www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 161 คน
 สถิติเมื่อวาน 256 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4367 คน
109439 คน
1090539 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

 

วิเคราะห์ข่าว การระเบิดธนาคาร 22 แห่งในจ.ยะลา พูโล มีส่วนหรือไม่
โดยณรงค์ ชื่นนิรันดร์ ผู้สื่อข่าว 8 ว.31 ส.ค.49

บทนำ
ตลอดทั้งเดือนสิงหาคม 2549 มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกือบทุกวัน ตั้งแต่ต้นเดือน มีเหตุการณ์ก่อกวนเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย เฉพาะวันที่ 1-2 สิงหาคม 2549 นับได้ 128 จุด แต่มีเหตุการณ์ใหญ่อยู่เพียง 2 จุดเท่านั้น คือ การลอบเผาโรงงานยางปักษ์ใต้ ตั้งอยู่ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และการลอบวางระเบิด ตำรวจชุดตรวจรางรถไฟ เหตุเกิดขึ้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ส่งผลให้มีตำรวจเสียชีวิต 4 นาย เหตุการณ์อื่น ๆ ที่เกิด ล้วนเป็นเหตุการณ์เล็ก ๆ เช่นการเผาตู้โทรศัพท์ เผาเศษผ้า เผาศาลาพักผู้โดยสาร แต่ละจุดไม่ได้รับความเสียหายมากนัก ต่อมาคนร้าย ได้เปลี่ยนยุทธวิธี หันไปลอบยิงผู้บริสุทธิ์ โดยไม่เลือกเป้าหมาย เพียงแต่ขอให้สบโอกาส ต้องลงมือทันที เช่น ลอบยิง พ่อค้าที่รับซื้อทุเรียนในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ลอบยิงผู้หญิงมุสลิมและผู้หญิงพุทธที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปด้วยกัน เหตุเกิดในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เพื่อต้องการสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายที่ไม่ต้องการให้มีการคบหากันระหว่างชาวไทยพุทธกับชาวไทยมุสลิม และเหตุการณ์รุนแรง ส่งท้ายเดือนสิงหาคม 2549 คนร้าย ได้ลอบนำระเบิด แสวงเครื่องขนาดเล็ก นำไปวางไว้ในธนาคารทุกอำเภอของจังหวัดยะลา และได้เกิดระเบิดขึ้นพร้อมกันเมื่อเวลา 11.30 น.วันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม 2549 ส่งผลให้ธนาคารได้รับความเสียหาย มีทั้งผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต

วันที่ 31 สิงหา สำคัญอย่างไร
มีคำถามเข้ามามาก ว่าทำไมกลุ่มก่อการร้ายจึงลงมือในวันที่ 31 สิงหาคม เรื่องนี้สภาความมั่นคงแห่งชาติได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก พลโทสุรพล เผื่อนอัยกา รองเลขาสภาคมมั่นคงแห่งชาติ ได้ถามกลางที่ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "ความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสารเพื่อสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์ ในสถานการณ์ที่กระทบต่อความมั่นคง " เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2549 ณ โรงแรมเจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า ใครพอจะวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ และผมเป็นคนหนึ่งที่เข้าร่วมประชุมอยู่ด้วย ได้แสดงความคิดเห็นว่า การเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในแต่ละครั้ง กลุ่มก่อการร้ายมีแผนการและมีเป้าประสงค์ที่ชัดเจน กล่าวคือ เพื่อแสดงศักยภาพความรุนแรงให้องค์กรระหว่างประเทศได้เห็นและรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น อาทิ เหตุการณ์ เมื่อวันที่ 15-16 มิถุนายน 2549 มีการลอบก่อเหตุขึ้นพร้อม ๆ กัน 67 จุด โดยวันนั้นกลุ่มก่อเหตุมุ่งหวังที่จะให้ องค์กรประชุมมุสลิม หรือ OIC ได้รับรู้ปัญหา เพราะ OIC จะมีการประชุมที่ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน ในวันจันทร์ที่ 19 ถึงวันพุธที่ 21 มิ.ย.49 แต่การประชุมคราวนั้น OIC ก็ไม่ได้นำปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าพิจารณาในที่ประชุมแต่อย่างใด มีแต่เพียงเลขาธิการ OIC เท่านั้นที่ออกมาแสดงความเห็นต่อฝ่ายไทยที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ ว่า หากมีอะไรที่จะให้ OIC ช่วยเหลือทาง OIC ก็ยินดี ส่วนเหตุจูงใจของการก่อเหตุพร้อมกันอีกประการหนึ่งคือ วันที่ 15 มิถุนายน เป็นวันที่ กลุ่มขบวนการเบอร์ซาตู ได้ก่อตั้ง"สมัชชาประชาชนมลายูปัตตานี ( Majlis Permesyuaratan Rakyat Malayu Patani หรือ MPRMP )"

ต่อมาวันที่ 1-2 สิงหาคม 2549 เวลา 20.30 น. กลุ่มก่อการร้ายได้ลงมือพร้อมกันก่อเหตุอีกครั้ง ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา โดยมีเป้าประสงค์ที่จะให้ OIC ได้รับทราบปัญหาของความต้องการที่จะแบ่งแยกดินแดน เพราะในวันที่ 3 สิงหาคม 2549 OIC จะมีการประชุมกันที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยมีวาระเพื่อพิจารณาเรื่อง ประเทศอิสราเอล บุกถล่มประเทศเลบานอน แต่การประชุมครั้งนั้น OIC ก็ไม่ได้นำเรื่องนี้เข้าวาระการประชุม แต่อย่างใด

การที่กลุ่มก่อการร้าย เลือกลงมือ ในวันพฤหัสบดีที่ 31 สิงหาคม 2549 โดยมุ่งโจมตีธนาคาร ที่ตั้งเฉพาะในพื้นที่ จังหวัดยะลา ซึ่งการข่าวของไทยเคยเตือนว่า ในวันดังกล่าวจะมีเหตุร้าย ขึ้นอีก เพราะวันที่ 31 สิงหาคม เป็นวันประกาศเอกราชของประเทศมาเลเซีย และเป็นวันก่อตั้งขบวนการเบอร์ซาตู ซึ่งเป็นวันที่ประกาศเจตนารมณ์ ของแกนนำขบวนการโจรก่อการร้าย (ขจก.) โดยกลุ่มพันธมิตรเบอร์ซาตู ประกอบด้วย PULO ใหม่ . BRN- CONGRESS . BIPP . และมูจาฮีดีนปัตตานี หรือ GMIP (ข้อมูลจากหนังสือ ยำใหญ่ไฟใต้ พลเอกกิตติ รัตนฉายา หน้า 127)

ดังนั้นการที่จะบอกว่าเป็นวันชาติมาเลเซีย ทำให้มีเหตุการณ์ก่อความไม่สงบ กรณีนี้คงไม่ใช่ แต่น้ำหนักจะไปอยู่ที่ วันก่อตั้งขบวนการเบอร์ซาตู มากกว่า

เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ถึงการก่อเหตุทุกครั้งที่เป็นเหตุการณ์ใหญ่ ๆ มักจะตรงกับ วันที่มีความสำคัญของขบวนการ เช่น วันที่เกิดเหตุการณ์ คนร้ายยึด มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2547 ก็เป็นวันที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ส่งกองกำลังเข้าปราบปรามผู้ก่อการที่ตำบลดุซงญอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2491 โดยมีการเรียกวันนั้นว่า กบฏดุซงญอ

รองเลขา สมช.ระบุ ดร.วัน ฟาร์เดย์ เจ๊ะมัน เจ้าของทฤษฎีก้ามปู ผู้ก่อความรุนแรง
วันที่ 1 กันยายน 2549 ณ โรงแรมเจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พลโทสุรพล เผื่อนอัยกา รองเลขาธิการสภาความมั่นคง ได้พูดถึงวิทยานิพนธ์ยุทธศาสตร์ก้ามปู (Two Prang ) ของ ดร.วัน ฟาร์เดย์ เจ๊ะมัน แกนนำของขบวนการเบอร์ซาตู ในขณะศึกษาระดับปริญญาเอก ที่ มหาวิทยาลัยออสเตรเลีย ว่า การปฏิบัติการในรูปแบบกองโจร ถือเป็นการกระทำที่ใคร่ครวญแล้วและมีเหตุผลอย่างยิ่ง เพื่อยั่วยุ ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติการตอบโต้ด้วยความรุนแรงเกินกว่าเหตุ ถ้าปฏิบัติการตอบโต้ได้สัดส่วนที่เหมาะสม และสมควรแก่เหตุก็ไม่เกิดการแทรกแซงจากนานาชาติ (International Attention) เพราะฉะนั้นฝ่ายก่อการร้าย จึงมีความพยายามที่จะให้รัฐปฏิบัติการเกินกว่าเหตุ ตามแผนการยั่วยุ อีกประเด็นหนึ่งเพื่อให้เกิดการข่มขู่ประชาชนส่วนใหญ่ ที่ไม่มีแนวคิดไม่มีอำนาจทางการเมืองและไม่มีจุดประสงค์ที่จะแบ่งแยกดินแดน ก็เพื่อเป็นการข่มขู่ไม่ให้ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะว่าเกิดความหวาดกลัว

พลโทสุรพล เผื่อนอัยกา รองเลขาธิการสภาความมั่นคง ได้แสดงทัศนะอีกว่า "พวกเราลองใคร่ครวญซิครับ ว่า ฆ่าคนนี่ มันต่างกันอย่างไร กับการฆ่าคนไปหนึ่งคน อาจจะบอกว่าเป็นคดีธรรมดา เกิดจากความโกรธแค้นส่วนตัว แต่ถ้าฆ่าคนไปแล้วตัดหัว ส่งผลต่อการเรียกร้องความสนใจ ผมไม่ได้เห็นว่าพวกนี้เป็นคนที่โหดร้ายป่าเถื่อน แต่เห็นว่าพวกนี้เป็นนักสู้ที่เลือดเย็น เลือดเย็นมาก การฆ่าชาวบ้านคนหนึ่งได้ผลไม่มาก แต่ถ้าฆ่าทหารสักคนหนึ่งจะมากกว่า เพื่อให้เกิดการยั่วยุให้เกิดความแค้น และมีแนวโน้มของการตอบโต้ของเจ้าหน้าที่เกินกว่าเหตุได้ ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้เวลาเสนอข่าวอย่างรู้เท่าทัน ยุทธศาสตร์ก้ามปู ของ ดร.วัน ฟาร์เดย์ เจ๊ะมัน ที่ต้องการผลักดันให้เกิดความรุนแรง "

ขบวนการพูโลมีความชำนิชำนาญมากในการทำให้เกิดความสะเทือนใจ ให้เกิดอารมณ์ร่วม และเรียกร้องความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศ เหตุการณ์ชุมนุมใหญ่ของชาวปัตตานีเมื่อปี 2518 พวกนี้จะใช้ศาสนาให้เป็นประโยชน์ทางการเมือง มาใช้ชักจูงกลุ่มคน เพื่อให้เดินไปตามแผน และพวกก่อการร้ายมักจะใช้วันที่มีความสำคัญทางศาสนามาเป็นวันก่อการ

ผศ.ชิดชนก ราฮิมมูลา อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ให้เหตุผล ว่า กรณีนี้ อาจแยกได้เป็น 3 ประเด็นคือ 1. คนร้ายเหล่านั้นอาจจะถูกชักจูงให้มาทำงาน แต่โดยวุฒิภาวะยังน้อยเกินไป จนไม่ทราบว่าธนาคารมีระบบกล้องวงจรปิด 2.คนร้ายอาจจะรู้ว่ากระบวนการทำงานของตนเองต้องถูกกล้องวงจรปิดจับได้ แต่ก็ยินยอมเปิดเผยตัว เพื่อแสดงศักยภาพว่าเขาสามารถทำได้ เพื่อให้คนได้รับรู้กันทั่วไปว่า พวกเขามีขีดความสามารถในการปฏิบัติการ และ 3. อาจคิดว่าหากพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับลูกค้าทั่วไป กล้องวงจรปิดอาจไม่รู้ว่าใครเป็นใคร แต่กรณีเช่นนี้ยังไม่ถึงขั้นพลีชีพ เพราะหลังลงมือก่อเหตุเสร็จกลุ่มนี้ก็หลบหนี ฉะนั้นยังไม่ถึงขั้นการพลีชีพ

จากยุทธศาสตร์ก้ามปู ของ ดร.วัน ฟาร์เดย์ เจ๊ะมัน ที่มุ่งก่อความรุนแรง จนประชาชนในพื้นที่หวาดกลัวแล้วอพยพออกนอกพื้นที่ โดยสื่อของไทยเป็นผู้นำไปขยายผล ว่าคนในพื้นที่ขายทรัพย์สิน บ้านที่ดิน รถยนต์ เพื่อเตรียมอพยพไปอยู่ที่อื่น จึงเป็นการเข้าทางของฝ่ายก่อการร้าย ที่ต้องการจะให้เป็น ซึ่งการนำเสนอของสื่อจะต้องมีความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการที่จะเป็นการกระพือข่าวให้ประชาชนที่เป็นชาวไทยพุทธ เกิดความแตกตื่น จนอพยพละทิ้งถิ่นฐาน ซึ่งบางครั้งสื่อก็มักจะอ้างว่าเป็นการรายงานที่เกิดขึ้นตามข้อเท็จจริงแล้วก็ตาม เพราะจากการที่ดูการกระทำ ดร.ชิดชนก ราฮิมมูลา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ระบุว่าการก่อเหตุระเบิดธนาคาร 22 จุด ยังไม่ถึงขั้นพลีชีพ

ทำไมโจมตีธนาคาร
การโจมตีธนาคาร ถือว่าเป็นการโจมตีเป้าทางเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการเงิน เพื่อทำให้เกิดความระส่ำระสาย ต่อการลงทุนที่จะมีขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้นักลงทุนลังเลที่จะมาลงทุน เมื่อไม่มีการลงทุน เศรษฐกิจในพื้นที่ก็จะเดินต่อไปไม่ได้ ทุกอย่างก็จะหยุดชะงัก ในขณะที่นักลงทุนที่อยู่ในพื้นที่ ไม่อยากจะลงทุนเพิ่ม เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์ ในที่สุดก็ต้องขายทรัพย์สินย้ายฐานการลงทุนไปอยู่ที่อื่น ที่เชื่อว่าน่าจะมีความปลอดภัย ส่วนชาวบ้านก็ไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สุดท้ายก็จะอพยพหนีไปอยู่ที่อื่น ที่คิดว่ามีความปลอดภัยกว่า ตรงตามแผนการของกลุ่มก่อการร้ายที่ต้องการให้ ผู้คนที่ไม่ใช่พวกเดียวกัน หรือมีศาสนาเดียวกัน ให้คนเหล่านี้ออกจากพื้นที่ไป เพื่อที่ตนเองจะปกครองได้อย่างพิสุทธิ์ และไม่มีการครอบงำจากคนที่ไม่ใช่พวกตน เพราะในอดีตรัฐบาลสยาม (รัฐบาลไทย) เคยส่งคนอีสาน เข้าไปอยู่ในนิคมสร้างตนเองที่อำเภอสุคีริน จังหวัดนราธิวาส สร้างความไม่พอใจแก่คนมุสลิมหัวรุนแรงในพื้นที่ และได้นำเอาประเด็นนี้ไป โฆษณาชวนเชื่อว่า มุสลิมจะถูกครอบงำโดยคนจากที่อื่น จึงทำให้มีการฆ่าผู้บริสุทธิ์ ที่เป็นชาวไทยพุทธ และชาวมุสลิมที่แสดงออกว่ามีความสัมพันธ์กับชาวไทยพุทธ

นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า เหตุการณ์ระเบิดธนาคารในจังหวัดยะลาไม่ใช่เรื่องปกติ เรียกได้ว่าเข้าขั้นภาวะสงคราม เนื่องจากเป็นการทำลายระบบการเงิน ซึ่งเป็นวีถีชีวิตของประชาชน เป็นสิ่งเลวร้าย เพราะหากธนาคารไม่สามารถเปิดให้บริการได้และต้องย้ายออกจากพื้นที่จะทำให้กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่า

"การทำลายล้างแบบนี้ถึงขั้นภาวะสงครามไม่ใช่แค่การก่อการร้าย แต่เป็นอีกภาวะหนึ่ง เชื่อว่าต้องการทำลายระบบการเงินเพื่อให้คนภาคใต้อยู่ไม่ได้เพราะไม่มีอะไรเหลือ และต่อไปอาจเข้าสู่พื้นที่ชุมชนต่างๆ"

ทำไมธนาคารอิสลาม จึงถูกโจมตีในครั้งนี้ด้วย
นายธาตรี บัณฑูรอัมพา ผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย สาขายะลา 1 วิเคราะห์ว่า "ผมไม่คิดว่าธนาคารอิสลามจะตกเป็นเป้าหมายด้วย หลังเกิดเหตุมีลูกค้ามาแสดงความเห็นใจว่า ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับธนาคารอิสลามเลย "ผมคิดว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่กระทบกับการดำเนินธุรกิจของธนาคาร"

นายธาตรี บัณฑูรอัมพา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในวันเกิดเหตุ มีลูกค้าเพียง 3 คน ซึ่งน้อยกว่าปกติ โดยก่อนเกิดเหตุบางธนาคารได้รับการแจ้งเตือน แต่ทางธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกลับไม่ได้รับการแจ้งเตือน ส่วนกระแสข่าวจะมีเหตุรุนแรงในช่วงนี้ทราบล่วงหน้ามาบ้างแล้ว เนื่องจากลือกันว่า เป็นวันสถาปนาขบวนการเบอร์ซาตู

ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี อาจารย์จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี วิเคราะห์กรณีดังกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดครั้งนี้ตีความได้ยากว่า เป็นการจงใจกระทำเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจหรือเป็นการกระทำเพื่อสร้างผลสะเทือนตามธรรมชาติของการก่อการร้าย

การเบนเป้ามาโจมตีธนาคารนั้นอาจมองได้ว่าเป็นลักษณะการโจมตีเป้าหมายที่คาดไม่ถึง ธรรมชาติทั่วไปของการก่อการร้ายก็เป็นแบบนี้ ที่ผ่านมาธนาคารก็ไม่ใช่เป้าหมายที่คาดว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงต่างจากสถานที่ราชการ หรือกลุ่มทหารตำรวจ แม้ก่อนหน้านี้จะมีข่าวลือเรื่องการเคลื่อนไหวก่อความรุนแรงในวันสถาปนากลุ่มเบอร์ซาตู การเตรียมการป้องกัน จึงได้แต่ทำไปในทิศทางที่จะเป็นเป้าหมายหลักที่จะถูกโจมตี

"การก่อเหตุอาจเป็นการเลือกเป้า ตามความต้องการเพื่อแสดงว่า สามารถสร้างผลสะเทือนได้ตลอดเวลา ในครั้งนี้ถึงแม้จำนวนแห่งที่ถูกวางระเบิด อาจจะไม่มากเท่าต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่ก็แสดงว่าทำพร้อมกันได้"

การวิเคราะห์ของ ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี คล้ายๆ กับการประเมินของ นายธาตรี บัณฑูรอัมพา ผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จังหวัดยะลา สาขา 1 ที่มองว่า การที่ธนาคารอิสลามถูกวางระเบิดคงไม่ได้เป็นเพราะว่าเป็น 'ธนาคารอิสลาม' แต่คงเห็นว่าเป็นเพียงธนาคารหนึ่ง ทางธนาคารอิสลามเองก็ไม่เคยคาดคิดเลยเช่นกันว่าจะตกเป็นเป้าหมายด้วย เพราะที่ผ่านมาการดำเนินการของธนาคารเป็นไปตามหลักศาสนา คือไม่ใช่การค้าดอกเบี้ย แต่เป็นการให้สินเชื่อเพื่อเข้าไปลงทุนและปันผลกำไรร่วมกันกับการค้านั้นๆ นอกจากนี้ แม้แต่ลูกค้าเองก็เสียใจที่เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับธนาคารอิสลามด้วย


ผบ.ทบ.ออกมายอมรับว่าการลงมือของคนร้ายไม่รู้ความต้องการ
เมื่อวันที่ 1ก.ย.49 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ให้โอวาทแก่เยาวชน ที่เดินทางมาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเข้าร่วมโครงการอบรมเยาวชนภาคใต้ก้าวไกลเพื่ออนาคตที่สดใส ว่า การต่อสู้กันด้วยอาวุธที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้(31 ส.ค.49) ที่เกิดระเบิดที่ธนาคารกว่า 20 จุด (ทั้งหมด 22 จุด) ในจำนวนนี้มีธนาคารอิสลามรวมอยู่ด้วย แสดงว่าปัญหาภาคใต้ไม่ใช่เรื่องศาสนา "ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่า เขาคิดอย่างไร มองอย่างไร และต้องการอะไร เป็นสิ่งที่พวกเราในที่นี้อาจจะได้ยินได้รู้ ช่วยให้ไปถามกลับให้หน่อยว่าเขาต้องการอะไร สิ่งที่เขากำลังที่ทำอยู่นั้นมันประสบชัยชนะตรงไหน ใครกำลังเดือดร้อน อยากให้กลับไปถามเขาว่า เป็นอย่างนั้นมันเป็นไปได้อย่างไร เราทุกคนที่อยู่ร่วมกันต้องมีความห่วงใยและช่วยเหลือเอาใจใส่กัน เพราะเขาทุกคนคือคนที่พระอัลเลาะห์บัญชาให้มาเกิด ท่านคงไม่ให้มาเกิดแล้วให้เรามานั่งฆ่ากันคงไม่ใช่ "

ต่อจากนั้น พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แถลงต่อสื่อมวลชน ที่กองบัญชากองทัพบก ว่า สังเกตได้ว่ากลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ไม่เลือกเป้าหมายในการทำลาย ซึ่งมีธนาคารอิสลามรวมอยู่ด้วย บ่งบอกว่าสถานการณ์ภาคใต้ไม่เกี่ยวกับศาสนา

ซึ่งกลุ่มก่อการร้ายไม่มีคุณธรรม ไม่มีศาสนาอยู่ในใจ ทั้งนี้ ขบวนการก่อการร้ายนี้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่โจรธรรมดา มีองค์กรนำ มีกองกำลัง และแนวร่วม ซึ่งเราพยายามหาองค์กรนำอยู่ จนกระทั่งเด่นชัดมากขึ้น เพราะเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมเป็นวันชาติมาเลเซียและวันก่อตั้งขบวนการเบอร์ซาตู

"หากเราจะคุยกับแนวร่วมหรือกองกำลังคงไม่เกิดประโยชน์ จำเป็นต้องเข้าไปสู่การสร้างสันติอย่างถาวร เพราะปัญหามีความซับซ้อน จากขบวนการมีการจัดตั้งที่พัฒนา ซึ่งแต่เดิมเป็นผู้ก่อการร้าย แต่ขณะนี้ใช้ขบวนการด้านงานข่าวลับ เข้ามาร่วมปฏิบัติการจึงเกิดความซับซ้อน ดังนั้น จะคิดแบบโจรธรรมดาและปราบแบบโจรผู้ร้ายคงไม่ใช่ ดังนั้น ต้องสู้กับขบวนการอย่างเข้าใจ โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ที่เขาต้องการปกครองตนเองหรือแบ่งแยกดินแดน ผมในฐานะที่เป็นมุสลิมเป็นคนไทยทุ่มเทเลือดเนื้อ และชีวิตปกป้องประเทศไทย ฉะนั้นการที่คนมุสลิมกำลังทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง"

พล.อ.สนธิ ยังระบุว่า การปฏิบัติของขบวนการก่อการร้ายเป็นยุทธวิธี เพื่อนำไปสู่ยุทธศาสตร์ในการแบ่งแยกดินแดน และปกครองตนเอง เพื่อมุ่งขยายผลไปสู่สังคมโลกให้เห็นว่าพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีคนมุสลิมต้องการแบ่งแยกดินแดน ต้องการให้เห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีอยู่จริง เพื่อนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมเพื่อให้ OIC เข้าช่วยเหลือ

พล.อ.สนธิ แสดงความเห็นอีกว่า ขณะนี้เกิดสงครามก่อการร้ายแย่งชิงประชาชน ดังนั้น ต้องช่วยกันทุกภาคส่วนในการแก้ไข มีความเชื่อมั่นว่าประชาชน 99 เปอร์เซ็นต์เป็นคนไทย แต่อีก 1 เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ก่อความไม่สงบ ดังนั้นประชาชนทุกภาคส่วนต้องให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ เพราะเป็นสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ต้องยอมรับว่ามีความพยายามแบ่งแยกคนไทยพุทธและคนไทยมุสลิม อย่าคิดว่าการแก้ไขปัญหาจะเป็นเรื่องง่าย เพราะไม่ใช่โจรธรรมดา

" สถานการณ์ในภาคใต้ทหารอยู่บนคมหอกคมดาบ บนความเป็นความตาย การตายไม่ได้เลือกว่าเป็นพลทหาร พันเอก หรือ แม้กระทั่งนายพล ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะเป็นสถานการณ์สงคราม การต่อสู้ ไม่มีใครอยากสูญเสีย ทุกคนมุ่งมั่นในการทำงาน เพื่อชาติบ้านเมืองด้วยจิตวิญญาณและสำนึก "

"การเปลี่ยนแนวความคิดไม่ใช่เรื่องง่าย การจะเกิดเหตุการณ์หนึ่งเรื่องหรือร้อยเรื่อง สังคมกำลังมองอยู่ ความรู้สึกที่แตกต่างกัน จึงพยายามไม่ให้สถานการณ์ขยายตัวไปสู่สากล"

ผบ.ทบ. จะเจรจา กับระดับล่าง ของขบวนการ
เรื่องการเจรจากับขบวนการ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. แสดงความเห็นว่า "ขณะนี้กำลังพยายามสั่งหน่วยงานบางหน่วยงานเดินไปแล้ว เพราะต้องการหัว เพราะถ้าไม่มีหัวในการเจรจาเราก็ไม่สามารถทำให้เกิดความสันติ ความสมานฉันท์ได้จาก เหตุการณ์ เมื่อวานนี้(31 ส.ค.49) ทำให้เราเห็นว่าวัตถุประสงค์ของเขา คือ วันสำคัญ 2 ส่วน หนึ่งวันชาติมาเลเซีย และ วันฉลองเบอร์ซาตู เหตุประสงค์จงใจเช่นนี้ทำให้เราสามารถวิเคราะห์ได้ระดับหนึ่ง"

"เราไม่ต้องนำระดับบนของเราไปเจรจา แต่เราใช้ระดับล่างของเราไปเจรจา เพราะตอนนี้ ผบ.ทบ.เป็นผู้ดูแลปัญหาพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ เราไม่จำเป็นว่าจะต้องยกระดับเขา หรือลดระดับเรา เราต้องดูว่าควรเป็นตรงไหน สถานการณ์การสู้รบทั่วโลกที่เกิดขึ้นในขณะนี้จะไม่รู้ว่าส่วนหัวหน้าที่รบด้วยอยู่ไหน แม้กระทั่งอิรัก ยังไม่รู้ว่าอยู่ไหน และทางทหารยอมรับว่า ขณะนี้ที่เรากำลังสู้รบอยู่นั้น เป็นการสู้กับใคร"

ต้องเข้าใจวิวัฒนาการของอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น พูโล บีอาร์เอ็น จีเอ็มไอพี อดีตเป็นอย่างนั้น แต่การทำงานของกลุ่มเหล่านี้ล้มเหลว จึงพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาในรูปแบบที่เราเคยได้ยิน คือ เบอร์ซาตู เป็นแกนนำของทั้ง 3 กลุ่ม เป็นไปได้หรือไม่ตัวนี้คือหัวอันหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นหัวการเมือง หัวจริงหรือหัวหลอกเราก็ไม่รู้ แต่อย่างน้อยก็ยังมีอยู่พอที่จะให้เราลูบคลำว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร

พูโลตอบโต้ทันทีหลังผบ.ทบ.ออกมาพูดเพียงวันเดียว หนังสื่อพิมพ์เดอะเนชั่น ฉบับวันที่ 2 กันยายน 2549 ได้ลงตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ในหัวข้อข่าว ความไม่สงบในภาคใต้ (SOUTHERN UNREST)และมีคำนำข่าวว่า สนธิต้องการเจรจากับ ผู้อยู่เบื้องหลัง ความไม่สงบ (Outlawed group backs Sonthi's call for dialogue) ในขณะที่ พูโล ต้องการพูดถึงรากเง้าของความขัดแย้ง จึงจะประสบความสำเร็จ( Pulo says talks must look at the roots of the conflict to be successful) โดยเดอะเนชั่น อ้างว่าได้รับข้อมูลจาก Mr. Kasturi Mahkota หัวหน้ากิจการต่างประเทศขบวนการพูโล ได้ส่งแถลงการณ์ มาจากประเทศสวีเดน ถึง หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ระบุความตอนหนึ่งว่า.

" ถ้ารัฐบาลไทย มีความซื่อสัตย์ และมีความปรารถนา ที่จะรักษาชีวิต ผู้ที่ตั้งถิ่นฐาน ที่เป็นชาวไทย หรือ ชาวมลายูในจังหวัดปัตตานี จะต้องยุติการต่อสู้และความขัดแย้ง ในทันทีทันใด โดยปราศจากความเคลือบแคลงสงสัย บนผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย "If the Thai government is truly anxious to save lives, be they Thai settlers or Malays in the Pattani provinces, then it is obvious that the conflict must end immediately to secure the best interests of both," Kasturi said. Mr. Kasturi Mahkota หัวหน้ากิจการต่างประเทศขบวนการพูโล ยังกล่าวย้ำ อีกว่า ผู้บัญชาการฝ่ายไทยจะไม่ประสบความสำเร็จ หากมีการตอบโต้การกระทำกรณีระเบิดธนาคารที่ยะลา จำนวน 22 จุด ที่ปราศจากการพูดคุย ถึงรากเง้าของความขัดแย้ง"The Thai commander-in-chief's idea will not be successful if it is simply a reaction to the 22 Yala bank bombings, without taking into account the roots of the conflict," he added. (มีรายละเอียดเพิ่มเติม ข่าวจาก หนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น )


มท.1ผวจ.นราธิวาสและผอ.สำนักข่าวกรองเรียงหน้าปฏิเสธเจรจา เมื่อวันที่ 4 ก.ย.49 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ถึงการที่ ผบ.ทบ.จะมีการเจรจากับขบวนการพูโล ว่า ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังถือเป็นปัญหาภายในประเทศ และรัฐบาลจะไม่มีการเจรจากับขบวนการใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งกลุ่มต่าง ๆ ที่ออกมาไม่เกี่ยวข้อง แต่เขาพยายามยกระดับขึ้นมา เราถือว่าเป็นเพียงการก่อการร้ายที่มีความรุนแรงขั้นหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่มีกระบวนการใด ๆ มาเจรจา เราไม่ยอมรับตรงนี้

เมื่อวันที่ 4 ก.ย.49 พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีนักวิชาการเสนอให้รัฐบาลเปิดเจรจาองค์การปลดปล่อยรัฐปัตตานี (พูโล) เพื่อนำไปสู่ความสงบสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า นโยบายของรัฐบาล ไม่มีการเปิดเจรจากับผู้ก่อความไม่สงบแน่นอน เพราะไม่มีคำยืนยันได้ว่ากลุ่มพูโลรับผิดชอบ โดยรวมต่อสถานการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นหรือเป็นเพียงแต่การกล่าวอ้าง ดังนั้น จะไปเปิดโต๊ะเจรจาได้อย่างไร

พล.ต.อ.จุมพล บอกว่า โครงสร้างกลุ่มก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นต้องมองไปถึงอดีต สามารถเรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์การต่อสู้ของขบวนการต่าง ๆ เพราะเคลื่อนไหวมากกว่า 20 ปีแล้ว เป็นกลุ่มเดิม ๆ ประกอบด้วยกลุ่มหลัก ๆ คือ กลุ่มบีอาร์เอ็นโคออร์ดิเนต กลุ่มเบอร์ซาตู กลุ่มมูจาฮีดีน และกลุ่มพูโล กลุ่มทั้งหมดรัฐบาลไทยรวมทั้งมาเลเซียระบุว่ามีการรวมตัวกันเป็น ขบวนการมลายูปัตตานี เคลื่อนไหวทั้งในรัฐกลันตัน ตรังกานู และเคดาห์ของมาเลเซีย รวมทั้งสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ยังมีความสับสนกันในทุกวันนี้ว่า กลุ่มใดเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการก่อความไม่สงบ เพราะที่เคยคุยกับแกนนำบางกลุ่ม ยังไม่ยอมรับเลยว่า กลุ่มของตัวเองเป็นเจ้าภาพ แม้แต่นายสะแปอิง บาซอ แกนนำบีอาร์เอ็นยังไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นแกนนำ

สำหรับเหตุการณ์ความรุนแรงรายวันที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะล่าสุดเหตุระเบิดธนาคาร 22 จุดในจังหวัดยะลานั้น หากจำได้เมื่อปี 2545 ที่มีการพบโรดแม็พ หรือ แผนปฏิบัติการ 7 ขั้น ของกลุ่มบีอาร์เอ็น(เอกสารยึดได้จากบ้านนายมะแซ อุเซ็ง) มีจุดประสงค์สู่การสถาปนารัฐปัตตานี ในขั้นที่ 1 เป็นขั้นตอนของการจูงใจนำคนมาปลุกปั่นทางความคิด สำหรับสถานการณ์ขณะนี้กำลังอยู่ในระดับขั้นที่ 6 คือ การสร้างสถานการณ์รุนแรง ก่อนนำไปสู่ขั้นสูงสุดคือขั้นที่ 7 คือ การประกาศชัยชนะ ดังนั้น ที่ผู้ก่อความไม่สงบต้องเร่งสร้างสถานการณ์รุนแรงรายวัน เพราะฝ่ายรัฐได้เข้าไปสกัดกั้นขั้นตอนที่ 6 อยู่ เริ่มตั้งแต่การเข้าไปจับกุมกรณีปล้นปืนกองพันพัฒนา และการออกหมายจับแกนนำคนสำคัญ โดยฝ่ายรัฐอาจเข้าไปสกัดและใช้ความรุนแรงบ้างจึงทำให้ฝ่ายก่อความไม่สงบต้องเร่งสร้างสถานการณ์เพื่อให้ดูเหมือนรัฐไม่สามารถคุมสถานการณ์ได้ แต่ถ้าไม่เข้าไปสกัดในขั้นที่ 6 ก่อนหน้านี้แล้วปล่อยให้ไปสู่ขั้นที่7ป่านนี้เจ๊งไปนานแล้ว

"ฝ่ายข่าวกรองเรารู้หมดว่ากลุ่มไหนเป็นกลุ่มไหน แต่ไม่มีผู้นำเดี่ยว ต่างคนต่างกลุ่มต่างปฏิบัติการ ขณะนี้จึงยังไม่ถือว่าเป็นรูปแบบการก่อความไม่สงบที่เปลี่ยนไปจากเดิม กำลังอยู่ในขั้นตอนการแย่งชิงมวลชนระหว่างกันและไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลระหว่างปี 2544-2549 ก็ต้องเจอสถานการณ์แบบเดียวกันเพราะฝ่ายตรงข้ามมีโรดแม็พอยู่แล้ว"

พล.ต.อ.จุมพล ได้แสดงความเห็นเพิ่มเติมอีก ว่า ที่น่าเป็นห่วงคือ กระบวนการผลิตบุคลากรของฝ่ายตรงข้ามนั้นเร็วมาก ใช้เวลาเพียง 7 วันสามารถทำงานได้ จากการสอบปากคำแนวร่วมคนหนึ่งพบว่า มีแนวคิดว่า รัฐปัตตานีเพิ่งถูกแยกออกมาเพียง 3-4 เดือนเท่านั้น โดยขั้นตอนการอบรมที่รวดเร็วของฝ่ายตรงข้ามจะใช้เวลา 3 วันแรก ในการนำตัวมาปลูกฝังแนวคิดปลดปล่อยรัฐมาลายูปัตตานี จากนั้นจะเป็นการฝึกทางยุทธวิธีและสมรรถภาพทางกาย พอเข้าสู่วันที่ 6 จะเป็นการสาบานตนทันที ถือเป็นกระบวนการผลิตที่เร็วมาก และที่พบอีกคือ ในโรงเรียนสอนศาสนาบางแห่ง ที่ปกติแล้วจะเปิดเพียง 10 ชั้น แต่บางแห่งเปิดถึงชั้น 11-12 เป็นการเปิดเพื่อนำมาเป็นแนวร่วมโดยเฉพาะ และพยายามยกเรื่องรัฐมาลายูปัตตานีมาใช้ปลุกปั่นตลอด เพราะใช้เมื่อไหร่ได้ผลเมื่อนั้นจนกลายไปเป็นวิถีมุสลิมแต่ยืนยันว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องศาสนา


วันที่ 4 ก.ย.49 นายประชา เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึก ว่า ขอคัดค้านแนวคิดการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาทหารบก ที่จะเปิดเจรจากับกลุ่มพูโล อย่างเป็นทางการ เนื่องจากเท่ากับยกระดับปัญหาที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงภายในประเทศให้เป็นเรื่องของปัญหาการแบ่งแยกดินแดนระดับนานาชาติ ที่เป็นไปตามเป้าหมาย ของกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบที่วางแผนเอาไว้แล้ว
ทั้งที่ความจริงต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากการแบ่งแยกดินแดนอย่างเดียวเท่านั้น แต่เป็นการรวมกลุ่มของขบวนการที่มีความหลากหลาย ที่คอยฉกฉวยผลประโยชน์ จากเหตุการณ์ความไม่สงบ


ปัญหาการแบ่งแยกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เนื่องจากคำว่า "แบ่งแยกดินแดน" เป็นเงื่อนไข ที่สามารถสร้างกระแสในระดับนานาประเทศได้เป็นอย่างดี เพื่อเรียกร้องความสนใจ ทำให้กลุ่มขบวนการพยายามปลุกปั่นปัญหาในพื้นที่ ให้สอดรับกับเป้าหมายเพื่อให้ก้าวผ่านช่วงเวลา ในการยกระดับปัญหา สู่เวทีนานาชาติให้ได้

"ทำให้เราไม่สามารถยอมรับเงื่อนไขนี้ได้จึงหาช่องทางการแก้ไขแบบอื่นๆ ควบคู่กับความพยายามการขอเจรจากับแกนนำแบบลับ ๆ ไม่เปิดเผยเพื่อให้ยุติปัญหามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อระงับแผนการทั้งหมดไว้ แต่ที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะขบวนการผู้ก่อเหตุความไม่สงบมีหลายกลุ่มและยึดหลักการตามยุทธวิธีปฏิบัติที่ว่า "ผสมแสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง" ทำให้อุดช่องโหว่ได้ไม่ทั้งหมด"
ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส แสดงความเห็นว่า จากการศึกษา และสำรวจความคิดเห็นพบว่าประชาชนระดับรากหญ้าในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแบ่งแยกดินแดน เพราะสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนั้นดีอยู่แล้ว ทั้งเงื่อนไขและสวัสดิการต่างๆที่ประชาชนได้รับ โดยเฉพาะชาวไทยมุสลิมและชาวมาเลเซียที่เข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่ได้รับดีกว่าประเทศมาเลเซียด้วยซ้ำไป แต่ที่เป็นปัญหาเพราะมีเพียงกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น ที่พยายามสร้างกระแสให้เกิดความรุนแรง จึงอยากให้มีการทบทวน การเปิดเจรจากับแกนนำพูโลอย่างเป็นทางการไว้ชั่วคราว เพื่อศึกษาปัญหาให้ละเอียดรองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรมไม่เจรจาในทุกกรณีกับแกนนำ

ต่อมาเมื่อวันที่พฤหัสบดีที่ 7 กันยายน 2549 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ ผบ.ทบ จะเปิดโต๊ะเจรจากับแกนนำก่อความไม่สงบว่า "ไม่มีการเจรจา ใครจะไปเจรจากัน ไอ้คำว่าเจรจา รับรองว่า ไม่มี ท่านคงใช้คำผิด เพราะเราจะไปยกระดับเขาไม่ได้" เมื่อถามว่า ขณะนี้รัฐบาลทราบหรือไม่ว่า หัวขบวนในการก่อความไม่สงบในพื้นที่คือใคร พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวว่า "เรื่องแบบนี้ไม่มีใครคุยผ่านสื่อ" เมื่อถามว่า ยืนยันได้หรือไม่ว่า รัฐบาลทราบว่ากำลังสู้รบอยู่กับใคร พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวว่า "ตนไม่จำเป็นต้องไปยืนยันอะไรกับใคร แต่เราทำงานอยู่แล้ว" ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใด ผบ.ทบ.ถึงออกมายืนยันว่าไม่รู้ว่ารบอยู่กับใคร พล.ต.อ.ชิดชัย ตอบว่า "เรื่องนี้เราคุยกันหลายรอบแล้ว และมีข้อมูลกันอยู่แล้ว ได้คุยกันตั้งแต่ทำงานวันแรกจนถึงปัจจุบัน มีเค้าว่าหัวขบวนคือใคร คิดว่าต่อไปเหตุการณ์จะดีขึ้น แต่คงไม่ถึงขั้นรับประกันว่า จะไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นอีก เพราะปัญหามันสะสมมานาน ถ้าเราอ่อนแอก็เกิดขึ้นอีกถ้าเข้มแข็งก็ไม่เกิดขึ้น"

การที่ผู้บริหารระดับสูง ยกเว้น ผบ.ทบ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อมวลชน ว่าจะไม่มีการเจรจากับผู้ก่อความไม่สงบ เพราะมีแนวความคิดว่า การเกิดเหตุร้ายรายวัน มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ไม่ใช่กรณีการแบ่งแยกดินแดนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีปัจจัยอื่นๆ คือ พวกค้ายาเสพติด ผู้ค้าของหนีภาษีตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย หวยใต้ดิน และหากมีการเจรจากับขบวนการก็เท่าเป็นการยกระดับให้กลุ่มก่อการร้ายขึ้นสู่เวทีการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่ง องค์การประชุมอิสลาม หรือ OIC ก็ให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพียงแต่ ยังไม่เข้ามาเกี่ยวข้องโดยให้เหตุผล หลายครั้งว่า ไม่ใช่เรื่องความขัดแย้งทางศาสนา และรัฐบาลไทยก็ไม่ได้กีดกันชาวมุสลิม ที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งทางการเมืองและราชการระดับสูงของไทย แต่ยังให้การส่งเสริมสนับสนุอย่างเต็มที่ เช่น ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน( พล.อ.สนธิ บุญยกลิน) ตำแหน่งประธานรัฐสภา ตำแหน่งทางเมืองอีกหลายตำแหน่ง เป็นต้น


บทสรุป
การระเบิดธนาคาร 22 จุดในพื้นที่จังหวัดยะลา ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบแสดงให้เห็นว่าต้องการก่อกวน เพื่อให้เกิดความระส่ำระสายทางการเงิน จนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่และมีเป้าประสงค์ที่จะให้มีการย้ายฐานการลงทุนไปที่อื่น ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการแสดงศักยภาพว่ามีอำนาจเหนือฝ่ายกองกำลังของรัฐที่ลงไปรักษาความสงบในพื้นที่ และยังเลือกลงมือในวันที่31 สิงหาคม อันเป็นวันสถาปนาขบวนการเบอร์ซาตู เพื่อประกาศศักดาและให้เป็นไปตามแผนบันได 7 ขั้น จนในที่สุดทางฝ่ายทหารของไทยมีท่าทีที่จะขอเจรจากับหัวหน้าขบวนการ แต่ไม่ต้องการที่จะเจรจากับผู้ก่อกวนที่เป็นหางแถวของขบวนการ ในขณะที่คนของมหาดไทยและรัฐบาล จะไม่ยอมเจรจาใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเป็นการยกระดับขบวนการ สู่เวทีการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นไปตามแผนที่ขบวนการได้วางไว้ การวางระเบิดครั้งนี้ เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าเป็นการกระทำของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่มีการทำงานอย่างเป็นระบบมีแบบมีแผน ที่ฝ่ายรัฐจะต้องเร่งดำเนินการดึงมวลชนไว้ให้ได้ก่อนที่ขบวนการจะแย่งชิงมวลชนได้สำเร็จ
//////////////////////////////

ข้อมูลที่นำมา วิเคราะห์ข่าว
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ เดอะเนชั่น ประจำวันที่ 2 กันยายน 2549
SOUTHERN UNREST
Outlawed group backs Sonthi's call for dialogue


Pulo says talks must look at the roots of the conflict to be successful
The Pattani United Liberation Organisation (Pulo), along with leading Islamic thinkers, yesterday welcomed Army chief General Sonthi Boonyaratglin's proposal for dialogue.
"Pulo stands firmly by its principle that the Pattani issue can be solved through negotiations provided there is sincere commitment from the government in handling the problem-solving process," said Pulo foreign affairs chief Kasturi Mahkota in a statement sent to The Nation from Sweden.
"If the Thai government is truly anxious to save lives, be they Thai settlers or Malays in the Pattani provinces, then it is obvious that the conflict must end immediately to secure the best interests of both," Kasturi said.
"The Thai commander-in-chief's idea will not be successful if it is simply a reaction to the 22 Yala bank bombings, without taking into account the roots of the conflict," he added.
Sonthi suggested the government reject a long-standing policy of not negotiating with Malay separatist organisations.
Dialogue would be a measure to bring about an end to violence in the region.
"It's about time the government changed its attitude," said Ahmed Somboon Bualuang, a respected retired academic from Pattani.
He said the Sonthi statement was a "positive" sign from Bangkok that went beyond an acknowledgement separatists were more than just "pathetic bandits", a term the government had used in reference to insurgents.
"In the past we only looked at 'security' in a narrow sense of the word. But such a statement showed there is a change in attitude," Ahmed said.
Nidir Waba, a leading cleric and chairman of private Islamic schools in the five southernmost provinces, said the situation must be taken step by step and input must be sought from the community, including religious leaders, academics, community leaders and government agencies.
"Prime Minister Thaksin Shinawatra has made all kinds of promises in the past but nothing ever came of them," Nidir said.
"Essentially, regional Malays must be given more political and cultural space," Nidir said.
Pulo was a significant Malay separatist organisation which emerged in the late 1960s, then under the leadership of Tengku Bira Kotanila.
It reached prominence in the following decade as the organisation established representative offices in Middle East countries where it lobbied for support.
A blanket government amnesty for its membership crippled the group, as well as other organisations, like the Barisan Revolusi Nasional (BRN).
Leaders of these groups were forced into exile in Europe and the Middle East.
In his statement Kasturi said a third party must arrange any negotiations.
He did not name any particular group but informed sources said European-based international non-governmental organisations could be potential candidates.
According to Kasturi, Pulo delegates must be regarded as officials and be afforded immunity from prosecution.
Don Pathan
The Nation
PATTANI


รายชื่อผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต
รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บใน จ. ยะลา จำนวน 27 คน ได้แก่ 1.นายรอมลี ดอกแก้ว อายุ 28 ปี 2.นายวีระเลิศ กุลวรงค์ อายุ 69 ปี 3.นายอับดุลเลาะ เจะอุบง อายุ 44 ปี 4.นายพิชัย แซ่โล้ อายุ 40 ปี 5.นายอายุบ อัคบา อายุ 42 ปี 6.นายพิภพ พรหมจินดา 7.นายทวีป ชัยสิงห์ 8.นายแดน ชูมณี อายุ39 ปี 9.นางกุศล ดาราจิตร อายุ 56 ปี 10.นางสุภาจิตร สุขแก้ว อายุ 45 ปี 11.นายชาตรี ไชยโรจน์ อายุ 45 ปี 12.นางศรีสุพร แซ่เจ็ง อายุ 48 ปี 13.นางสากีน๊ะ ปาทาน อายุ 49 ปี 14.นางอังคณา เจ๊ะอุบง อายุ35ปี15.นางตูนียา นาหะยีสะมะแอ อายุ23ปี 16.นายโนรฮีดายะห์ วาเจ๊ะ อายุ 28 ปี 17.นางแสงหิรัญญา สาหัสธารา อายุ 55 ปี 18.นายเอกชัย หงส์ชยางกูร อายุ 51 ปี 19.นายชูศักดิ์ ยอดรักษ์ อายุ 30 ปี 20.นายธวัชชัย ไทยสง อายุ 18 ปี 21.นายณัฐวุฒิ บุญญาภาศ อายุ 38 ปี 22.น.ส.ลักคณา อาตุณชาต 23.นายสินธบ ชฎารัตน์ 24.นางฐฬ อายุ30ปี 25.ไม่ทราบชื่อ 26.ไม่ทราบชื่อ 27.ไม่ทราบชื่อ

เสียชีวิต 1 ราย ผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ พ.ต.สุชาติ ศรีทองอ่อน เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินในสังกัดกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
รายชื่อธนาคาร
สรุปเหตุลอบวางระเบิดธนาคารในพื้นที่ จ.ยะลา รวม 5 อำเภอ ประกอบด้วย
1.อ.เมืองยะลา 10 แห่ง
2.อ.เบตง 6 แห่ง
3.อ.ยะหา 2 แห่ง
4.อ.บันนังสตา 2 แห่ง
5.อ.รามัน2แห่ง
รวมทั้งสิ้น23แห่ง

ธนาคารที่ได้รับความเสียหายมีทั้งสิ้น 11 ธนาคาร ได้แก่
1.ธนาคารไทยพาณิชย์ 1 แห่ง
2.ธนาคารกรุงเทพ1 แห่ง
3.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 1 แห่ง
4.ธนาคารกรุงไทยอิสลาม 1แห่ง
5.ธนาคารกสิกรไทย 2 แห่ง
6.ธนาคารนครหลวงไทย 2 แห่ง
7.ธนาคารทหารไทย 1 แห่ง
8.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา 1 แห่ง
9.ธนาคารออมสิน 3 แห่ง
10.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 4 แห่ง
11.ธนาคารกรุงไทย5แห่ง


///////////////////////////////


ข่าว ที่เกี่ยวกับ เหตุระเบิด 22 จุด ในพื้นที่ จังหวัดยะลา
1 กันยายน 2549 จับคนร้ายได้
เวลา 11.00 น. (1ก.ย.49) พ.ต.อ.วิสูตร นาคจู ผกก.สภ.อ.รามัน จ.ยะลา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุใน อ.รามัน เจ้าหน้าที่ได้นำภาพจากกล้อง วงจรปิดของธนาคารที่จับภาพคนร้ายได้มาตรวจสอบและพบว่ามีผู้ต้องสงสัยเป็นชายอายุประมาณ 22 ปี เข้ามาในธนาคารแล้วนำสมุดเล่มใหญ่ไป วางไว้ที่โต๊ะเขียนใบฝาก ถอน ก่อนจะเดินออก ไปแล้วก็เกิดระเบิดขึ้นซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามตัวมาสอบสวน

ขณะที่ ร.ต.ต.ทศพล สดศรี รอง สวป. สภ.อ.ยะหา กล่าวว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ออกหมายจับ นายอิสมาแอ บือราเฮง อายุ 25 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และนายอับดุลเลาะ เจ๊ะดีแม อายุ 21 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ปะแต อ.ยะหา เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวที่ร้านขายโทรศัพท์มือถือแห่งหนึ่ง เพราะทราบว่านายอับดุลเลาะเป็นช่างซ่อมโทรศัพท์อยู่ที่ร้านดังกล่าวและมีความชำนาญในการซ่อมโทรศัพท์ยี่ห้อโนเกีย รุ่น 3310 และ 3315 อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ของนายอับดุลเลาะมาตรวจสอบพบคลิปวิดีโอการฆ่าตัดคอของต่างประเทศเก็บไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวทั้งสองมาดำเนินคดีต่อไป
เวลา 18.00 น. 1ก.ย.49 พ.ต.อ. ทรงเกียรติ วาทะกุล ผกก.สภ.อ.เบตง จ.ยะลา นำกำลังตำรวจ ทหาร กว่า 50 นาย เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายในหมู่บ้านบาโงสโต หมู่ 1 ต.ยะรม โดยที่บ้านเลขที่ 132/4 หมู่ 1 ของนายวิทยา โต๊ะมีน อายุ 25 ปี พบระเบิดไดนาไมต์ ปุ๋ยยูเรีย สายไฟ และอุปกรณ์ประกอบระเบิด วิทยุรับส่ง 1 เครื่อง หนังสือเทคนิคประกอบ 5 เล่ม จดหมายข่มขู่ประทับตราขบวนการพูโล 1 ฉบับ มีดสปาต้า 2 เล่ม จากนั้นจึงควบคุมตัวมาสอบสวนเบื้องต้นนายวิทยา ยังให้การปฏิเสธ การเข้าจับกุมนายวิทยา เนื่องมาจาก นายโกศล ยะมะกา ผู้ต้องหาลอบวางระเบิดธนาคาร ใน อ.เบตง ที่ถูกจับได้ซัดทอดว่านายวิทยาได้ว่าจ้างให้มาวางระเบิดธนาคาร.
3กันยายน2549 ใช้กำลัง50คน วันที่ 3 กันยายน 2549 พล.ต.ต.วีรยุทธ สิทธิมาลิก รองผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า จ.ยะลา (ศปก.ตร.สน.ยะลา) กล่าวว่า จากการรับฟังแนวทางการสอบสวนของพนักงานสอบสวนถึงพฤติกรรมและพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบว่าชิ้นส่วนวัตถุระเบิดที่พบในที่เกิดเหตุ เป็นระเบิดที่มาจากแหล่งผลิตเดียวกัน การปฏิบัติการของกลุ่มคนร้ายครั้งนี้ ใช้กำลังประมาณ 50 คน ในแต่ละจุดไม่ต่ำกว่า 2 คน โดยเบื้องต้นวัตถุพยานจากกล้องวงจรปิดของธนาคารที่สามารถบันทึกภาพผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ จนสามารถระบุตัวคนร้ายได้จำนวนหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ

"จากการสอบปากคำผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมใน อ.เบตง ล่าสุดคือ นายวิทยา โต๊ะมิน อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132/4 หมู่ 1 ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลาให้การเป็นประโยชน์สามารถขยายผลถึงตัวคนร้ายได้อีกหลายคน ที่เป็นคนในพื้นที่ โดยมีผู้ว่าจ้างอีกทอดหนึ่ง ขณะนี้ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ตามประกบตัวอย่างใกล้ชิด เมื่อพบตัวที่ใดก็สามารถจับกุมตัวได้ทันที" พล.ต.ต.วีรยุทธกล่าว

3กันยายน2549
เชื่อฝีมือ"ไฟศอล"ประกอบระเบิด

แหล่งข่าวจากชุดสืบสวน ศปก.ตร.สน.ยะลา ระบุว่า วัตถุระเบิดที่ก่อเหตุน่า จะเป็นฝีมือนายไฟศอล หะยีสะมะแอ กับพวกอีกหลายคนที่เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับแล้วก่อนหน้านี้ ประกอบด้วยนายไซฟุลเลาะ ซาฟลุ ชาว ต.บาลอ อ.รามัน จ.ยะลา ที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.รามัน จ.ยะลา เข้าตรวจค้นบ้านพักที่ ต.บาลอ พบมีห้องใต้ดินและสามารถตรวจยึดหลักฐานการประกอบระเบิดได้จำนวนมากก่อนหน้านี้ และนายอาบูบากา เจ๊ะนิ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในเครือข่ายของนายไพศอล นอกจากนั้นยังมีรายงานจากคำให้การผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมยังระบุว่า ระเบิดกระป๋องที่กลุ่มคนร้ายนำมาก่อเหตุตามสถานที่ราชการหลายจุดเมื่อวันที่ 15-16 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายไพศอล หะยีสะมะแอ เป็นต้นคิดและเป็นผู้ผลิตเช่นเดียวกัน

แฉจ้างหัวละ2,000บาทลงมือ
พ.ต.อ.ทรงเกียรติ วาทะกุล ผกก.สภ.อ.เบตง จ.ยะลา เปิดเผยความคืบหน้าคดีคนร้ายลอบวางระเบิดธนาคารพาณิชย์ ในพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา ว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ให้การรับสารภาพว่า ได้มีแกนนำในหมู่บ้านมาติดต่อว่าจ้างให้นำระเบิดไปวางในธนาคาร โดยเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม 49 ที่เป็นวันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้มารับเงินค่าจ้าง 2,000 บาท ตามจุดนัดหมาย และได้มีการส่งมอบหนังสือที่ซุกซ่อนระเบิดไว้ภายใน มีการปิดผ้าเทปใสไว้ไม่สามารถเปิดหนังสือออกดูได้

"ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ.เบตง จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 คน คือ นายโกศล ยะมะกา จับกุมได้จากกล้องวงจรปิดของธนาคารออมสิน สาขาเบตง นายมะแอ เจ๊ะซอ นายการียา เจ๊ะซอ จับกุมได้จากพยานที่อยู่ในธนาคารกรุงไทย สาขา 2 เบตง เห็นผู้ต้องหาขณะเดินเข้ามาวางหนังสือในธนาคาร และ4.นายวิทยาโต๊ะมีนที่ผู้ต้องหาให้การซัดทอด"พ.ต.อ.ทรงเกียรติกล่าว

4กันยายน2549 มอบตัวเพิ่ม วันที่ 4 ก.ย.49 นายอับดุลเลาะ เจ๊ะดีแม อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมาย พรก.ฉุกเฉิน ในคดีลอบวางระเบิดธนาคารในพื้นที่ จ.ยะลา ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.อภิรักษ์ สังข์ขาว ผกก.สภ.อ.ยะหา จ.ยะลา โดยให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนที่ศูนย์ซักถามศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา ส่วนนายอิสมาแอ บือราเฮง ผู้ต้องหาอีกราย ยังไม่ติดต่อเข้ามอบตัวแต่อย่างใด.

5 กันยายน 2549
ครม.สรุปความเสียหาย
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม. ว่า ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม นายวราเทพ รัตนา กร รมช.คลัง ได้รายงานความเสียหายจากเหตุลอบวางระเบิดธนาคารใน จ.ยะลา ว่า มีสาขา ของสถาบันการเงินที่ถูกวางระเบิดทั้งสิ้น 22 สาขา ประกอบด้วย สาขาธนาคารพาณิชย์ 12 แห่ง สาขาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) 5 แห่ง สาขาธนาคารออมสิน 3 แห่ง สาขาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 2 แห่ง มีสาขาที่ไม่ถูกระเบิด 3 แห่ง มีลูกค้าธนาคารกสิกรไทยเสียชีวิต 1 ศพ และมีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 27 ราย ประเมินความเสียหายเบื้องต้นประมาณ1,550,000บาท

ตำรวจยะลาเร่งติดตามคนร้าย
วันที่ 5 ก.ย.49 พล.ต.ต. ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบก.จ.ยะลา กล่าวเปิดเผยว่า ในส่วนของ อ.เมืองยะลา จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพอจะทราบเบาะแสกลุ่มคนร้ายบ้างแล้ว ส่วนที่ อ.เบตง สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน ที่ อ.ยะหา หลังออกหมายจับตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีผู้ต้องสงสัยออกมามอบตัวแล้ว 1 คน แต่ยังให้การปฏิเสธ สำหรับ อ.รามัน และอ.บันนังสตา อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลจากพยานบุคคลและจากโทรทัศน์วงจรปิดรวมแล้วขณะนี้สามารถจับ ผู้ต้องหาได้ 4 คน มอบตัว 1 คน และจะจับกุมตัวคนร้ายในพื้นที่ อ.กาบัง ได้อีก 2 คนแต่ได้แจ้ง ข้อหาพกพาอาวุธปืนเท่านั้น ซึ่งถ้ารวมกับที่ อ.กาบัง ก็จับกุมรวม 7 คน อย่างไรก็ตามผลการสืบสวนได้ข้อมูลจากร้านทำปกเย็บเล่มแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมือง ว่ามีคนร้ายนำสมุดไปทำในลักษณะดังกล่าว 27 เล่ม ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการขยายผลล่าตัวและทางเจ้าของร้านก็ได้มาแสดงตัวรวมถึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

แหล่งข่าวจากชุดสืบสวนสอบสวน ศปก.ตร.สน.ยะลา เปิดเผยว่า จากการซักถาม นายอับดุลเลาะ เจ๊ะดีแม ที่เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่จากแนวทางการสืบสวนพบว่าขณะที่นายอับดุลเลาะเป็นช่างซ่อมโทรศัพท์ ได้มีลูกค้ามาแจ้งอายัดซิมการ์ดไว้หลายราย เนื่องจากนำโทรศัพท์ไปซ่อมแล้วซิมการ์ดหายไปซึ่งกำลังตรวจสอบว่าซิมการ์ด ที่หายไปนั้นถูกนำมาใช้ก่อเหตุในครั้งนี้ด้วยหรือไม่

6 กันยายน 2549
พบใบปลิวต่อต้านความรุนแรง

เวลา10.30 น. วันที่ 6 ก.ย.49 ร.ต.ท. นำชัย พุ่มแสง รอง สว.ป. รักษาราชการแทน รอง สว. สภ.ต.ยะรม อ.เบตง จ.ยะลา ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า พบใบปลิวถูกทิ้งไว้ตามถนนสาย 4062 เบตง-จันทรัตน์ ต.ยะรม อ.เบตง จึงไปตรวจสอบ พบใบปลิวดังกล่าวมีข้อความระบุถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดธนาคารพาณิชย์ในพื้นที่อำเภอเบตง จำนวน 6 จุด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 49ที่ผ่านมา ใช้ข้อความเป็นภาษาไทยและยาวี มีข้อความว่า "พวกเราขอประณามคนที่ฝึกลูกหลานพวกเราทำผิด และว่าจ้างลูกหลานพวกเราเอาระเบิดไปวางไว้ในธนาคาร ทำลายทรัพย์สินและชีวิตของผู้บริสุทธิ์ พระผู้เป็นเจ้าทรงรับรู้ และทรงลงโทษให้สาสมกับความชั่วร้ายของพวกมัน พวกเราขอสนับสนุนเจ้าหน้าที่จับกุมไปลงโทษตามกฎหมายให้หมด เพราะมีหลักฐานหนาแน่น ทราบว่าคนร้ายที่จับกุมได้ บางคนรับสารภาพจนหมดเปลือกแล้ว" ลงชื่อ กลุ่มรักสันติสุข

7 กันยายน 2549
แถลงความคืบหน้า

วันที่ 7 ก.ย.49 พล.ต.ท. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบช.9 แถลงความคืบหน้าในการจับผู้ต้องหาคดีวางระเบิด ว่า เบื้องต้นสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้อีก 2 คน คือ นายอัสรี โด อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/1 หมู่ 4 ต.เปาะเส้ง อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นผู้ร่วมวางระเบิดธนาคารในอำเภอเมืองยะลา ส่วนคนที่ 2 คือนายฮูเซ็น มะยีเต๊ะ โดยผู้ต้องหาทั้งสองคนถูกควบคุมตัว เพื่อสอบสวนที่ศูนย์ซักถาม ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้าจังหวัดยะลา

10กันยายน2549 กอ.สสส.จชต.ให้รางวัลนำจับ วันที่ 10 กันยายน 2549 ที่กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอ.สสส.จชต.) ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.องค์กร ทองประสม แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.กอ.สสส.จชต.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบช.ภ.9 พล.ต.ต.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ศปก.ตร.สน.จ.ยะลา พ.ต.อ.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง หัวหน้าชุดสืบสวน ฯ ร่วมกันแถลงถึงความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดธนาคารพร้อมกัน 22 แห่ง ใน 5 อำเภอ ของ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2549 ที่ผ่านมา
โดยการแถลงข่าวครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวแทนผู้บริหารโรงเรียนปอเนาะ ตัวแทนนักเรียนนักศึกษา กำนันผู้ใหญ่บ้าน และ โต๊ะอิหม่ามในพื้นที่ 7 อำเภอของจังหวัดยะลามาร่วมกันดูภาพวีดีโอวงจรปิดที่บันทึกภาพคนร้ายขณะกำลังเข้าไปลอบวางระเบิด เพื่อเป็นการประสานงาน และ หาข้อมูลกับผู้นำท้องถิ่น ว่าผู้ที่เห็นในภาพเป็นคนในพื้นที่ไหนอย่างไร และ ถ้าผู้ไดมีเบาะแสเกี่ยวกับคนร้ายทั้งหมด ที่เห็นในภาพ จำนวน 18 คน ทาง กอ.สสส.จชต./ศปก.ตร.ส่วนหน้ายะลา จะให้รางวัลนำจับ รายละ 20,000 บาท แก่ผู้ที่ให้เบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ในการจับกุมตัวผู้ที่กระทำความผิด
พล.ท.องค์กร ทองประสม กล่าวว่า เนื่องจากผู้ที่ก่อเหตุวางระเบิดทั้งหมดได้แต่งกายชุดนักศึกษาทั้งสิ้นจึงเรียกตัวแทนสถาบันการศึกษาต่างๆในพื้นที่จังหวัดยะลามาร่วมกันดูภาพวีดีโอวงจรปิดในแต่ละธนาคาร และ ข้อมูลต่างๆว่ามีส่วนที่คล้ายกับนักศึกษาของสถาบันใดบ้าง เป็นนักศึกษาจริงหรือเป็นนักศึกษาปลอม
ขณะที่พล.ต.ท.อดุลย์ กล่าวว่า คดีนั้นคืบหน้าไปมาก สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ทั้งหมด 9 คน 2 ใน 9 รับสารภาพว่าเป็นคนที่ก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้หาข้อมูลหลักฐาน และ สืบสวนสอบสวนต่อไปว่ามีการเกี่ยวโยงกับใครบ้าง
13กันยายน2549 จับมือระเบิดเพิ่ม 5 คนเป็นนักเรียน ร.ร.ธรรมวิทยา
พล.ต.ต.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา (ผบช.ศปก.ตร.สน.ยะลา) พร้อม พ.ต.อ.สฤษฎ์ชัย อเนกเวียง หัวหน้าชุดสืบสวนคดีสำคัญ ศปก.ตร.สน กำลังตำรวจกว่า 100 นาย เข้าจับกุม นายซุลกิฟลี อาแว ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีลอบวางระเบิดธนาคารกสิกรไทย สาขายะลา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 49 ที่ผ่านมา ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.สากอ อ.สุไหงปาดีจ.นราธิวาสและได้นำตัวมาสอบสวนต่อที่ศปก.ตร.สน.

หลังจากนั้น พ.ต.อ.สมศักดิ์ วรรณวรรค ผกก.สภ.อ.เมืองยะลา ได้นำกำลังตำรวจกว่า 30 นาย เข้าตรวจค้นบ้านพักนักศึกษาของโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ ฝั่งตลาดเก่า ในเขตเทศบาลนครยะลา และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 5 คน ประกอบด้วย นายแวอิสมาแอ แวสือนิ, นายมุยุฟลี ยะแวโซ, นายซอและห์ ซาเร๊ะบากอ, นายฮานาฟี แวสือนิ และนายไซนาอาซีเซ็ง สาและ โดยทั้งหมดเป็นนักศึกษาของโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ

โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งหมดมาสอบสวนที่ ศปก.ตร. พร้อมกับยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในบ้านพัก จำนวน 1 เครื่อง ไปตรวจสอบข้อมูลต่อทันที

//////////////////////////

                    1
คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com