www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 349 คน
 สถิติเมื่อวาน 72 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
2229 คน
2229 คน
1101010 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

ยาเสพติดตัวป่วน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ ผู้สื่อข่าว 8 ว.
1 พฤษภาคม 2550

บทนำ
ความรุนแรงของเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล้วนมีความเกี่ยวโยงกับยาเสพติด เพราะพบว่า การระบาดของยาเสพติดที่เรียกว่า 4คูณ100 มีการระบาดอย่างรุนแรง วัยรุ่นนิยมดื่มกันอย่างแพร่หลาย จนทำให้ราคาใบกระท่อมพุ่งขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 800 บาท แค่ค่าขนใบกระท่อมจากจังหวัดตรังไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคิดกันกิโลกรัมละ 200 บาท เข้าไปแล้ว แสดงให้เห็นว่า ยาเสพติดประเภทนี้ได้รับความนิยมจริง ๆ เป็นไปได้ไหมว่า รายได้ที่มาจากการค้ายาเสพติดนำไปสนับสนุนขบวนการแบ่งแยกดินแดน หากวิเคราะห์ให้รอบคอบ มีความเป็นไปได้สูงที่จะนำเงินรายได้ไปสนับสนับสนุนขบวนการ

เส้นทางที่เป็นไปได้คือ ให้แกนนำบางคนที่ผ่านการเลือกตั้งเป็น อบต. เป็นคนหารายได้จากการค้ายาเสพติดเพื่อจะได้นำรายได้ไปให้การสนับสนุนขบวนการ ข้อเท็จจริงข้อนี้ปรากฏว่ามีการจับ นายกอบต. ที่มาจาก 3 จังหวัดได้พร้อมกันถึง 3 คน ซึ่งเป็นหลักฐานชั้นดีที่จะมีการเชื่อมโยงไปสู่รายได้ เพื่อสนับสนุนขบวนการ และการจับกุมรายใหญ่ ๆ ก็ล้วนแต่เป็นคนที่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

กอ.สสส.จชต.ระบุยาเสพติดพันธุ์ใหม่
อ.ยะรัง จ.ปัตตานี 25 พ.ย.48 พ.อ.สุรวุฒิ ชุติวิทย์ หัวหน้าส่วนผลิตสื่อ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.สสส.จชต. บอกว่า ปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับวันจะทวีความรุนแรงมาขึ้น วิธีการก่อเหตุร้าย และก่อกวนรูปแบบต่าง ๆ เช่นการลอบทำร้าย การลอบวางระเบิด การพ่นสีป้ายบอกทาง การทำลายพืชผล การวางเพลิง และทำลายทรัพย์สินของทางราชการ กระทำต่อประชาชาน เจ้าหน้าที่ของรัฐ และทรัพย์สินอย่างกว้างขวาง โดยมีกลุ่มแบ่งแยกดินแดน กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง กลุ่มอิทธิพลค้าสิ่งผิดกฎหมาย และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นผู้ก่อเหตุและอยู่เบื้องหลัง ซึ่งกลุ่มที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อเยาวชนของชาติ คือกลุ่มผู้ผลิตและค้ายาเสพติด ซึ่งปัจจุบันมียาเสพติดชนิดใหม่ เรียกว่า "เครื่องดื่มมหาภัย" หรือเรียกกันในกลุ่มวัยรุ่นว่า "สี่คูณร้อย" ได้แพร่ระบาดเข้ามาในกลุ่มวัยรุ่นไทยมุสลิม โดยยาเสพติดชนิดใหม่ มี 2 สูตรคือ สูตรที่ หนึ่ง ประกอบด้วยใบกระท่อม ยากันยุง(ชนิดขด) น้ำอัดลม (โค้กหรือเป๊ปซี่) ซึ่งเป็นการนำใบกระท่อมและยากันยุงมาบดต้มให้เดือด แล้วทิ้งไว้ให้เย็น นำมาผสมกับน้ำอัดลม (โค้กหรือเป๊ปซี่) ใช้ผสมน้ำแข็งดื่ม สูตรที่ สอง ประกอบด้วยใบกระท่อม ยาแก้ไอ(ตราไก่) น้ำอัดลม (โค้กหรือเป๊ปซี่) นำทั้ง 3 ส่วนไปต้มให้เดือด และทิ้งให้เย็นเทใส่น้ำแข็งดื่ม ถ้าต้องการให้มีฤทธิ์รุนแรงขึ้นจะนำยา Alprazolamxanax 1.0 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นยากล่อมประสาทชนิดรุนแรง มาผสมด้วย ทั้งสองสูตร เป็นยาเสพติดชนิดใหม่ประเภทกล่อมประสาททำให้มึนเมา ใจลอย ขาดสติ และมีความกล้าที่จะแสดงออก มีขายตามร้านน้ำชา กาแฟ ผลิตขึ้นวันต่อวัน หากบรรจุในขวดน้ำอัดลมขนาด 1.25 ลิตร จะขายในราคาขวดละ 100-500 บาท โดยมีแหล่งที่พบยา ที่ อำเภอเมืองยะลา อ.บันนังสตา อ.กรงปีนัง จังหวัดยะลา ซึ่งกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบระดับแกนนำ จะนำไปให้กลุ่มวัยรุ่นมุสลิมดื่ม และชักนำเข้าเป็นแนวร่วมเพื่อก่อเหตุร้ายในพื้นที่

พ.อ.สุรวุฒิ ชุติวิทย์ หัวหน้าส่วนผลิตสื่อ ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.สสส.จชต. บอกอีกว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด หน่วยงานของรัฐต้องร่วมมือกับประชาชนในการกำหนดมาตรการต่าง ๆ มิให้เยาวชน กลุ่มเสี่ยง และประชาชนทั่วไป เข้าไปมีส่วนร่วมเกี่ยวข้อง และป้องกันทุกวิถีทางไม่ให้ตัวยาชนิดใหม่แพร่ระบาดสู่ลูกหลาน และขอยืนยันว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง ซึ่งผู้ก่อความไม่สงบจะพยายามทุกวิถีทางที่จะทำให้บุตรหลานตกเป็นทาสยาเสพติด ตกเป็นทาสของผู้ก่อความไม่สงบ

จับนายก อบต. ใน 3 จังหวัดฐานค้ายาเสพติด
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อ 5 เม.ย.2550 เวลา 04.30 น. พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ โฆษกกองทัพบกบอกว่า เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดภาค 9 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ทำการกวาดล้างกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ สามารถจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดได้ จำนวน 5 คน พร้อมยึดของกลาง ยาไอซ์ และ ยาอี จำนวนหนึ่ง ทั้งหมดมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่
1. นายมะรอสาลี มามะ อายุ 39ปี อยู่บ้านเลขที่ 39/3 หมู่ 5 บ้านดอนนา ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เป็นนายก อบต.บางเขา
2. นายบือราเฮง จารง อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38/5 หมู่ 7 บ้านนิปิภูเละ ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เป็นนายก อบต.เขาตูม
3. นายสุดิง อาบู อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 หมู่ 3 บ้านตันหยง ต.ม่วงเตี้ย อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี เป็นนายก อบต.ม่วงเตี้ย
4. นายมะห์มูด กูนิง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ 1 บ้านกะรุบี ต.ตาลีอายร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
5. นายอิสมาแอ อาแซ อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 94/2 หมู่ 7 บ้านค่าย ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
จากฐานข้อมูลเดิมพบว่า นายสุดิง อาบู มีพฤติกรรมเป็นแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ต.ม่วงเตี้ย อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่านักการเมืองท้องถิ่นบางคน โดยเฉพาะหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ( อบต.) มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และใช้ตำแหน่งหน้าที่อำพราง ซ่อนเร้นพฤติกรรมดังกล่าว รวมทั้งแสวงประโยชน์ร่วมกับกลุ่มค้ายาเสพติดในพื้นที่ด้วย

ยึดต้นกระท่อมกลางเมืองหาดใหญ่
อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วันที่ 23 เมษายน 2550 เวลา 13.00 น. พ.ต.ท.เล็ก มียัง สวป.สภ.อ.หาดใหญ่ ร่วมกับนายสามารถ ทองรักษาผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.คอหงส์อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้นำกำลังตรวจค้นชุมชนริมทางรถไฟจันทร์วิโรจน์ , ชุมชนคลองเตย ,หมู่ 1 ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งทั้งหมดเป็นชุมชนแออัด พบว่ามีการลักลอบปลูกกระท่อม ประมาณ 30 ต้น รวมทั้งใบกระท่อมหนักประมาณ 500 กิโลกรัมโดยกระท่อม ที่มีการลักลอบปลูก จะมีกลุ่มวัยรุ่นจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าหาซื้อ เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตยาเสพติด ที่เรียกว่า 4 คูณ 100

พัทลุงกวาดล้างใบกระท่อม
อ.เมืองพัทลุง วันที่ 23 เมษายน 2550 นายสุเทพ โกมลภมร ผวจ.พัทลุง บอกว่า พื้นที่ที่ปลูกต้นกระท่อมจะอยู่บริเวณริมเทือกเขาบรรทัด และจะมีพ่อค้ายาเสพติดจะเข้ามาซื้อใบกระท่อมเพื่อนำไปจำหน่ายในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่ากลุ่มพ่อค้าใบกระท่อมได้นำไปแปรรูปเป็นน้ำใบกระท่อมบรรจุขวดผสมกับวัสดุที่ออกฤทธิ์ แล้วใช้เสพติด ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

จับหนุ่มนราธิวาสค้ายาเสพติด
วันที่ 26 เมษายน 2550 เวลา 19.00 น. พล.ต.ต.วิทยา โกสิยะสถิต ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (ผบก.น.4) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.น.4 แถลงข่าวจับกุมนายอาหะมะ หะยีดิง อายุ 28 ปี ผู้ต้องหามียาแก้ไอ ยี่ห้อ เทนาดรีน (Tenadrin ) ซึ่งเป็นหัวเชื้อผสมเครื่องดื่มทำให้เกิดอาการมึนเมา จากการตรวจสอบภายในห้องพักของผู้ต้องหาพบของกลางยาแก้ไอบรรจุขวดประมาณ 1 ลิตร จำนวน 23 ขวด ยาแก้ไอบรรจุขวดโค้กขนาด 2 ลิตร จำนวน 2 ขวด ยาแก้ไอบรรจุขวดน้ำขนาด 1.5 ลิตร จำนวน 2 ขวด ยาแก้ไอบรรจุขวดโค้กขนาด 1.25 ลิตร จำนวน 5 ขวด ยาแก้ไอบรรจุขวดน้ำขนาด 600 มิลลิลิตร จำนวน 2 ขวด และยาแก้ไอบรรจุแกลลอนประมาณ 5 ลิตร จำนวน 4 ขวด รวมน้ำหนักประมาณ 50 ลิตร นอกจากนั้นยังพบใบกระท่อมประมาณ 200 กรัม และยากันยุงแบบขดจำนวน 1 กล่อง โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ายาแก้ไอดังกล่าวจะนำไปจำหน่ายในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
พล.ต.ต.วิทยา บอกว่า สำหรับวิธีการของผู้ต้องหาจะนำหัวเชื้อยาแก้ไอดังกล่าวมาผสมกับน้ำต้มใบกระท่อม จากนั้นจะผสมยากันยุงลงไป พอได้ส่วนผสมจะนำไปใส่ในเครื่องดื่มต่างๆ จะทำให้เกิดอาการมึนเมา เป็นที่นิยมของวัยรุ่น โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 3 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะนำตัวส่ง สน.วังทองหลางเพื่อดำเนินคดี

สตูลจับแก้งต้มใบกระท่อม
อ.ควนกาหลง จ.สตูล วันนี้ 2 พ.ค.2550 ตำรวจอำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล นำกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าจับกุมกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมยาเสพติดหลังได้รับแจ้งจากสาย โดยเหตุเกิดที่หลังร้านก๋วยเตี๋ยวติดกับป้อมยามโรงงานเลื่อยไม้ยางพาราเคเอสพีพาราวูด หมู่ที่ 11 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล
โดยขณะเข้าจับกุมพบกลุ่มวัยรุ่นนั่งล้อมวงมั่วสุมต้มและเสพน้ำกระท่อมกันอยู่หลายคนจึงเข้าจับกุมผู้ต้อหาได้จำนวน11คนคือ

1.นายสุรัตน์ หมัดอาดำ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 60 หมู่ 11 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง
2.นายยาโกบ และตี อายุ 16 ปี บ้านเลขที่ 71/1 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล
3.นายโอมา เต๊ะปูยู อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 194 หมู่ที่ 11 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง
4.นายมูฮัมหมัด มรรคาเขต อายุ 22 ปี บ้านเลขที่ 45/1 หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง
5.นายสมมาตร พลาอาด อายุ 17 ปี บ้านเลขที่ 58/1 หมุ่ที่ 11 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง
6.นาย สนกิบหลี หมัดอาดัม อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 68 หมู่ที่ 11 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง
7.นายยูโสบ ผลโซดา อายุ 17 ปี บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 11 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง
8.นายวรพล แก้วขาว อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 183/1 หมู่ที่ 11 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง
9.นายธีรศักดิ์ บุญธรัตน์ อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 197/2 หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง
10.นายอังซอรีย์ มรรคาเขต อายุ 16 ปี บ้านเลขที่ 64/1 หมู่ที่ 11 ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง
11.นายณัฐพงษ์ นาพนัง อายุ 15 ปี บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 3 ต.อุไดเจริญ อ.ควนกาหลง จ.สตูล

1.)พร้อมยึดของกลางในที่เกิดเหตุ คือ 1.น้ำพืชกระท่อมที่ผสมโค้ก พร้อมยาแก้ไอจำนวน 3 ขวด ปริมาตรประมาณ 3 ลิตร
2.)น้ำพืชกระท่อมที่ยังไม่ได้ผสมจำนวน 2 ขวดปริมาตรประมาณ 2 ลิตร
3.)ใบพืชกระท่อมที่ผ่านการต้มแล้วจำนวน 60 ใบ
4.)หม้อที่ใช้เป็นพาชนะในการต้มจำนวน 1 ใบ
5.)ขวดยาแก้ไอจำนวน1ขวด

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันนำน้ำกระท่อมมาผสมกับโค้กและยาแก้ไอมาดื่มจริง ส่วนน้ำกระท่อมนั้นเพื่อนที่ชื่อนายณัฐพงษ์ หรือแจ๊ค นาพนัง เป็นคนต้มให้พวกตนดื่ม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพและเสพโดยผิดกฎหมาย"

ส่วนนายณัฐพงษ์ ถูกดำเนินคดีในข้อหา "ผลิตหรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) โดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพและเสพโดยผิดกฎหมาย

หัวหน้าด่านศุลกากร อ.สุไหงโก-ลก
นายบุญเทียม โชควิวัฒน หัวหน้าด่านศุลกากร อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส บอกว่า การดำเนินงานด้านการตรวจสอบบุคคลที่ผ่านเข้าออกด่านชายแดน อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาสว่า ขณะนี้ได้มีการกำชับไปยังเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มความเข้มในการตรวจสอบบุคคลและตรวจสอบยานพาหนะให้มากขึ้น

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันนี้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เริ่มมีปัญหายาเสพติดกลับมาระบาดอย่างหนักอีกครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มีความจำเป็นที่จะต้องป้องกันและปราบปรามยาเสพติดโดยใช้วิธีการสุ่มตรวจ ซึ่งทางด่านศุลกากรเองต้องขออภัยในความไม่สะดวกและขอความร่วมมือจากประชาชนที่ต้องเดินทางผ่านเข้าออกด่านชายแดนอ.สุไหงโก-ลกด้วย

นอกจากนี้ หัวหน้าด่านศุลกากร อ.สุไหงโก-ลก ได้กล่าวถึงกลุ่มผู้ทำการค้าในพื้นที่ด้วยว่า ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเมื่อนำเข้าสินค้าจากประเทศมาเลเซีย ขอให้ผ่านพิธีการนำเข้าและเข้าสู่ระบบการเสียภาษีอากรปากระวางตามกฎหมายก่อนด้วย เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ทำการค้า แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติตามกฎหมายการค้าเพิ่มมากขึ้นแล้ว

จับหนุ่มนราธิวาส ลักลอบขนเฮโรอีน-ยาบ้า มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท
กำแพงเพชร พล.ต.ท.วิโรจน์ จันทรังษี ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 6 แถลงข่าวผลการจับกุมยาเสพติดครั้งใหญ่ที่สุดนับเท่าที่เคยจับได้ใน จ.กำแพงเพชร ประกอบด้วย เฮโรอีน 18 กิโลกรัมยาบ้า 15,400 เม็ด มูลค่าถ้าขายในต่างประเทศประมาณ 500 ล้านบาท โดยมีผู้ต้องหา 2 คน ประกอบด้วยนายอาหะมัด สันดอเลาะห์ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/4 ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส และ นายมะหะอูดี แจะเฮงอายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ 9 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยผู้ต้องหาทั้งสองคน ซุกซ่อนของกลางมากับรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ เลขทะเบียน สห 8823 กทม. และมาถูกจับได้ที่ ต.ทรงธรรม อ.เมือง จ.กำแพงเพชรโดยผู้ต้องหาอ้างว่า เพื่อชื่อนายรี ชาว จ.นราธิวาส จ้างให้ขับรถคันดังกล่าวจาก จ.ลำปาง ไปส่งที่ กทม. โดยไม่ทราบว่าภายในรถมียาเสพติดจำนวนมาก ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ

ตร.หาดใหญ่ยึดยาแก้ไอใบกระท่อม30กก.
วันที่17 มิ.ย.50 เวลา 13.30 น. พ.ต.ท.เล็ก มียัง สวป.สภ.อ.หาดใหญ่ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหาดใหญ่จำนวนหนึ่งกำลังออกปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่บริเวณสถานีขนส่งหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จงสงขลา ก็ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ในสถานีขนส่งว่าพบกล่องและลังกระดาษต้องสงสัยวางอยู่ เพื่อรอส่งไปยังในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ภายในสถานีขนส่ง

พ.ต.ท.เล็ก ได้นำนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบเมื่อไปถึงพบกล่องโฟมวางอยู่ 1 ใบ และลังกระดาษสีน้ำตาลอีก 4 ลังเล็ก อยู่ในบริเวณสถานีขนส่ง เจ้าหน้าจึงได้เดินสอบถามคนใกล้เคียงที่อยู่ในบริเวณสถานีขนส่งหาดใหญ่ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเปิด
กล่องโฟมและลังกระดาษออกมาดูปรากฏว่าพบ ยาน้ำแก้ไอยี่ห้อเทนนาดริน 100 ขวด และใบกระท่อมสด น้ำหนักประมาณ 30 กก.จึงยึดไว้เป็นของกลาง เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการต่อไป

โดยทั้งยาน้ำแก้ไอและใบกระท่อมสดที่ตำรวจยึดได้เป็นส่วนผสมยาเสพติดสูตร 4 คูณ 100 ที่กลุ่มวัยรุ่นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กำลังนิยมเสพยาเสพติดสูตรนี้กันเป็นจำนวนมาก และทางเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดได้ก่อนจะถูกส่งเข้าไปผลิตยาเสพติดในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

จับนักค้ายาเสพติดส่วนใหญ่อยู่ใต้
กรุงเทพ 25 มิ.ย.50 พล.ต.ต.อดิเทพ ปัญจมานนท์ รอง ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.อัมเรศฤทธิ์ วิวัฒนวิบลูย์ ผบก.ปส.1 แถลงผลเจ้าหน้าที่สืบสวน บช.ปส. จับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดได้ 4 คน คือ นายอดัมส์ ดือเระ อายุ 31 ปี นางพรสวรรค์ จะโล นางโจโบจะลา และนางวนิดา สิงขรคีรี พร้อมของกลางอาวุธปืน 1 กระบอก กระสุน 2,500 นัด และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ ดำเนินคดีข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง สนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อนหรือขณะกระทำความผิด จัดหาหรือให้เงินทรัพย์สินยานพาหนะ สถานที่ หรือวัสดุใดๆ เพื่อประโยชน์ในการกระทำความผิด

พล.ต.ต.อัมเรศฤทธิ์ บอกว่า เมื่อวันที่ 24 ม.ค.50 ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจจับกุม นายธนากร เจ๊ะอุมา พร้อม น.ส.ลำภา ครุธนี และพวก 3 คน ร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภทเฮโรอีนชนิดผง น้ำหนัก 9.45 กก. และฝิ่นดิบประมาณ 7.5 กก. ซึ่งขบวนการค้ายาเสพติดของนายธนากรจะรับยาเสพติดจากภาคเหนือมาขายที่ภาคใต้ โดยตำรวจ สภ.อ.เชียงดาว ได้ประสานกับตำรวจ บช.ปส. เข้าตรวจค้นรถยนต์โตโยต้า พราโด้ ของนายธนากรที่จอดทิ้งไว้ภายในสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่10พ.ค.50

จากการตรวจค้นภายในรถพบหลักฐานเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดและผู้ร่วมขบวนการ พร้อมกันนี้จากการสอบสวนนายธนากรให้การซัดทอด มีนายอดัมส์ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานการซื้อขายอยู่ย่านรามคำแหง พร้อมด้วยนางพรสวรรค์ นางโจโบ นางวนิดา นายอาสมานและนายบียามิง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนขยายผลการจับกุม

ผบก.ปส.1 บอกอีกว่า หลังได้หลักฐานชัดเจนจึงเข้าจับกุมนายอดัมส์พร้อมพวก ได้ที่ห้องเลขที่ 5425 อาคารแสนสบาย คอมเพล็กซ์ เลขที่ 85 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. พร้อมของกลางอาวุธปืน 1 กระบอก กระสุน 2,500 นัด และสมุดเงินฝากรวมมูลค่า 2,700,000 บาท ส่วนผู้ต้องหาอีก 2 คน คือ นายอาสมาน เต๊ะแย และนายบียามิง สาและ หลบหนีไปได้


จากสืบสวนทราบว่า นายอดัมส์กับพวกมีความเกี่ยวข้องกับหลายคดีสำคัญในภาคเหนือภาคอีสาน และภาคใต้ ผู้ต้องหาส่วนใหญ่จะเป็นชาวมุสลิมในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และมีความเชื่อมโยงในปัญหาการก่อการร้าย โดยนายอดัมส์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ นายอับดุลเลาะห์ ดือเระ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.15 ร่วมกับ สภ.อ.เมืองยะลา ร่วมกันจับกลุ่มผู้ก่อการร้ายกลุ่มอาร์เคเค ซึ่งกำลังเตรียมการก่อเหตุ ได้ผู้ต้องหา 7 คน หนึ่งในนั้นคือ นายอับดุลเลาะห์

นายอดัมส์เป็นนักศึกษาปี 1 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และยังเป็นสมาชิกของซุ้ม PNYS คือ ซุ้มของนักศึกษาจาก จ.ปัตตานี นราธิวาส ยะลาและสงขลา ที่เคยมีส่วนร่วมในเหตุการณ์สำคัญหลายเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยล่าสุดเป็นแกนนำในการปิดล้อมมัสยิดที่ จ.ปัตตานี พร้อมกันนี้สำหรับนายอดัมส์คาดว่า น่าเป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่กลุ่มก่อการร้ายอาร์เคเค โดยเป็นผู้ประสานให้สมาชิกขนยาเสพติดที่บริเวณภาคเหนือมาพักไว้ที่กทม.และนำลงไปยังจังหวัดชายแดนภาคใต้
ตรังจับนักค้ายาเสพติดจาก3จังหวัดชายแดนใต้ วันที่ 6 ก.ค.50 เวลา 01.55 น. ร.ต.ต.จักราช วรรณประภา รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.อ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งจากสายข่าว ว่า มีชายวัยรุ่นชายต้องสงสัย จำนวน 2 คน ลักษณะคล้ายบุคคลที่มาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีกล่องต้องสงสัย จำนวน 4 ลัง วางอยู่ใกล้กัน ที่บริเวณริมถนนเพลินพิทักษ์ ใกล้กับจุดพักรถทัวร์โดยสารประจำทาง ในเขตเทศบาลนครตรัง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.อ.เมืองตรัง เข้าทำการตรวจค้น พบ นายมูฮัมหมัดสัมรี มือลอ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88/1 หมู่ที่ 7 ตำบลปล่องหอย อำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี และนายอิสกันดา เจะแว อายุ 20 ปี บ้านเลขที่ 86/1 หมู่ที่ 6 ตำบลตะบิ้ง อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี โดยมีกล่องลักษณะดังกล่าววางอยู่ใกล้ตัว ซึ่งจากการตรวจค้นพบขวดยาแก้ไอ ยี่ห้อเทนดาดริน ขนาดบรรจุขวดละ 1 ลิตร จำนวน 24 ขวด จึงควบคุมทั้งคู่มาทำการสอบสวน และดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้การรับสารภาพว่า ได้รับจ้างขนยาไอให้แก่คนในพื้นที่จังหวัดปัตตานี เนื่องจากที่จังหวัดปัตตานีนั้น ยาแก้ไอจะมีราคาที่แพงมาก จึงต้องมาหาซื้อยังต่างจังหวัด และจังหวัดตรังถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่หาซื้อได้ง่ายและมีราคาถูก โดยยาแก้ไอที่พบทั้งหมดซื้อมาจากร้านยาในตัวเมืองตรัง จากนั้นนำไปส่งให้กับผู้ที่จะมารับของอีกต่อหนึ่งที่จังหวัดปัตตานี ซึ่งมายืนรอขึ้นรถทัวร์สายภูเก็ต-สุไหงโก-ลก ก่อนมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว โดยจะได้ค่าจ้างในการขนยาแก้ไอลังละ200บาท

ยาแก้ไอเป็นตัวยาหนึ่งที่ใช้ในการผลิตเป็นยาเสพติดชนิด 4 คูณ 100 ซึ่งเป็นนิยมกันมากในกลุ่มวัยรุ่นแถวจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกำลังระบาดอย่างหนักในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ว่า มียาเสพติดประเภท 3 (ยาแก้ไอ) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ยามีไว้ซึ่งยาแผนปัจจุบัน เพื่อจำหน่ายและครอบครองโดยผิดกฎหมาย จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนขยายผลผู้ร่วมกระทำผิด และร้านที่จำหน่ายยาแก้ไอให้กับกลุ่มบุคคลที่มาซื้อโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อนำไปใช้ในทางผิดกฎหมายต่อไป
สตูลจับกระท่อม สตูล วันที่ 5 ก.ค.50 นายโตน กร่อมี หัวหน้ากิ่ง อ.มะนัง จ.สตูล ส่งกำลัง อส.ร่วมกับตำรวจในพื้นที่กว่า 10 นาย เข้าทำลายต้นกระท่อม พืชเสพติดประเภท 5 หลังมีการลักลอบขโมยออกมาเสพและจำหน่ายถึง2ครั้งแล้ว

นายโตน บอกว่า พืชกระท่อมที่มีการลักลอบออกมาจากพื้นที่ป่านิคม ซึ่งเป็นป่าสงวน ในพื้นที่ หมู่ 5 ต.ปาล์มพัฒนา ได้ขึ้นเองตามธรรมชาติริมสองฝั่งคลองละงู - และคลองกิ่ง อ.มะนัง ขึ้นกระจัดกระจายไม่น้อยกว่า 20 ต้น ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าทำลายแล้วเพื่อจะได้ไม่ลักลอบขนมาเสพหรือมาจำหน่ายในรูปของยาเสพติดมอมเมาเยาวชนที่ใช้เป็นส่วนผสมยาเสพติด 4 คูณร้อยอีก

ล่าสุด ร.ต.ต.ปพน แววทองคำ รอง สวป.สถานี กิ่ง อ.มะนัง จ.สตูล พร้อมกำลังตำรวจ 6 คน หลังได้รับแจ้งจากสายว่ามีการลักลอบลำเลียงพืชกระท่อม ยาเสพติดประเภทที่ 5 จำนวนมาก จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งออกสกัดจับได้ที่บริเวณสวนปาล์ม หมู่ที่ 5 ปาล์มพัฒนา กิ่ง อ.มะนัง พบบุคคลต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กจล.215 สตูล รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กธจ.982 สตูลและอีกคันไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน ผ่านมา 3 คัน จึงขอตรวจค้น พบใบกระท่อมจำนวน 130 กก.บรรจุในกระสอบปุ๋ยจำนวน 5 กระสอบ โดยมีหญ้าสดวางปิดไว้ด้านบนตบตาเจ้าหน้าที่

จึงตรวจยึดของกลางใบกระท่อมทั้งหมด พร้อมอุปกรณ์ในการเก็บ คือ มีดพร้า เคียว เลื่อยคันธนู และจับกุม 4 ผู้ต้องหา คือ นายสหาก นาฮูดา อายุ 52 ปี 120 หมู่ 2 บ้านควน อ.เมืองสตูล นายอาทิตย์ สุมาลี อายุ 21 ปี 274 หมู่ 1 บ้านควน อ.เมืองสตูล นายสมเอก สุมาลี อายุ 30 ปี 274 หมู่ 1 บ้านควน อ.เมืองสตูล นายอุศมาน ระหมาน อายุ 43 ปี 256 หมู่ 1 บ้านควน อ.เมืองสตูล ในข้อหา "มียาเสพติดประเภท 5 พืชกระท่อมไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต"

จับรถแหกด่านขนกระท่อม
อ.รามันจ.ยะลา วันที่ 6ก.ค.50 เวลา 24.00 น.พ.ต.ต.จีระ ศักดิ์ วิกรัยเจริญยิ่ง พนักงาน สอบสวนเวร สภ.อ.รามัน ได้รับแจ้งจาก ร.ต.ท.ประเทือง สุวรรณ ชาตรี รอง สว.หน.สภ.ต.ท่าธง ว่ามีเหตุรถยนต์กระบะแหกด่านและเกิดปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณบนถนนสายท่าธง - ทุ่งยางแดง บ้านจะรังตาดง หมู่ ที่ 2 ต.ท่าธง หลังได้รับแจ้ง รีบนำกำลังตำรวจเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อม ด้วย พ.ต.อ.วิศิษฐ์ อักษรแก้ว ผก ก.และกำลังทหาร ฉก.11 อ.รามัน จำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ท่าธง อยู่ในความพร้อมเต็มพิกัด กำลัง ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน นายอะเฮง นิละ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ที่ 2 ต. ท่าธง และนายยาฮิมา ละมะ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 24/1 หมู่ที่ 2 ต.ท่าธง ยึด รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีเทาดำ ทะเบียน กนษ 0781 ยะลาและยึดรถยนต์กระบะตอนเดียว ยี่ห้อ อีซูซุ สีน้ำเงิน ทะเบียน บง.7711 นครศรีธรรมราช

ตรวจสอบภายในรถบรรทุกพบใบกระท่อมสดบรรจุอยู่ในกระสอบปุ๋ย จำนวน 13 กระสอบ ส่วนเจ้าของหลบหนี ขณะเดียวกันที่บริเวณสี่แยกบ้านจะรังตาดง พบรอยเลือดกองใหญ่ ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อ ส.ต.ต.วีระยุทธ คำ พวง อายุ 24 ปีผบ.หมู่ ป.สภ.ต.ท่าธง ถูกยิงเฉียดศีรษะ1นัดบาดเจ็บเล็กน้อย

จากการสอบสวน ร.ต.ท.ประเทือง สุวรรณชาตรี รอง สว.หน.สภ.ต. ท่าธง อ.รามัน ได้รับแจ้งว่าจะมีการนำยาเสพติดมาส่งมอบให้กับพ่อค้าในในพื้นที่ จึงได้สั่งการให้ ชุด ชป.พิเศษ ตั้งด่านตรวจ ซึ่งเป็นด่านลอยเพื่อป้องกันการรู้ถึงกลุ่มขบวนการว่ามีการตั้งด่านตรวจ ขณะที่กำลังตั้งด่านอยู่มีรถยนต์กระบะคัน ดังกล่าววิ่งมาด้วยความเร็วสูง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้สัญญาณให้จอดรถเพื่อทำการตรวจค้น

แต่รถยนต์คันดังกล่าว เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงเร่งความเร็วและแหกด่านไป จึงเกิดการไล่ติดตาม ขณะกำลังไล่ติดตามคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะกันดุเดือด จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนคนร้ายเห็นท่าไม่ดีได้จอดรถทิ้งไว้บนถนน แล้วอาศัยความมืดหลบหนีเข้าป่าข้างทางไป ขณะนี้ กำลังสืบสวนว่าคนร้ายที่หลบหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ ที่ไหน และมีใครอยู่เบื้องหลังพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ด้วย เพื่อขยายผลในการติดตามจับกุมมาดำเนินคดีกันต่อไป

บทสรุป
การเกิดเหตุรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งมาจากขบวนการค้ายาเสพติด ที่มีการค้าขายอย่างเป็นเครือข่ายและเป็นระบบ เจ้าหน้าที่มีความเชื่อว่า แกนนำผู้ก่อความไม่สงบ มีรายได้มาจากการค้ายาเสพติด โดยคนกลุ่มนี้มีผู้อยู่เบื้องหลัง เป็นถึงสมาชิก อบต. แต่ในขณะนี้ผู้ก่อความไม่สงบกำลังเข้าตาจน เพราะถูกทางการตัดเส้นทางรายได้ ที่จะนำเงินไปใช้ก่อความไม่สงบ ในพื้นที่


                             

1


คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com