www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 103 คน
 สถิติเมื่อวาน 90 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1906 คน
42212 คน
1140993 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

     

       นายกทักษิณลงใต้พูดเรื่องแบ่งโซน
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ ผู้สื่อข่าว 8 ว.
16 กุมภาพันธ์ 2548


นายกทักษิณนอนที่เบตงและพูดถึงการแบ่งโซน
วันที่ 17 ก.พ. 48 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงภารกิจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการตรวจราชการและเยี่ยมเยียนประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 48 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะได้นอนพักค้างคืนที่วิทยาลัยการอาชีพ อ.เบตง จ.ยะลา ต่อมาหลังจากตื่นนอนในช่วงเช้า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับประทานอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ด้วยอาหารพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของชาวเบตง อาทิ ติ่มซำ กาแฟ และปาท่องโก๋ จากนั้นได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ ไปยังศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) ซึ่งตั้งอยู่ใน อ.เมือง จ.ยะลาเพื่อฟังบรรยายสรุปสถานการณ์

นายกพูดถึงการแบ่งโซน
พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กล่าวถึงแนวคิดในการจัดแบ่งโซนพื้นที่ของ 3 จังหวัดชายแดนใต้เป็น 3 สีว่า พื้นที่สีแดงหมายถึงมีผู้ ที่ก่อความไม่สงบอยู่เป็นจำนวนมาก และผู้ที่อยู่ด้วยซึ่งอาจจะเป็นแนวร่วมไม่ให้ความร่วมมือและร่วมกันปิดบัง โดยจากการสำรวจเบื้องต้น พบว่า จ.นราธิวาส เป็นพื้นที่มีสีแดงมากที่สุดตรงนี้จะจัดการอย่างเด็ดขาด

ดังนั้นทางรัฐบาลจึงจำเป็นต้องแก้ไขด้วยการตัดงบบางส่วนออก เช่น งบเอสเอ็มแอล และจะให้ทหารเข้าไปอยู่ในพื้นที่เพื่อติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันจะตัดเงินเดือนครู หรือ "อุสตาซ" ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบด้วย ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะเป็นการกดดันและทำให้การทำงานต่าง ๆ ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเป็นไปได้ยาก เชื่อว่าวิธีการนี้จะได้ผล และไม่กลัวว่าจะเกิดช่องโหว่จนทำให้เกิดปัญหามากขึ้น

ส่วนพื้นที่สีเหลือง เป็นพื้นที่ที่ให้ความร่วมมือน้อย สำหรับพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ให้ความร่วมมือกับทางราชการเป็นอย่างดี ทางรัฐบาลจะสนับสนุนและพัฒนาให้เกิดความเจริญอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเห็นถึงความแตกต่าง

"ผมมีความชัดเจนไม่อ้ำอึ้งไม่สนใจ เราจะดูแลตามกติกา ชาวบ้านในอำเภอรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ถ้าหมู่บ้านใดเป็นสีเหลืองก็จะมีการพัฒนาทีละจุด ให้เป็นพื้นที่สีเขียวให้ได้ อย่างพื้นที่สีแดงถ้าชาวบ้านไม่ช่วยกัน งบประมาณต่าง ๆ รวมทั้งงบเอสเอ็มแอลก็จะไม่ได้ ซึ่งวิธีนี้ไม่ได้ถือเป็นวิธีการรุนแรงแบบคอมมิวนิสต์นิยมใช้ หรือเป็นช่องโหว่ให้ถูกโจมตีจากบุคคลรอบข้าง แต่ถือเป็นการตัดงบประมาณแก่หมู่บ้านที่สำรวจแล้วพบว่า มี ผู้ร่วมก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ และไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล รวมไปถึงหมู่บ้านที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด ก็จะมีการตัดงบประมาณเช่นกัน"

นายกทักษิณไปตำรวจส่วนหน้ายะลา
ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 17 ก.พ.48 นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) กองบัญชาการตำรวจภาค 9 นายกฯได้รับฟังบรรยายสรุปการปฏิบัติงาน และติดตามความคืบหน้าในคดีสำคัญ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จาก พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ผบช.ภ.9จนถึงเวลา12.00น.จึงรับประทานอาหารกลางวัน

จากนั้นนายกฯให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ทุกฝ่ายได้เตรียมงานในหน้าที่ของตัวเองค่อนข้างเข้มข้นดีมาก เชื่อว่าการแก้ปัญหาน่าจะทำมาถูกทาง ซึ่งการออกหมายจับผู้ก่อความไม่สงบออกไปแล้ว 144 ราย จับกุมได้แล้ว 60 กว่าราย ส่วนผู้ก่อความไม่สงบที่เป็นตัวใหญ่ออกหมายจับไปแล้ว 13 ราย จับกุมแล้ว 8 ราย ทั้งนี้เราคิดว่าการใช้ระบบการกดดันไปยังหมู่บ้าน จะทำให้คนที่หลงผิดออกมามอบตัว แต่คนที่เป็นแกนนำในการก่อความไม่สงบ เราต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะให้คนเหล่านี้กลับมา เราต้องดำเนินการจับกุมต่อไป เชื่อว่าต่อไปนี้การทำงานของเจ้าหน้าที่จะเข้มข้นขึ้นและดีขึ้น ซึ่งตนจะมาเยี่ยมในพื้นที่บ่อย จะมานั่งทำงานที่นี่ เพราะมีที่ทำงานที่นอนพร้อม ก็จะทำงานจนเสร็จ เอาจนเหตุการณ์สงบให้ได้

ส่วนโรงเรียนปอเนาะที่มีปัญหา ต้องมีการถอนใบอนุญาต วันนี้ตนสั่งถอนใบอนุญาตไปแล้ว 1 โรงเรียน สำหรับด้านการข่าวดีขึ้นมาก และมีความเชื่อมโยงมากขึ้น มีการนำหลักฐานและวิทยาการมาใช้ เช่นการเก็บกระสุนในที่เกิดเหตุ ก็รู้ว่าเป็นปืนกระบอกเดียวกันที่ก่อคดี 7-8 ครั้ง โดยอาจจะใช้คน ๆ เดียวก่อเหตุ หรืออาจจะเป็นปืนกองกลางของหมู่บ้านที่ใครว่างก็หยิบไปยิง ซึ่งตนเรียกหมู่บ้านนี้ว่าหมู่บ้านสีแดง

นายกไปโรงเรียนธรรมวิทยา
จากนั้นนายกฯ เดินทางไปโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ซึ่งผู้ถือใบอนุญาตเดิมคือ นายสะแปอิง บาซอ แกนนำผู้ก่อความไม่สงบที่หลบหนีหมายจับในขณะนี้ โดยมีนายรอซี เบนสุหรง ผู้รับใบอนุญาตแทนนายสะแปอิง พร้อมด้วยครู นักเรียนโรงเรียนธรรมวิทยาให้การต้อนรับจำนวนมาก โดยนักเรียนถึงกับโห่ร้องกรี๊ดที่เห็นนายกฯ บางคนมาจับมือนายกฯ ขอลายเซ็นและมอบดอกกุหลาบให้นายกฯ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของทหาร พร้อมอาวุธครบมือตลอดเส้นทางสองฝั่งทุก ๆ 10 เมตร พร้อมกับมีการตัดสัญญาณมือถือ เพื่อป้องกันคนร้ายก่อเหตุด้วยระเบิดแบบ "โมบายบอมบ์"
นายกฯ กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาเยี่ยม โดยวันที่ออกหมายจับสะแปอิง บาซอ ก็ได้คุยกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งทุกคนบอกชัดเจนว่า โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิเป็นโรงเรียนที่ดี แต่ความประพฤติ ไม่ดีของบางคนทำให้โรงเรียนเสียหายและรับกรรม ฉะนั้นวันนี้อยากมาเยี่ยมมาให้กำลังใจครู-นักเรียน เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐแยกแยะระหว่างคนดีกับคนไม่ดีออกจากกันได้ ตนมีความ เมตตาสุด ๆ สำหรับคนดีที่ควรได้รับความช่วยเหลือ แต่ตนเป็นคนที่เด็ดขาดสุด ๆ กับคนที่เป็นอันตรายต่อบ้านเมือง ตนไม่ยอมให้ดินแดนของประเทศแม้แต่ตารางนิ้วเดียวถูกแบ่งแยก แม้เลือดจะต้องทาแผ่นดินตนก็ไม่ยอม

นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนกำหนดชัดเจนสำหรับหมู่บ้านที่ดีจะให้งบพัฒนาให้ทุนการศึกษา แต่หมู่บ้านที่เป็นสีแดงตนจะใช้มาตรการเด็ดขาด เพราะเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะหันหน้ามาพูดกัน เพราะยิงคนไป 8 คน แล้วจะมานั่งเจรจาคงเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางลดราวาศอก มาเป็นเพื่อนตนดีกว่า อย่าเป็นเพื่อนกับคนเลว แล้วตนจะดูแลวันหนึ่งอาจจะมาสอนเด็กที่โรงเรียนนี้สักหนึ่งวิชา แต่คงสอนศาสนาไม่เป็นถ้าจะให้สอนคณิตศาสตร์พอได้

นายกพบอุสตาซ
ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. นายกฯ ได้เดินทางไปพบปะกับโต๊ะครูและอุสตาซ ที่หอประชุมเทศบาลนครยะลา โอกาสนี้ตัวแทนได้มอบกริช ที่เป็นสัญลักษณ์ความเป็นผู้นำ ความกล้าหาญ เด็ดขาดให้กับนายกฯด้วยจากนั้นนายกฯ เดินทางขึ้นเฮลิคอปเตอร์จาก ลานบิน ศปก.ตร.สน. ไปเยี่ยมชมโครงการเศรษฐกิจพอเพียงที่บ้านทำนบ อ.แม่ลาน จ.ยะลา ก่อนจะนั่งเฮลิคอปเตอร์ไปขึ้นเครื่องไทยคู่ฟ้าที่สนามบินหาดใหญ่เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯต่อไป

มท1.พูดถึงการแบ่งโซน
นายโภคิน พลกุล รมว.มหาดไทย กล่าวถึงแนวคิดการแบ่งโซนพื้นที่ว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินงาน คล้ายกับการแก้ไขปัญหา ในสมัยที่มีผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่มีการเคลื่อนไหวจัดตั้งค่อนข้างเข้มแข็ง และรัฐบาลเคยแบ่งปัญหาเพื่อแก้ไขปัญหาออกเป็นพื้นที่สีแดง เหลือง และเขียว ซึ่งสีก็เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น คล้ายโรคไข้หวัดนกที่มีการแบ่งเป็นพื้นที่สีแดง เหลือง และเขียวเช่นกัน ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาในการแก้ปัญหา เพราะต้องมีความชัดเจนเพื่อที่จะแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตามขออย่าด่วนมองอะไรในแง่ที่ว่าไม่ถูกไปหมดหรือเลวร้ายไปหมด

"นายกรัฐมนตรีบอกว่า การแก้ปัญหาภาคใต้ต้องสวมถุงมือกำมะหยี่ ที่หมายถึง เรื่องการไปพัฒนา การเข้าใจ ส่วนอีกด้านนั้นที่เป็นกำปั้นเหล็ก ก็ต้องจัดการตามกฎหมายกับแกนนำ เครือข่ายต่าง ๆ โดยเด็ดขาดด้วย"

พล.อ.หาญอดีตแม่ทัพภาคที่4เห็นด้วยตัดงบพื้นที่สีแดง
พล.อ.หาญ ลีนานนท์ ส.ว.สตูล ที่ปรึกษากรรมาธิการทหาร วุฒิสภา และเป็นอดีต แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงนโยบายแบ่งโซน และตัดงบประมาณในพื้นที่สีแดง เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของนายกรัฐมนตรีว่า การดำเนินนโยบายของรัฐบาลเริ่มมาถูกทางแล้ว โดยเฉพาะการตัดงบประมาณในพื้นที่สีแดง รัฐบาลไม่ต้องทุ่มงบประมาณหรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่สีแดง เพราะประโยชน์จะตกอยู่กับเครือข่ายขบวนการก่อการร้าย ที่เข้ามาแฝงตัวในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะเข้ามาบริหารจัดการงบประมาณทั้งหมดของรัฐบาล เพราะขณะนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ล้วนเป็นเครือข่ายของขบวนการก่อการร้ายที่เข้ามาโดยผ่านการเลือกตั้ง รวมถึง มีความพยายามส่งคนเขามาเป็นนายอำเภอ ปลัดอำเภอ และตำแหน่งต่างๆของจังหวัดรวมถึงระดับประเทศ

พล.อ.กิตติอดีตแม่ทัพภาคที่4แบ่งรับแบ่งสู้กับการแบ่งโซน
ขณะที่ พล.อ.กิตติ รัตนฉายา อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ให้ความเห็นว่า รัฐบาลใช้มาตรการคล้ายในอดีตที่แบ่งเขตหมู่บ้านเป็นแนวทางที่ต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ เพื่อให้เกิดความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการวางกลยุทธ์ แต่สถานการณ์ในขณะนี้แตกต่างไป จึงจำเป็นต้องมีความละเอียดอ่อนมากขึ้น อาจมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ แต่ก็ควรจะฟังรัฐบาลซึ่งมีข้อมูลและเครื่องมือต่าง ๆ มากกว่า และมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งดึงมวลชน ที่อาจเป็นแนวร่วมให้กลับมาร่วมมือกับรัฐบาล

นายชวนอดีตนายกไม่เห็นด้วยกับการแบ่งโซน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบด้วยการแบ่งโซนหมู่บ้าน ตามระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ โดยระบุว่า อย่าว่าแต่ทำเลย แค่คิดก็ผิดแล้ว เป็นแนวคิดที่ไม่ถูกต้อง เพราะแนวคิดดังกล่าวยิ่งจะก่อให้เกิดปัญหาในพื้นที่มากขึ้น หากพื้นที่ใดมีปัญหาความรุนแรงก็จะไม่ได้รับงบประมาณ ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เท่ากับว่ารัฐเป็นผู้แบ่งแยกดินแดนเสียเอง ซึ่งเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ดังกล่าว เป็นความผิดพลาดในนโยบายของรัฐบาล ไม่ได้เกิดจากการบริหารงานของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เพราะที่ผ่านมายึดเอานโยบายความมั่นคงของชาติเป็นหลัก จึงมีความต่อเนื่อง

สส.พรรคชาติไทยไม่เห็นด้วยกับการแบ่งโซน
นายกูเฮง ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส พรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลจะทำโซนพื้นที่สีแดงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า หากทำเช่นนี้จะกลายเป็นการแบ่งแยกกัน เรื่องนี้ต้องระวัง การกระทำดังกล่าวถือเป็นการเหมาว่าประชาชนทั้งหมู่บ้านเป็นเช่นนี้ ทั้งที่ความจริงไม่ใช่ ตรงนี้ถือเป็นเรื่องที่น่ากลัว คนที่ทำจริง ๆ คิดว่าคงไม่อยู่ในพื้นที่ ทั้งนี้การเลือกตั้งเพิ่งจะเสร็จสิ้นมาใหม่ ๆ ประชาชนก็จะเอามาเป็นประเด็นทางการเมืองว่า ที่ทำเช่นนี้เป็นเพราะพรรคไทยรักไทยไม่ได้รับเลือกเข้ามา ดังนั้นเรื่องนี้ต้องประชาสัมพันธ์ให้ดี ขณะนี้ชาวบ้านอยู่ด้วยความหวาดกลัว และเจ้าหน้าที่ของรัฐก็รู้ว่าประชาชนอยาก ให้ความร่วมมือ แต่ไม่กล้าให้ข้อมูลหรือคุยกับเจ้า หน้าที่ เพราะกลัวถูกลูกหลงหรือถูกข่มขู่จากอีกฝ่าย

สส.ปชป.ระบุการแบ่งโซนเป็นการผลักดันคนอยู่กับฝ่ายตรงข้าม
นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ก็เชื่อว่า นโยบายนี้เท่ากับผลักดันให้ชาวบ้านในพื้นที่สีแดงบางส่วนไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นวิธีคิดที่ไม่มีผู้นำประเทศรายใดเคยทำมาก่อน ซึ่งเขาก็เห็นว่านายกรัฐมนตรี กำลังใช้อารมณ์ในการแก้ไขปัญหา เมื่อเป็นเช่นนี้ถามกลับไปว่านายกฯทักษิณใช้อำนาจอะไร ผมคิดว่าน่าจะผิดพระราชบัญญัติ บริหารราชการแผ่นดิน ที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ มีการกลั่นแกล้งชาวบ้าน กว่า 300 หมู่บ้าน ที่เสียภาษีให้กับรัฐบาลนี้ ในอัตราตามที่กฎหมายกำหนดเหมือนกับนายพานทองแท้ กลุ่มตระกูลชินวัตรหรือกลุ่มตระกูลอื่น ๆ ที่มีอำนาจในบ้านเมืองนี้และไม่แน่ใจว่าจะเสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยหรือไม่

ปธ.อิสลามควรพัฒนาพื้นที่สีแดง
นายอับดุล เราะห์มาน อับดุลสอมัด ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามประจำ จ.นราธิวาส ระบุว่า แนวทางที่เหมาะสมนั้น รัฐบาลควรจะยิ่งให้ความสนใจในการพัฒนาพื้นที่สีแดง โดยเฉพาะในด้านจิตใจ และการฟื้นฟูต่าง ๆ เพื่อดึงประชาชนให้เข้ามาร่วมมือกับทางการ ส่วนนางชิดชนก ราฮิมูละ อาจารย์สาขารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี บอกว่าชัยชนะที่เด็ดขาดของการต่อสู้ทางทหาร คือเอาศัตรูมาเป็นมิตร แต่การทำแบบนี้ยิ่งทำให้เป็นการสร้างศัตรู

ครป.ระบุการแบ่งโซนแก้ปัญหาไม่ได
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ได้ออกแถลงการณ์ถึงแนวคิดดังกล่าวของนายกฯ ว่า "ผมคิดว่าวิธีการแบบนี้เป็นการดำเนินนโยบายทางการเมืองแบบก้าวร้าวเกินไป ถือว่าเป็นการสาดน้ำมันใส่เปลวไฟ นอกจากจะแก้ปัญหาไม่ได้แล้วยังจะเป็นการสร้างปัญหาใหม่ เพราะเป็นการบีบชาวบ้านในพื้นที่ซึ่งส่วนใหญ่ที่เป็นสุจริตชน ให้ตกอยู่ในฐานะผู้ต้องสงสัยไปโดยปริยาย ทั้ง ๆ ที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจจะไม่ใช่การกระทำของคนในพื้นที่ แต่อาจเป็นคนนอกพื้นที่ก็ได้ ฉะนั้นถ้าไม่ระมัดระวังจะทำให้สุจริตชนติดร่างแหไปด้วย รัฐบาลต้องฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ขบวนการเคลื่อนไหวใต้ดิน มีแนวร่วมจากสุจริตชนมากขึ้น จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองได้ จึงอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ทบทวนเรื่องนี้โดยด่วน"

แยกพื้นที่สีแดงเหลืองเขียว
รายงานข่าวจากหน่วยข่าวที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีจากพื้นที่ จ.นราธิวาส แจ้งว่า จากการรวบรวมสถิติการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่แฝงตัวกบดานซ่องสุมวางแผนในการลอบก่อเหตุร้าย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ในพื้นที่ 13 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส แยกเป็นพื้นที่สีแดงจำนวน 312 หมู่บ้าน 51 ตำบล ของ 9 อำเภอ ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าเขา และเป็นพื้นที่กฎอัยการศึก ประกอบด้วย อ.ศรีสาคร, จะแนะ, ระแงะ, ยี่งอ, รือเสาะ, สุไหงปาดี, สุคิริน, เจาะไอร้อง และ บาเจาะ จากยอดรวมทั้งสิ้น 574 หมู่บ้าน 77 ตำบล 13 อำเภอ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นเป้าหมายที่กลุ่มคนร้ายก่อวินาศกรรม และดักสังหารเจ้าหน้าที่รัฐ โดยพื้นที่ทั้งหมดนี้จะถูกนายกรัฐมนตรีตัดงบประมาณแผ่นดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่

ส่วนพื้นที่สีเหลืองที่มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีพยายามแฝงตัวปลุกระดมชาวบ้าน และมีกลุ่มแนวร่วมในพื้นที่แฝงตัวอยู่ มีทั้งสิ้น 133 หมู่บ้าน 11 ตำบล ของ 4 อำเภอ คือ อ.สุไหงโก-ลก,เมือง, ตากใบ และแว้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่นายกรัฐมนตรี จะมอบนโยบายให้กองกำลังทหาร ตำรวจ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแทรกซึมดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชาวบ้านให้หันมาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทางการ พร้อมทั้งสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ไม่หวังดี สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้อีก

สำหรับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สีเขียวมีอยู่ด้วยกัน 129 หมู่บ้าน 11 ตำบล ของ 3 อำเภอ คือ อ.สุไหงโก-ลก, เมือง และตากใบ ที่ไม่มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี และสมาชิกแนวร่วมเข้ามาเคลื่อนไหวแทรกซึมในพื้นที่ได้ เนื่องจากชุมชนดังกล่าวมีความสามัคคีกลมเกลียว และอยู่ในความดูแลของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องสังกัดต่าง ๆ ได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่วนใหญ่มีการจัดตั้งเป็นกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ครบวงจร ทั้งการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านของชุด ชรบ. สถานีตำรวจยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ พ.ต.ท. ทักษิณ พร้อมจะเทงบประมาณเพื่อพัฒนา ซึ่งข้อมูลสถิติดังกล่าวนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการในการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อรายงานให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

เหน็บพวกใช้แต่ปากวิจารณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า ผู้นำศาสนาระบุว่าการที่ผู้นำประเทศไปพูดอย่างนี้ถือเป็นการเติมเชื้อให้แรงยิ่งขึ้น นายกฯ กล่าวว่า "ผมไม่ฟัง ผมรู้ปัญหาอยู่แล้ว เราเข้าไปเรารู้ปัญหาลึก คนที่อยู่ในพื้นที่น่าจะช่วยเรามากกว่านี้ ถ้าอยากให้เหตุ การณ์ยุติต้องช่วยเรามากกว่านี้ แต่วันนี้กลับนั่งเงียบคอยวิจารณ์อย่างเดียว เหมือนเดิมทุกอย่าง ถ้าอยากให้ยุติต้องช่วยกัน"
ลั่นเอาแน่จัดงบตามสีหมู่บ้าน
วันที่ 18 ก.พ.48 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุการณ์รุนแรงเมื่อคืนมาจากผลพวงที่ได้ไปประกาศแบ่งพื้นที่ให้งบประมาณเป็นสีแดง สีเหลือง และสีเขียวหรือไม่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า คนละเรื่อง เหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่จะวางแผนได้ภายใน 5 หรือ 10 ชั่วโมงเมื่อไหร่ พวกนี้กว่ามันจะขโมยรถมันคิดไว้ก่อนแล้ว

เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่ยกเลิกนโยบายจัดสรรงบให้ตามพื้นที่เป็นสี ๆ ใช่หรือไม่ พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวว่า "เอาน่า ไอ้คนพูดมันพูดทั้งวัน พูดโดยไม่มีข้อมูลเลย เอาไมโครโฟนจ่อปากเมื่อไหร่ก็พูดได้เมื่อนั้น พูดได้หมด แต่สำหรับผม ผมรู้ เพราะอยู่กับข้อมูลและเหตุผล ผมนั่งดูข่าว กรองรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมก็ใช้ความพยายามของผมอยู่ คนที่พูดช่วยลงไปดูหน่อย ลงไปอยู่ภาคใต้ ไปช่วยผมหน่อย ผมจะประกันชีวิตให้ ผมถามว่าครอบครัวที่ถูกฆ่าเขาจะรู้สึกอย่างไร ขนาดผู้หญิงยังต้องหัดยิงปืน ทุกคนพร้อมจะปกป้องแผ่นดินไทย เพราะวันนี้เหตุการณ์มันแรง กว่าที่หลายคนออกมาพูด วันนี้มันจะแบ่งแยกดินแดนท่าเดียว"

อภิสิทธิ์ อย่าทำแบ่งโซน3สี
วันที่ 18ก.พ.48 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายแบ่งโซน 3 สีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ตนต้องขอร้องรัฐบาลให้ทบทวน เพราะแนวคิดตรงนี้ กระทบกระเทือนความรู้สึกของคนในพื้นที่พอสมควร และดูแล้วเป็นแนวทางที่กลับจะทำให้เกิดปัญหาในแง่ของการแบ่งแยก ขอให้พวกตนได้มีโอกาสระดมความคิดเห็นจาก ประชาชน ประเด็นเรื่องแบ่งโซนขึ้นมาใหม่ เป็นเรื่องที่ล่อแหลมมาก เพราะในทางความคิดก็ดี ในทางปฏิบัติก็ดีจะมีช่องโหว่ช่องว่างให้เป็นเหยื่อของฝ่ายที่ไม่หวังดีอย่างชัดเจนมาก

"พวกผมขอเลยว่า เรื่องนี้อย่าทำ มาช่วยกันคิด มาช่วยกันดู บางเรื่องเป็นความคิดเห็นที่แตกต่าง บางเรื่องที่ท่านดำเนินการไป เราอาจจะไม่เห็นด้วย แต่เราก็พยายามที่จะไม่พูดอะไรที่ให้กระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติ แต่เรื่องนี้ถ้าเดินหน้าแล้วอันตราย ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว แล้วท่านไปทดลองแล้ว มันผิด จะไม่ใช่สิ่งที่ไปแก้ไขได้ง่าย ๆ เฉพาะเรื่องนี้ผมต้องขอกันเลย คือผมอยากให้นายกรัฐมนตรีลองกลับไปคิดง่าย ๆ ว่าความรุนแรงหรือเหตุร้ายที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่ต้องพึ่งงบประมาณแผ่นดินไปทำหรือไม่ แล้วการไปหยุดงบประมาณแผ่นดินจะไปตัดกำลังผู้ก่อความไม่สงบจริงหรือ และประชาชนผู้บริสุทธิ์จะรู้สึกอย่างไร"

 

                   

1

 

 

 

 

 

 

 

 


คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com