จนรู้ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.2547 ว่ามีแนวร่วมในพื้นที่ออก มาซื้อน้ำมันเบนซิน และดีเซล เพื่อใช้ในการเผาบ้านเผาเมือง โดยได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ จึงได้ใช้แผนทักษิณไพศาล เปิดแผนเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ทั้งในทางลับและปฏิบัติการอย่างเปิดเผย ทำให้กลุ่มครูสอนศาสนากับลูกศิษย์ไม่ สามารถลุกฮือขึ้นมาวางแผนทั้งจังหวัด อย่างที่มีการวางแผนเอาไว้ โดยมีการวางเพลิงทั้งหมด 15 จุดด้วยกันคือ

จุดแรก คนร้าย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์ไม่ทราบยี่ห้อ ใช้ระเบิดขวด 3 ขวดขว้างใส่บ้านพัก พ.ต.อ.สมศักดิ์ นาคะโยคี รอง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ที่ถนนโรงอ่าง เขตเทศบาลเมือง และพยายามจะบุกเข้าไปทำร้ายคนในบ้าน แต่ พ.ต.อ.สมศักดิ์ ได้ยิง สกัด ทำให้คนร้ายหลบหนีไป เพลิงได้ไหม้ประตู หน้าต่างเสียหาย 3 บาน

จุดที่ 2 เป็นบ้านพักของ น.อ.เด่น ศรีตุลาการ เจ้าหน้าที่การข่าว ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) ตั้งอยู่ถนนโรงอ่าง เขตเทศบาลเมืองปัตตานี ได้รับความเสียหายเล็กน้อย

จุดที่ 3 บ้านนายพิเชษฐ์ อุดมพิทยาสรรค์ และบ้านของ ด.ต.อำนวย คชรัตน์ ซึ่งเป็นพี่เขยของนายพิเชษฐ ได้รับความเสียหายเล็กน้อย

จุดที่ 4 บ้านนายบุญธรรม ศิริสากล นิติกร 5 ทำหน้าที่อัยการผู้ช่วย สำนักงานอัยการ จ.ปัตตานี ตั้งอยู่ถนนยะรัง เขตเทศบาลเมืองปัตตานี ได้รับความเสียหายเล็กน้อย

จุดที่ 5 บ้านของ ด.ต.มนูญ คล้ายศรี ตำรวจประจำ กก.ภ.จว. นราธิวาส ตั้งอยู่ซอยอาบุ ถนนสฤษดิ์

จุดที่ 6 บ้านพักของ ส.ต.อ.ปุนุพงศ์ โอพั้ง ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.อ.เมือง ปัตตานี ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเมืองเอก ต.รูสมิแล เขตเทศบาลเมืองปัตตานี

จุดที่ 7 บ้าน ด.ต.ซรี มามุ ผบ.หมู่งานสืบสวนสอบสวน สภ.อ.เมือง ปัตตานี ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ต.บานา อ.เมือง ปัตตานี สำหรับ ด.ต.ซรี เคยถูกแนวร่วมขบวนการยิงได้รับบาดเจ็บเมื่อสามเดือนที่ผ่านมา ขณะนี้ยังนอนรักษาตัวที่ รพ.ปัตตานี

จุดที่ 8 บ้านพักคนงานเฝ้าบ่อกุ้ง หมู่ที่ 3 ต.บราโหม อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยคนร้ายใช้ระเบิดขวด 2 ลูก ขว้างเข้าใส่ ไฟได้ลุกไหม้บ้านพัก แต่ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงเห็นเหตุการณ์ ได้ช่วยกันดับไฟได้ทัน และใช้ปืนลูกซองไล่ยิงคนร้ายไป 2 นัด ทำให้คนร้ายหลบหนีไป

จุดที่ 9 เป็นบ้านพักครูบ้านมะปริง หมู่ที่ 5 ต.จะรัง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี คนร้ายใช้ระเบิดขวดขว้างใส่บ้านพักครู 2 หลัง ซึ่งไม่มีครูอยู่ ทางโรงเรียนใช้เป็นที่เก็บอุปกรณ์ทาง การกีฬา และเครื่องมือการเกษตร เสียหายหมดทั้งสองหลัง ค่าเสียหายประมาณ 500,000 บาท

จุดที่ 10 เป็นบ้านพักเจ้าหน้าที่ชลประทาน หมู่ที่ 1 ต.ยามู อ.ยะหริ่ง คนร้ายใช้วิธีการเดิม คือขว้างระเบิดขวดเข้าใส่ ไฟไหม้บ้านพักหมดทั้งหลัง ค่าเสียหายประมาณ 200,000 บาท ในขณะที่เกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ในบ้านพัก

จุดที่ 11 เป็นหน้าวัดอุษาวดี หมู่ที่ 4 ต.ตาแกะ อ.ยะหริ่ง คนร้าย 2 คน ใช้ระเบิดปาข้ามกำแพงเข้าไปในวัด แต่ชาวบ้านช่วยกันดับทัน ไม่ได้รับความเสียหาย

จุดที่ 12 ที่หน้าร้านขายอาหารปลา เขตเทศบาล ต.ตุยง อ.หนองจิก ได้รับความเสียหายเล็กน้อย

จุดที่ 13 คนร้ายใช้ระเบิดขวดขว้างใส่บ้านของนายถนอม ธรรมสโร สมาชิก อบต.ตุยง อ.หนองจิก ในขณะที่นอนพักผ่อนอยู่ในบ้าน ได้ช่วยกันดับไฟได้ทัน

จุดที่ 14 เป็นโรงเพาะเห็ด หมู่ที่ 8 ต.ดอนยาง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ของ ด.ต.สัมพันธ์ อ่านใจ อดีตตำรวจ สภ.อ.หนองจิก ได้รับความเสียหายบางส่วน ชาวบ้านช่วยกันดับได้ทัน

จุดที่ 15 เป็นบ้านพักคนงานในสวนมะพร้าว ข้างชลประทาน ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ไฟไหม้วอดทั้งหลัง

ส่วนที่ จ.สงขลา เมื่อเวลา 01.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.ชนินทร์ ศิริทัศนกุล ผกก. สภ.อ. จะนะ ได้รับแจ้งว่า มีคนร้ายใช้ระเบิดขวด ขว้างเข้าใส่บ้านพักคนงานภายในสวนยางของ ด.ต.มนูญ เบ็ญยากาศ ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.อ. จะนะ ซึ่งตั้งอยู่พื้นที่หมู่ 2 ต.บ้านนา ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ตรวจที่เกิดเหตุพบเพียงขวดที่ใช้ทำระเบิดขวด จากการสอบสวนทราบว่า คนร้ายเป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปี ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ขับเข้าไปใช้ระเบิดขวดขว้างใส่ ก่อนที่จะหลบหนีไป
ในขณะที่หน่วยข่าวกรอง ได้รายงานให้ทราบว่า การใช้ระเบิดเพลิงเผาบ้านเรือนเจ้าหน้าที่ วัด และสถานที่ราชการครั้งนี้เป็นไปตามแผน "แผ่นดินมืด น้ำท่วมเมือง" ของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่มีการแบ่งการทำงานไว้ 2 ขั้นตอนคือในเดือนสิงหาคม 2547 ทั้งเดือน จะใช้วิธีการ ก่อวินาศกรรมด้วยการวางระเบิด และวางเพลิง ส่วนเดือนกันยายน เป็นการโจมตีด้วยอาวุธ โดยจะเน้นในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยได้แจ้งเตือนให้เจ้าหน้าที่ระมัดระวังกลุ่มเยาวชนจำนวน 150 คน ที่ถูกนำไปฝึกการก่อวินาศกรรมให้เชี่ยวชาญทางทะเล จากกลุ่มกบฏอาบูไซยาฟในประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อต่อสู้กับนาวิกโยธินใน จ.นราธิวาส โดยเฉพาะ รวมทั้งเตือนให้ระวังกลุ่มอุสตาซ หรือครูสอนศาสนา และนักศึกษาปอเนาะ ที่เป็นขบวนการของอุสตาซ อิสมาแอ ระยะหลง หรืออุสตาซโซะ ที่มีการประชุมเคลื่อนไหวเพื่อก่อความ ไม่สงบอยู่ตลอดเวลา ทั้งในเขต อ.เมือง และอำเภอรอบนอก

ส่วนที่ จ.ยะลา หลังเกิดเหตุวุ่นวายที่ จ.ปัตตานี พ.ต.อ.ปริญญา ขวัญยืน ผบก.ภ.จว. ยะลา ได้มีวิทยุด่วนถึงตำรวจทุกสถานีและจุดตรวจ จุดสกัด ให้ตรวจค้นบุคคลทุกเพศทุกวัย หากมีแกลลอนน้ำมัน ขวดใส่น้ำมันเชื้อเพลิง หรืออาวุธมีด ให้ควบคุมตัวไว้ทันที และในการปฏิบัติการ หากคนร้ายมีอาวุธ หรือขัดขืนต่อสู้เจ้าพนักงานให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธยิงได้ทันที นอกจากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบปั๊มน้ำมันตามหมู่บ้านซึ่งเป็นปั๊มหลอด โดยขอความร่วมมือจากเจ้าของให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการแจ้งเบาะแสกลุ่มเยาวชนที่มาซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงให้ทราบ และมีคำสั่งให้กำลังตำรวจจากภาค 5 ที่ถูกส่งมาปฏิบัติหน้าที่ใน จ.ยะลา ออกปฏิบัติการรักษาความสงบอย่างเต็มอัตรา
แหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคง ที่เข้าไปทำการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง ได้ให้รายละเอียดถึงแหล่งหลบซ่อนและวางแผน เพื่อโจมตีเจ้าหน้าที่และลอบวางระเบิด โดยมีแหล่งหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ อ.โคกโพธิ์ และ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยใช้โรงเรียนปอเนาะเป็นที่ติดต่อ พบปะ สั่งการ และจ่ายเงินในการ ก่อการร้ายให้กับทุกกลุ่ม และจากการเปิดเผยรายชื่อของแกนนำ ทำให้ทราบว่าเป็นกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น ซึ่งล่าสุดหน่วยข่าวกรองได้มีรายงานลับให้ทางสำนักนายกฯ ตรวจสอบการโอนเงินจำนวนมากผิดสังเกตจากต่างประเทศ เข้ามายังธนาคารพาณิชย์ใน อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส พร้อมทั้งขอให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยทำ การตรวจสอบหารายละเอียดเรื่องดังกล่าวด้วย

 


/////////////////////////////


คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com