www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 144 คน
 สถิติเมื่อวาน 256 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4350 คน
109422 คน
1090522 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

 

จับแกนนำ เดือน กรกฎาคม 2550
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
ผู้สื่อข่าว 8 ว


ค้นรัง RKK ได้ 54 คน
นราธิวาส วันที่ 1 กรกฎาคม 2550 เวลา 05.00 น. พ.ท.รุ่งโรจน์ อนันตโท ผบ.ฉก.31 ร.ต.อ.ปรีชา กิ่มเกลี้ยง สว.นปพ.ฉก.2 และ ร.อ.สุพจน์ ทรงประดิษฐ์ ฝอ.3 ทหารพรานที่ 45 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ร่วมสนธิกำลังจำนวนกว่า 300 นายใช้กฎอัยการศึกบุกจู่โจมตรวจค้น 3 เป้าหมายใหญ่ในหมู่บ้านยานิง ม.2 ต.จวบ อำเภอเจาะไอร้อง อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส หลังได้รับแจ้งเบาะแสจากชาวบ้านมีกลุ่มสมาชิกแนวร่วมRKK ที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ ได้แฝงตัวมาร่วมชุมนุมกันในพื้นที่

เจ้าหน้าที่จึงได้บุกจู่โจมตรวจค้นแบบปูพรมพร้อมกัน โดยใช้เวลาในเบื้องต้นไปแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้จำนวน 54 คน ซึ่งบุคคล 1 ในนั้น คือ นายมูหามัด เจ๊ะแม อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.2 บ้านยานิง ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส
ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีความมั่นคงหลายพื้นที่ใน จ.นราธิวาส และเป็นแกนนำหลักของกลุ่มสมาชิกRKK ที่รับผิดชอบเคลื่อนไหวก่อเหตุร้ายในพื้นที่ จ.นราธิวาส พร้อมของกลางเป็นจำนวนมากที่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจค้นพบในบ้านของผู้ต้องสงสัยคือ

1.อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 11 มม.พร้อมกระสุน 6 นัด จำนวน 1 กระบอก
2.ยาปฏิชีวนะ
3.เวชภัณฑ์ทางการแพทย์
4.เสื้อและกางเกงลายพรางทหาร
5.รองเท้าบูต
6.สายไฟฟ้า
7.นาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล
8.มีดสปาต้า
9.โทรศัพท์มือถือพร้อมซิมการ์ด
10.แผ่นซีดีปลุกระดม
11.เอกสารภาษามลายูและอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิดอีกจำนวนหลายรายการ

เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับและผู้ต้องสงสัยทั้งหมดมาทำการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อนที่จะควบคุมตัวส่งศูนย์ซักถามค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี เพื่อสอบสวนขยายผลถึงเครือข่ายต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับการจู่โจมตรวจค้นในครั้งนี้ภารกิจการขยายผลยังไม่เสร็จสิ้น คาดว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมเพิ่มได้อีกหลายราย

ค้นโรงเรียนอิสลามบูรพาได้อุปกรณ์เป็นระเบิด
นราธิวาส วันที่ 2 กรกฎาคม 2550 หน่วยปฏิบัติการพิเศษ จ.นราธิวาส ตำรวจ สภ.ต.ตันหยง อ.เมืองนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.อ.เมืองนราธิวาส กว่า 60 นายเข้าบุกตรวจค้นบ้านพักในบริเวณโรงเรียนปอเนาะ อิสลามบูรพา ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนาสายตากใบ-นราธิวาส บริเวณบ้านใหม่ หมู่ 5ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส หลังจากเจ้าหน้าที่สืบทราบกรณีเหตุคนร้ายได้เหยียบกับระเบิดตัวเองได้รับบาดเจ็บ

โดยนำระเบิดไปวางเพื่อดักสังหารเจ้าหน้าที่ภายในสวนผสมยางพาราและสับปะรดของนายสุข และนางวิไล คงจันทร์ ซึ่งตั้งอยู่ หมู่ 5 บ้านเขานาคา ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.00 น.ของวันที่ 2 กรกฎาคม 2550 ซึ่งการการบุกจู่โจมตรวจค้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจค้นบ้านพักในปอเนาะ 3 หลัง ข้างกำแพงกุโบร์ หรือสุสาน และสามารถควบคุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 7 รายพร้อมอาวุธปืนและยุทโธปกรณ์ผลิตระเบิดอีกจำนวนมาก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวและพยายามจะนำผู้ต้องหาไปยัง สภ.อ.เมืองนราธิวาส แต่ได้มีกลุ่มนักเรียนหญิงของโรงเรียนอิสลามบูรพากว่า 500 คนได้ก่อม็อบและเข้าขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พร้อมโห่ร้องตะโกนด่าเจ้าหน้าที่และแสดงความไม่พอใจอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา พล.ต.ต.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบก.จ.นราธิวาส ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 500 นายเข้าไปสนับสนุนกำลังโดยใช้การเจรจากับเด็กนักเรียนและไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่เหตุการณ์ยังไม่คลี่คลาย โดยเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้กระจายกำลังและนำผู้ต้องหาผู้ต้องหาและอุปกรณ์ของกลางที่ยึดได้นำขึ้นรถยนต์ออกจากโรงเรียนได้อย่างทุลักทุเลท่ามกลางเสียงสาปแช่งของนักเรียนหญิงตามไล่หลังนับร้อยคน โดยได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไปที่ สภ.อ.เมืองนราธิวาส เพื่อสอบสวนขยายผลโดย
ผู้ต้องหาทั้ง7คนประกอบด้วย

1.นายมะนาเซ ยา อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63/2 ถนนพิชิตบำรุง อ.เมือง จ.นราธิวาส มีชื่อในหมายจับคดีความมั่นคง ร่วมกันตั้งซ่องโจร
และวางระเบิดพื้นที่
อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส มีค่าหัว 1 ล้านบาท

2.นายมาฟารีส บือราเฮง อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/1 หมู่ 1 ต.เจะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส คดีร่วมกันก่อการร้ายซ่องโจร และวางระเบิดในพื้นที่
อ.เมือง อ.ยี่งอ และ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ค่าหัว 2แสนบาท

3.นายมูหัมหมัดซูไฮมิง ยา

4.นายมะคอรี สือแม

5.นายแวฮาซือมิง แวมะ ส่วนอีก 2 คน เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยรายชื่อ


ทั้งหมดมีหมายจับและเป็นแกนนำคนสำคัญในพื้นที่ ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวนขยายผล ส่วนอุปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่ยึดมาได้ประกอบด้วย
1.อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก
2.อาวุธปืนพกสั้นขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
3.ชุดซองกระชาก ปืนลูกซอง 1 ชุด
4.วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง
5.ชุดรีโมตคอนโทรล 2 ตัว
6.เชื้อปะทุ 1 ขด
7.อุปกรณ์เครื่องเชื่อมเหล็ก
8.กางเกงเปื้อนเลือด 1 ตัว
9.ปุ๋ยยูเรีย 5 ถุง
10.โทรศัพท์มือ 3 เครื่อง
11.อุปกรณ์ขุดเจาะทำอุโมงค์เพื่อวางระเบิด1ชุด

แม่ทัพภาคที่4ลงพื้นที่โรงเรียนอิสลามบูรพา
นราธิวาส วันที่ 2 กรกฎาคม 2550เวลา 17.00 น. พล.ท.ณรงค์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.เจตนากร นภีตะภัฏ ผบช.ภ.9 ได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงเรียนอิสลามบูรพา เพื่อตรวจดูบ้านพักที่เจ้าหน้าที่ตรวจค้น แต่ถูกกลุ่มนักเรียนหญิงที่ยังคงก่อม็อบตะโกนโห่ร้องและขัดขวาง เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานไปยังนายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เพื่อให้เจรจากับครูสอนศาสนาและนักเรียน

แต่กลับยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมเมื่อนักเรียนทราบว่าเจ้าหน้าที่จะทำการพิสูจน์ทราบเพื่อขุดกูโบร์หรือสุสานของชาวมุสลิมซึ่งติดข้างกำแพงโรงเรียนดังกล่าว เนื่องจากเจ้าหน้าที่สงสัยว่าคนร้ายอาจนำศพพรรคพวก 2 คนที่เหยียบกับระเบิดตัวเองเสียชีวิต ภายในสวนยางพาราของนายสุขและนางวิไล เหตุเกิดเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 1 กรกฎาคม 2550 และอาจนำศพมาฝังไว้หรืออาจเป็นที่ซุกซ่อนอาวุธสงครามและวัตถุระเบิด

จนเหตุการณ์มีทีท่าจะบานปลาย ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส จึงได้ประสานไปยัง นายอับดุลรอซัก อาลี ประธานคณะกรรมอิสลามจังหวัดนราธิวาส เดินทางมาเป็นสักขีพยานจนเจ้าหน้าที่ได้ทำการขุดสุสานหรือกุโบร์ทั้ง 2 หลุมในจุดที่ต้องสงสัย โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงแต่ไม่พบศพกลุ่มคนร้ายและอาวุธสงครามหรือวัตถุระเบิดแต่อย่างใด จึงได้ถอนกำลังกลับฐานชั่วคราว

ด้าน พล.ต.ท.เจตกร ผบช.ภ.9 บอกว่า ในการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 7 คนมีชื่อในหมายจับคดีความมั่นคง และ 1 ใน 7 เป็นลูกน้องคนสนิทของนายมะแซ อุเซ็ง ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีบุกปล้นปืน ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เมื่อวันที่ 4 ม.ค.2547 ที่ผ่านมา และเป็นผู้เชี่ยวชาญในการประกอบระเบิดให้กับกลุ่มอาร์เคเคเพื่อนำไปก่อเหตุร้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้


จับตายขบวนการ
วันที่ 3 กรกฎาคม 2550 เวลา 11.00 น. พ.ต.อ.วิชัย อินทวงศ์ ผกก.สภ.อ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ยิงปะทะกับคนร้าย บริเวณ ม.3 บ้านคลองใหม่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ รอง ผวจ.ปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุบนถนนสายบาสะเอ - คลองใหม่ พบรถยนต์นิสสัน สีแดง หมายเลขทะเบียน บง - 8908 จ.นราธิวาส โดยรถคันดังกล่าวเป็นของชุดสืบสวน สภ.อ.ยะรัง จ.ปัตตานี สภาพถูกรอยกระสุนที่กระจกด้านหน้า เสียหาย และด้านข้างรถพบศพชายไม่ทราบชื่อ สวมแจ็คเก็ตสีขาว ด้านในใส่เสื้อยืดสีเทา นุ่งโสร่ง นอนหงาย มีบาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ โดยที่ตัวผู้ชายมีอาวุธปืนอาก้าตกอยู่ 1 กระบอก

ห่างกันเล็กน้อยพบศพไม่ทราบชื่ออีก 1 ศพ สภาพสวมเสื้อเชิ้ตลายสีน้ำตาล นุ่งผ้าโสร่ง มีบาดแผลถูกยิงที่ขา แขน ศีรษะ ห่างกันเล็กน้อย มีรถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมช สีน้ำเงิน - ดำ หมายเลขทะเบียน กรบ - 1780 ยะลา ล้มอยู่กลางถนน 1 คันและพบอาวุธปืนพกสั้น 11 มม. ตกอยู่ด้วย 1 กระบอก

ก่อนเกิดเหตุขณะที่ชุดสืบสวน สภ.อ.ยะรัง จำนวน 4 นาย กำลังขับรถยนต์คันดังกล่าวออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ต.คลองใหม่เมื่อขับมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีวัยรุ่นต้องสงสัย 2 คน จึงขับรถตามแล้วสั่งให้หยุด แต่คนร้ายกลับใช้อาวุธปืนยิงใส่ เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้ เป็นเหตุให้คนร้ายเสียชีวิตดังกล่าว

จากการตรวจสอบ พบว่า รถจักรยานยนต์ของคนร้ายเป็นของนายมาหะมะรูดิง สาแม อยู่บ้านเลขที่ 212 ม.3 ต.คลองใหม่เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระหว่างตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับผู้ตายหรือไม่ ส่วนอาวุธปืนพกสั้นพบว่าเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ถูกคนร้ายลอบยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2549 เหตุเกิดบริเวณ ม.3 ต.ประจัน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใคร

หลุมฝังศพเป็นที่จัดเก็บอุปกรณ์ก่อเหตุ
นราธิวาส วันที่ 3 กรกฎาคม 2550 ที่ห้องประชุม สภ.อ.เมืองนราธิวาส พล.ต.ท.เจตนากร นภีตะภัฏ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมนายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าฯ นราธิวาส พล.ต.ต.ยงยุทธ เจริญวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส และ พ.อ.พีรพล วิริยกุล ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจที่ 3 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมของกลางที่ตรวจพบในโรงเรียนอิสลามบูรพา ผู้ต้องหา 7 คนที่ถูกจับกุม คือ นายมะนาเซ ยา อายุ 31 ปี นายมามะคอยรี สือแม อายุ 25 ปี นายแวอัสมิง แวมะ อายุ 25 ปี นายโมหะหมัดชอฮีมี ยา อายุ 34 ปี นายมะฟารีส บือราเฮง อายุ 26 ปี นายรุสลี ดอเลาะ อายุ 32 ปี และนายตอริก พีรีซี อายุ 16 ปี พร้อมอาวุธปืนสั้น 9 มม.บรรจุในรังเพลิงพร้อมใช้งานเหน็บที่เอว ผู้ต้องหา 5 ใน 7 คน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีก่อความไม่สงบในคดีระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูงเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2548 และคดีที่ พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ เหยียบกับระเบิด เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2550 ผู้ต้องหาทั้งหมดยังให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

พบของกลางถึง108รายการ
เจ้าหน้าที่ยังพบของกลางจำนวน 108 รายการ อาทิ อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก อาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก ปืนลูกซองยาว 1 กระบอก วัตถุระเบิดที่มีส่วนประกอบปุ๋ยแอมโมเนียไน เตรท ดินระเบิดแรงต่ำ เชื้อปะทุ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใช้จุดระเบิดแบตเตอรี่ นาฬิกาดิจิทัล โทรศัพท์มือถือโนเกีย เชื้อปะทุไฟฟ้า เชื้อปะทุชนวน อุปกรณ์เจาะถนน ถังแก๊สปิกนิก น้ำมันเบนซิน และเครื่องกระสุนอีกจำนวนหนึ่ง  

พล.ต.ท.เจตนากร บอกว่า เป็นความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ที่แจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาซึ่งจะมีการขยายผลต่อไปถึงแกนนำที่ก่อเหตุ นอกจากนี้ จะมีการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาประจำการในพื้นที่เพื่อปูพรมตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยอย่างละเอียดต่อไป

ผบช.ภ.9 บอกด้วยว่า หลังจากเชิญผู้นำศาสนาเข้าขุดหลุมฝังศพที่มีร่องรอยคล้ายฝังใหม่จำนวน 2 หลุม บริเวณกุโบร์ (สุสาน) ข้างโรงเรียนอิสลามบูรพานั้น เพราะเชื่อว่าจะเป็นหลุมฝังศพของกลุ่มคนร้ายที่เหยียบระเบิดตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมานั้น จากการตรวจสอบไม่พบศพและอุปกรณ์ใดๆ ในหลุมดังกล่าว แต่คาดว่าเป็นหลุมที่กลุ่มแนวร่วมใช้จัดเก็บอุปกรณ์ในการก่อเหตุและเพิ่งขุด
เอาอุปกรณ์ต่างๆ ออกไป เพื่อเตรียมก่อเหตุในพื้นที่

สอบ"มะนาเซ"กุมความลับแหล่งระเบิด

พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์กองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.) กล่าวถึงประวัติของผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมว่า นายมะนาเซ ยา เป็นครูผู้เชี่ยวชาญสอนการประกอบระเบิดให้แก่สมาชิก กลุ่มขบวนการRKKมีรางวัลนำจับ 1 ล้านบาท นายมะฟารีส บือราเฮง มีรางวัลนำจับ 2 แสนบาท นายแวอัสมิง แวมะ เคยร่วมกับนายมะนาเซ และนายมะฟารีส ก่อเหตุวางระเบิดในหลายพื้นที่ของ จ.นราธิวาส รวมทั้งเป็นผู้ต้องหาวางระเบิด พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ ได้รับบาดเจ็บสาหัส นายมามะคอยรี สือแม มีหมายจับคดีความมั่นคง นายรุสลี ดอเลาะ มีหมายจับคดีความมั่นคง โดยเฉพาะนายมะนาเซ ยา ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ พ.ร.ก.ของ สภ.อ.เมืองนราธิวาส และเป็นแกนนำคนสำคัญที่มีบทบาทหน้าที่สั่งการและควบคุมการใช้อาวุธเกือบทั้งหมดในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ และเชื่อว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายมะแซ      อุเซ็ง แกนนำคนสำคัญในการก่อเหตุพื้นที่ อีกทั้งยังมีประวัติการก่อเหตุรุนแรงหลายเหตุการณ์ โดยมีเขตรับผิดชอบพื้นที่ จ.นราธิวาส เช่น การปูพรมระเบิดเมืองนราธิวาส อ.ตากใบ อ.สุไหงโก-ลกพร้อมกันหลายจุด และที่สำคัญมีส่วนเชื่อมโยงกับคดีการลอบวางระเบิด พล.ต.ต.นพดล

โฆษกกองทัพบก บอกอีกว่า การจับกุมผู้ต้องหาสำคัญครั้งนี้ พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 ให้ความสำคัญมากและลงพื้นที่สั่งการดำเนินคดีและขยายผลการจับกุมไปยังเครือข่ายแนวร่วมอื่นๆ ด้วยตัวเอง พร้อมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ในส่วนอื่นๆ นำอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สำคัญติดตามหาคนร้าย เช่น เครื่องสแกนวัสดุต้องสงสัย และอุปกรณ์อื่นๆ ที่มีความสำคัญและจำเป็นในการดำเนินงานเชิงรุกจากหน่วยงานเฉพาะกิจในพื้นที่ต่างๆ มาสนับสนุนหน่วยกองกำลังในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ บันนังสตาและสุไหงปาดี ซึ่งอยู่ระหว่างการเปิดยุทธการเพื่อไล่ล่าติดตามแนวร่วมที่เชื่อว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีและระส่ำระส่ายไม่เป็นกลุ่มก้อนโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรวมกลุ่มกันอีกต่อไป

"แม่ทัพภาค 4 ได้สั่งการให้ขยายผลการสอบสวนนายมะนาเซ ยา เนื่องจากมั่นใจว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังคดีสำคัญหลายเหตุการณ์ในพื้นที่ จ.นราธิวาส และเป็นผู้ที่กำความลับในการวางแผนโจมตีเป้าหมายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ที่สำคัญเป็นผู้ที่กำหนดแหล่งซุกซ่อนอาวุธตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะระเบิดที่นำมาก่อเหตุแต่ละครั้งด้วย รวมถึงระเบิดชนิดเหยียบที่ พล.ต.ต.นพดล เหยียบจนได้รับบาดเจ็บสาหัส อีกทั้งปัจจุบันเริ่มมีการนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมั่นใจหากสามารถขยายผลจากนายมะนาเซได้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการแกะรอยหาเครือข่ายแนวร่วมอื่น โดยเฉพาะระดับแกนนำระดับสั่งการ"

ประวัติของนายซาการียา เป็นผู้ต้องหาที่เกี่ยวกับคดีสำคัญในพื้นที่ เช่น ฆ่าเชือดคอหน่วยรบพิเศษ เหตุเกิดที่บ้านฆอกะแวเสียชีวิต 2 คนเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2547 ซุ่งยิงเจ้าหน้าที่ร้อย ร 5032 บ้านบูซู หมู่ 6 อ.บันนังสตา วันที่ 27 พฤษภาคม 2550 ระเบิดรถทหาร 41 เสียชีวิต11 นาย และระเบิดเจ้าหน้าที่และยิงซ้ำเจ้าหน้าที่ร้อย ร.2514 เสียชีวิต 7 นาย พร้อมกับเกี่ยวข้องกับการข่มขู่และรีดไถ่ชาวบ้านในพื้นที่อีกหลายเหตุการณ์ ซึ่งจากการสอบสวนขยายผลดังกล่าวจึงนำมาสู่การจับกุมนายมะนาเซ แกนนำคนสำคัญในพื้นที่ จ.นราธิวาสดังกล่าว ซึ่งเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกันและเป็นพื้นที่เปิดแผนยุทธการพื้นที่สีแดงพร้อมกันด้วย

ทลายแหล่งผลิตระเบิดขนาดใหญ่ในนราธิวาส
พ.อ.อัตถเดช มาถนอม รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ พตท. บอกว่า ความสำเร็จจากการจับกุมผู้ต้องหา 7 คนครั้งนี้ เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ เนื่องจากผลของการปฏิบัติการ เป็นการทลายแหล่งผลิตวัตถุระเบิดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งใน จังหวัดนราธิวาส และกำลังอยู่ระหว่างขยายผลว่าจุดนี้เป็นศูนย์กลางในการประกอบวัตถุระเบิด และส่งต่อไปยังแนวร่วมเพื่อใช้ก่อเหตุในพื้นที่ยะลา และปัตตานีด้วยหรือไม่ ทั้งนี้จากการตรวจสอบด้วยเครื่องตรวจหาสารวัตถุระเบิด พบว่าบริเวณร่างกายของผู้ต้องหามีสารวัตถุระเบิดติดอยู่ที่เครื่องแต่งกาย คาดว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้น่าจะเป็นผู้ประกอบวัตถุระเบิด และวางระเบิดในพื้นที่ จ.นราธิวาส


พ.อ.อัตถเดช บอกอีกว่า ผลพวงจากความสำเร็จครั้งนี้ สามารถช่วยรักษาชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ได้อีกหลายพันคน เนื่องจากข้อมูลที่ตรวจพบทราบว่ามีการเตรียมการที่จะประกอบวัตถุระเบิดไปใช้สังหารเป้าหมายและก่อความไม่สงบอีกหลายจุด และคาดว่าหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ครั้งนี้จะมีทั้งคนที่ทำหน้าที่ผลิต ประกอบวัตถุระเบิด รวมไปถึงคนทำหน้าที่วางระเบิดในพื้นที่นราธิวาส

นักเรียนขัดขวางเจ้าหน้าที่เข้าใจผิด
นายอับดุลรอซัค อาลี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส บอกว่า การออกมาขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของกลุ่มนักเรียนในช่วงที่มีการปิดล้อมจับกุมผู้ต้องหานั้น หลังจากได้เข้าไปพูดคุยและทำความเข้าใจแล้ว ได้ข้อสรุปว่าเป็นการเข้าใจผิดกัน เพราะพวกเขาไม่ทราบว่าเจ้าหน้าที่เข้ามาขยายผลหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดจนตัวเองได้รับบาดเจ็บแล้วลักลอบเข้ามาพักพิงในบริเวณโรงเรียน อีกทั้งเกรงว่าเจ้าหน้าที่จะเข้ามาจู่โจมและตรวจค้นภายในโรงเรียนโดยที่ไม่ได้รับการอนุญาตจากคณะครูจนนำมาซึ่งการเข้าขัดขวางการเข้าตรวจค้นดังกล่าว แต่หลังจากนักเรียนกลุ่มนี้ได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ก็ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เปิดโอกาสให้ตรวจค้นจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ในที่สุด

"ส่วนการขอตรวจสอบหลุมฝังศพจำนวน 2 หลุมที่พบร่องรอยการขุดใหม่ๆ ภายในกุโบร์หรือสุสานใกล้กับบริเวณโรงเรียนอิสลามบูรพาตามข้อเรียกร้องของเจ้าหน้าที่นั้น ถือว่าทุกอย่างเป็นไปตามความยินยอมของผู้นำศาสนาและการดำเนินการได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องแล้ว ที่สำคัญคือเห็นว่าการขอขุดหลุมฝังศพในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่มีเหตุผลสมควร คือ ต้องการพิสูจน์ทราบว่าในหลุมดังกล่าวมีร่างของกลุ่มคนร้ายที่เสียชีวิตจากการเหยียบกับดักระเบิดของตัวเองจนเสียชีวิตหรือไม่ แต่จากการตรวจสอบกลับไม่พบร่างผู้เสียชีวิตและอุปกรณ์ใดๆ ขณะเดียวกันในทางศาสนาอิสลามนั้นจะไม่อนุญาตให้มีการขุดหลุมฝังศพขึ้นมาอย่างเด็ดขาด"

จับตายโจร2ศพยึดปืน2กระบอก
อ.ยะรังปัตตานี วันที่ 3 กรกฎาคม 2550 เวลา 10.45 น. พ.ต.ท.ต่วนเดร์ จุฑานันท์ รอง ผกก.สส.สภ.อ.ยะรัง จ.ปัตตานี รับแจ้งเหตุยิงปะทะกันบนถนนสายบาซาเอ-นาเกตุ หมู่ 3 บ้านกะแลสะนอ ต.คลองใหม่ จึงนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย นายวินัย ครุวรรณพัฒน์ รองผู้ว่าฯ พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์วรชาติ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และกำลังตำรวจ ทหาร เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้อนิสสัน สีแดง ทะเบียน บง 8908 นราธิวาส ถูกยิงกระจกหน้าเป็นรู บริเวณล้อหน้าด้านคนขับมีผู้เสียชีวิตนอนตายจมกองเลือดทราบชื่อคือ นายหามะ มะสาแม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 162 หมู่ 5 ต.คลองใหม่ ใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้น นุ่งผ้าโสร่ง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าศีรษะและลำตัว ในตัวผู้ตายมีอาวุธปืนอาก้าพร้อมกระสุน ใกล้กันพบอาวุธปืน 11 มม. ตกอยู่บนถนนห่างกันประมาณ 3 เมตร

นอกจากนี้ ยังพบผู้เสียชีวิตอีกราย คือนายมาหามะลูดิง สาแม อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 212 หมู่ 1 ต.คลองใหม่ ใส่เสื้อเชิ้ต นุ่งผ้าโสร่ง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่แขนขาซ้ายและลำตัว และยังมีชาวบ้านถูกลูกหลงบาดเจ็บอีก 1 คน ถูกนำส่ง รพ.ยะรัง คือ นางสีตีฟาตีเมาะ ปอซู ถูกยิงที่ขาขวา 1 นัด ที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนจำนวนมาก และรถจักรยานยนต์ของคนร้ายยี่ห้อซูซูกิ ทะเบียน กรบ 178 ยะลา ขณะที่ตำรวจ สภ.อ.ยะรัง จำนวน 4 นาย ได้แก่ ส.ต.อ.อับดุลกอดี ดาหมิ ส.ต.ต.สุริยันต์ ทองประสิทธิ์ ส.ต.ต.อดิเรก หรีมหนิ และ ส.ต.ต.สุพัฒน์ชัย ขุนรอบ ออกลาดตระเวนพื้นที่หลังสืบทราบว่า มีการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วม ปรากฏว่า พบชาย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ผิดสังเกตและมีพิรุธ ขี่ตามหลังรถจักรยานยนต์ของเจ้าหน้าที่ทหารชุดรบพิเศษสันติสุข 106 และทหารชุดร้อย ร.1614 จ.ยโสธร ที่ใช้รถจักรยานยนต์ 3 คันลาดตระเวน เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ ปรากฏว่าทั้งสองไม่หยุด กลับเร่งเครื่องหลบหนี และยังชักอาวุธปืนพกสั้นยิงหลายนัด รวมถึงพยายามจะชักอาวุธปืนอาก้าออกมายิงแต่ติดเสื้อ ไม่ได้ทันยิง เจ้าหน้าที่จึงใช้อาวุธปืนยิงสวนกลับถูกทั้งสองคน จนรถจักรยานยนต์ล้ม และเสียชีวิตทั้งสองคน

พล.ต.ต.ก่อเกียรติ บอกว่า เจ้าหน้าที่มีข้อมูลว่ากลุ่มก่อความไม่สงบได้เข้ามาใน อ.ยะรัง จ.ปัตตานี และมีการเคลื่อนไหวเตรียมที่จะก่อเหตุ จึงมีการสั่งกำลังชุดกู้เกียรติที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ตั้งขึ้นออกตรวจลาดตระเวน ปรากฏว่าพบคนร้าย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังรถจักรยานยนต์ของทหารอย่างผิดสังเกต เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุด แต่คนร้ายได้เร่งเครื่องหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตาม คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงและกำลังจะชักปืนอาก้าออกมา แต่ถูกเจ้าหน้าที่ยิงสวนกระทั่งเสียชีวิตทั้งสองคน

จากการตรวจสอบอาวุธปืน 11 มม.ของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุ ปรากฏว่าเป็นของ ส.ต.ท.ชัชนพล ชอบชื่น ตำรวจ ตชด. จ.จันทบุรี ที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2549 และเชื่อว่านำมาก่อเหตุหลายครั้ง ส่วนอาวุธปืนอาก้าก็เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง และเคยใช้ยิง ส.ต.ท.ชัชนพล กับเพื่อนเสียชีวิต 2 คนมาแล้ว ซึ่งการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จที่สามารถดำเนินการกับคนร้ายได้ คนร้ายทั้งสองจากการตรวจสอบพบว่าเป็นกลุ่มอาร์เคเค ที่ก่อเหตุในพื้นที่หลายครั้ง

จับลูกเป๊ามาโซเบตง
อ.เบตง จ.ยะลา วันที่ 4 ก.ค.50 พ.ต.ท.จุมพล เปรมศิริ รอง ผกก.(ป) สภ.อ.เบตง จ.ยะลา พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันจับกุม นายมูฮัมหมัดเตอรมีซี ตาเย๊ะ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 ม.3 ต.ธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเป็นบุตรชายของ นายมาโซ ตาเย๊ะ หรือชื่อจัดตั้ง เป๊าะมาโซ เบตง, มาโซ กาลัง, กากี ค่าหัว 2,000,000 บาท หัวหน้ากลุ่มย่อยกองกำลังติดอาวุธขบวนการพูโลพร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ บัตรเอทีเอ็ม สำเนาใบทำรายการรับฝากเงินของธนาคารกรุงไทย ซึ่งมีการทำรายการฝากจำนวนเงิน 30,000 บาท รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นสปาร์คแซด สีน้ำเงิน ทะเบียน กคบ 619 เบตง ก่อนการจับกุมเมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2550 ได้มีโทรศัพท์ลึกลับโทร.มาข่มขู่นายจำนง (สงวนนามสกุล)ซึ่งมีอาชีพทำสวนยาง และรับซื้อน้ำยางและสวนส้มอยู่ใกล้หมู่บ้านจุฬาภรณ์ 10 ม.8 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา โดยใช้เบอร์โทรศัพท์ของประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีหมายเลข 016-9043784 โทร.มาข่มขู่ว่าพื้นที่นี้เป็นที่ของผมนะ ขอเงินใช้จำนวน100,000 บาท หากไม่จ่ายจะไม่รับรองความปลอดภัย

เสียงพูด นายจำนง บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเป็นเสียงสำเนียงของคนมุสลิม ซึ่งโทร.มา 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2550 ซึ่งทุกครั้งนายจำนงไม่ตอบตกลง แต่ก็ได้มีโทรศัพท์ดังกล่าวโทร.มาข่มขู่อยู่ต่อเนื่อง

นายจำนง จึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้มีการวางแผนเพื่อทำการจับกุมชายดังกล่าว และต่อมาชายดังกล่าวได้โทร.มาอีก และได้มีการลดราคาลงและขอให้โอนเงินเข้าบัญชี 912 0 0046 4 ธนาคารกรุงไทย สาขาเบตง ถ.สุขยางค์อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการประสานทางเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อตรวจ ปรากฏว่า บัญชีดังกล่าวเป็นของนายมูฮัมหมัดเตอรมีซี ตาเย๊ะ

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 ก.ค.2550 นายจำนง ได้โอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวเป็นเงิน 30,000 บาทและเจ้าหน้าที่ได้มีการแจ้งอายัดเงินจำนวนดังกล่าวไว้ และวางแผนว่าเมื่อมีใครมาถอนเงินจำนวนดังกล่าวให้ถ่วงเวลาไว้ จนกระทั่งเวลา 12.00 น.ได้มี นายมูฮัมหมัดเตอรมีซี ตาเย๊ะ และนายสุรพล ดาฮายะ ซึ่งมาด้วยกัน ได้เข้าไปในธนาคารติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อขอถอนเงินจำนวนดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คุ้มเชิงอยู่ด้านนอกเข้าแสดงตัวจับกุม

นอกจากนี้ นายมูฮัมหมัดเตอรมีซี ตาเย๊ะ ยังให้การว่า น้าชายชื่อ ปะดอ ที่อยู่ในประเทศมาเลเซียได้โทร.มาบอกว่าให้ไปรับเงินที่โอนมาจำนวน 30,000 บาท ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเบตง ถ.สุขยางค์ อ.เบตง จ.ยะลา จึงได้ชวน นายสุรพล ดาฮายะ มาด้วยกันจนมาถูกจับกุมดังกล่าว แต่จากการสืบในทางลับของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ชาวสวนยางในพื้นที่ อ.เบตง หลายรายได้ถูกเรียกค่าคุ้มมานานแล้ว แต่ไม่กล้ามาแจ้งความ ซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่า การกระทำดังกล่าวจะเป็นการนำเงินไปสนับสนุนกลุ่มก่อความไม่สงบเนื่องจากกลุ่มก่อความไม่สงบมักจะใช้วิธีการข่มขู่กรรโชกทรัพย์ เรียกค่าคุ้มครองจากเจ้าของกิจการต่างๆ

ตามข้อมูลด้านการข่าวเชื่อว่า เจ้าของกิจการต่างๆ ทั้งร้านค้า การรับเหมาก่อสร้าง ร้อยละ 70 - 80 จะถูกเรียกและจ่ายค่าคุ้มครองให้กับกลุ่มก่อความไม่สงบ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถประเมินจำนวนเงินได้ว่าแต่ละปีกลุ่มก่อความไม่สงบได้รับเงินจากการเรียกค่าคุ้มครองจำนวนเท่าใด

ทั้งนี้ การเรียกค่าคุ้มครองกลุ่มก่อความไม่สงบจะทำงานร่วมกับกลุ่มอิทธิพลในพื้นที่ และมีการแบ่งปันผลประโยชน์กันซึ่งมีแนวร่วมกลุ่มก่อความไม่สงบจะเป็นคนส่งจดหมายเรียกค่าคุ้มให้กับเป้าหมาย อาจจะส่งทางไปรษณีย์ โทรศัพท์ หรือนำส่งด้วยการทิ้งจดหมายไว้ในพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของกิจการ ที่ต้องการเรียกค่าคุ้มครอง ชื่อที่ใช้ในการเรียกค่าคุ้มครองส่วนใหญ่จะเป็นชื่อ หน.กลุ่มย่อยของกลุ่มก่อความไม่สงบ ทั้ง PULO, BRN และ GMIP

จับแกนนำ11คน
อ.เมืองยะลาวันที่ 5 ก.ค. 2550 เวลา 15.45 น. พ.ต.อ.นราศักดิ์ เชียงสุข รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา สืบทราบว่ากลุ่มคนร้ายที่ถูกยิงบาดเจ็บไปหลบซ่อนรักษาตัวอยู่ที่บ้านนางรอสือเมาะ สาหะ เลขที่ 66 หมู่ 7 บ้านปะแต ต.ปะแต จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อภิรัฐ สังข์ขาว ผกก.สภ.อ.ยะหา พ.ต.ต.ประสม หลวงพูล สวป.และ ร.อ.สมคิด คงแข็ง ผบ.ร้อย ร.1542 นำกำลังกว่า100 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว

พบชายฉกรรจ์ 11 คน กำลังหามศพออกจากบ้านเตรียมจะนำขึ้นรถกระบะมิตซูบิชิ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ศษ 5950กรุงเทพมหานคร ที่จอดรออยู่ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่พวกคนร้ายได้โยนศพทิ้งไว้บนพื้นก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี แต่ถูกตามจับตัวมาได้ทั้งหมด 11 คน คือ

1. นายหามะสะกรี ปะแตบือแน อายุ 38 ปี
2. นายดุลฮาเล็ม บูแลบีแต อายุ 38 ปี
3. นายอาซิ สาเฮาะ อายุ 45 ปี
4. นายมะซาและ ปะแตบือแน อายุ 33 ปี
5. นายดอเลาะ ลือแบซา อายุ 41 ปี
6. นายมะรอนี บาโงยสะนอ อายุ 39 ปี
7. นายอับดุลฮามิ ซาหาร อายุ 42 ปี
8. นายนิเดร์ วิชา อายุ 19 ปี
9. นายอับดุลรอแม หะยี วานิ อายุ 28 ปี
10.นายอับดุลเลาะ สาเหาะ อายุ 38 ปี และ
11.นายอดีมาน วานา อายุ 20 ปี

ส่วนศพที่ถูกทิ้งอยู่บนพื้นทราบชื่อนายมาหามะยารูดิน กาเร็ม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33/1 หมู่ 2 บ้านลือเน็ง ต.ปะแต มีหมายจับและค่าหัว 5 แสนบาท คดียิงทหารที่หน้ารพ.สมเด็จพระยุพราชยะหาเมื่อปี 47 มีบาดแผลที่ท้องน้อยแต่ถูกเย็บแผลเรียบร้อยเสียชีวิตมาประมาณ 10 ชั่วโมง ภายในบ้านยังพบนายสมาน โต๊ะกะ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 9 ต.บ้านแหร อ.ธารโต จ.ยะลานอนซมอยู่ที่นอนมีแผลถูกยิงที่เอวซ้ายทะลุด้านหลัง 1 แห่ง จากการตรวจค้นตรวจยึดสายนำสัญญาณวิทยุสื่อสาร RG58 A/U จำนวน 2 มัด สายไฟฟ้ายาว 200 เมตร นอกจากนี้ยังพบเวชภัณฑ์ยารักษาโรค เครื่องมือการผ่าตัดขนาดเล็ก น้ำเกลือ เครื่องตรวจจับชีพจร ถูกซุกซ่อนไว้ในถังสีดำภายในบ้าน ปุ๋ยยูเรียและสารเคมีประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง คีมตัดเหล็กเส้น ชุดลายพรางของทหารนาวิกโยธินปักชื่อ "นิมะรูสลาม วิชา" กองรปภ.ฐท.สข.อีกหลายชุด รถจักรยานยนต์ 3 คัน ทะเบียน กบธ 774 ปัตตานี ทะเบียน กนบ 477 ยะลา และ กยท 324 ยะลา เจ้าหน้าที่ได้อายัตตัวนายสมาน โต๊ะกะนำส่งรักษา ตัวที่ รพ.สมเด็จพระยุพราชยะหา นอกจากนี้ยังพบเวชภัณฑ์ยารักษาโรคเครื่องมือการผ่าตัดขนาดเล็ก น้ำเกลือ เครื่องตรวจจับชีพจร ถูกซุกซ่อนไว้ในถังสีดำภายในบ้าน ส่วนผู้ที่ถูกจับกุมทั้งหมดพร้อมด้วยนายดุลฮามิ (ครูสอนศาสนา) เจ้าของบ้านถูกนำตัวไปสอบสวนเครียดที่ สภ.อ.ยะหา ซึ่งการสอบสวนมี พ.ต.อ.นราศักดิ์ เชียงสุข รอง ผบก.ภ.จว.ยะลา ไปสอบสวนด้วยตนเองโดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปรับฟังการสอบสวน

ต่อมา พล.ต.ท.เจตนากร นภีตะภัฏ ผบช.ภาค 9 ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ตรวจดูของและสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตัวเอง ทราบว่านายมาหามะยารูดิน กาเร็ม แกนนำกลุ่มอาร์เคเคได้พาพวก 10 คนไปดักซุ่มโจมตีทหารชุดร้อย ร.1542 จนเกิดการปะทะกันอย่างดุเดือด นายมาหามะยารูดินและนายสมานถูกยิงบาดเจ็บสาหัส เพื่อนๆเห็นท่าไม่ดีจึงได้ลากตัวพาหลบหนีไปซ่อนตัวเย็บบาดแผลที่บ้านนางรอสือเมาะ สาหะ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงวางแผนเตรียมนำศพไปฝัง แต่มีชาวบ้านไปแจ้งเบาะแสให้ทางการทราบบุกเข้าจับกุมได้ดังกล่าว คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 12 คนส่งให้กองทัพภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
สอบสวนขยายผลต่อไป

ยึดระเบิดได้3ลูก
อ.เมืองยะลา วันที่ 5 ก.ค.2550 เวลา 14.30 น. พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ ผกก.สภ.อ.เมืองยะลา พร้อมกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นตามหอพักภายในซอยมะลิวรรณ หมู่ 1 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆช่วงที่กำลังจะถอนกำลังกลับที่ตั้ง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบถุงพลาสติกสีเขียว จำนวน 1 ใบ วางอยู่ที่ริมข้างทางบริเวณหน้าปากซอย จึงตรวจสอบ พบระเบิดแสวงเครื่องจุดชนวนด้วยนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอล จำนวน 3 ลูก สภาพพร้อมใช้งาน จึงยึดไว้ คาดว่าคนร้ายเตรียมจะนำไปใช้ก่อเหตุ แต่มาถูกตรวจค้นเสียก่อน จึงแอบนำมาวางทิ้งไว้

พล.อ.สนธิพบผู้นำมุสลิม
มหาวิทยาลัยรังสิต จ.ปทุมธานี วันที่ 5 ก.ค.2550 เวลา 11.00 น.พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธานคมช.ได้เดินทางไปพบปะผู้นำชุมนุมมุสลิมในกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล จำนวน 1,600 คน ซึ่งคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ร่วมกันจัดขึ้นพร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง "บทบาทของมุสลิมกับการช่วยเหลือสังคมและประเทศชาติในสถานการณ์ปัจจุบัน" โดยมีดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิตให้การต้อนรับ

พล.อ.สนธิกล่าวตอนหนึ่งว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีปัญหาเรื่องความคิดความอ่านของคนไม่เหมือนกัน คนไทย 60 กว่าล้านคน มีคนไทยมุสลิมประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 6 ล้านคน ทำอย่างไรให้ประชาชนอีก 50 กว่าล้านคน มองดูแล้วคนมุสลิมเป็นคนน่ารักมีความเอื้ออาทร มีความห่วงใย มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งเป็นตัวแทนคนมุสลิมทั่วประเทศที่มายืนอยู่ตรงนี้ จะทำให้คนทั้งประเทศรู้สึกว่าเราเกิดในพื้นที่ใดต้องมีความจงรักภักดีต่อประเทศนั้น ดังนั้นตนจะทุ่มเททั้งเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกป้องประเทศให้มีความเข้มแข็ง ใครจะมาทำลายหรือขัดขวางความเป็นชาติไทยของเรา ไม่ว่าจะศาสนาใดที่อยู่ผืนแผ่นดินนี้ใครจะมาแตะต้ององค์พระมหากษัตริย์เราไม่ได้

"ผมเป็นคนมุสลิมจะต้องดำรงรักษาขวานทองด้ามเพชรอันนี้เท่าชีวิต หลายคนไม่ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อต้องการเห็นประชาชนคนไทยทุกคนมีความเป็นสุขอยู่ดีกินดีมีความรักความสามัคคี เวลาที่พระองค์ท่านเสด็จฯไปไหนจะทรงให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับประชาชน ผมเห็นพระองค์พระราชทานทุกสิ่งทุกอย่างให้กับประชาชนที่เป็นมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัด รู้สึกละอายแทนว่าทำไมพระองค์ทรงให้ขนาดนี้ แล้วทำไมใน 3 จังหวัดยังมีการก่อเหตุร้ายอยู่ทุกวัน ทำไมมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้ไม่ช่วยกันแก้ปัญหาภาคใต้ที่เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองให้เกิดความสงบผมอยากเห็นพี่น้องมุสลิมส่งลูกหลานเข้าไปเรียนหนังสือในสถาบันต่างๆให้สูงขึ้น เป็นแพทย์มากขึ้น เป็นวิศวะ และไปเรียนต่างประเทศมากขึ้น กลับมาจะได้ช่วยกันบริหารประเทศ เพราะนี่คือประเทศของพวกเราเป็นของพวกเรา"

จับผู้ต้องสงสัยอีก10คน
อ.ยะหา จ.ยะลา วันที่ 6ก.ค.50 จากกรณีที่กำลัง 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง อ.ยะหา จ.ยะลา ออกติดตามไล่ล่ากลุ่มคนร้าย ที่ลอบยิง และระเบิดทหารชุดคุ้มครองครูโรงเรียนบ้านบายอ ต.ปะแต จนพบศพและผู้บาดเจ็บของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยอีก 10 คน ไปควบคุมตัวที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี หนึ่งในจำนวนนั้น คือ นายดุลฮามิ สาหาร เป็นอุสตาซ สอนโรงเรียนตาดีกาในพื้นที่ และเปิดบ้านเป็นสถานพยาบาลสนามให้กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ที่ได้รับบาดเจ็บกรณีปะทะกับเจ้าหน้าที่นั้น

จับได้129คนเริ่มมิ.ย.-ก.ค.50
พ.อ.อัคร ทิพโรจน์ โฆษก ทบ.และ หน.ศูนย์ประชาสัมพันธ์ พตท. - กอ.รมน.ภาค 4 บอกว่า การเปิดยุทธการปิดพื้นที่ในพื้นที่ อ.บันนังสตา จ.ยะลา และ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และตรวจค้นบุคคลเป้าหมาย และควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน ทำประวัติ ซึ่งเป็นยุทธการหนึ่งที่ต้องการขยายพื้นที่ให้เป็นสีขาวมากขึ้น ซึ่งผลการปิดพื้นที่ อ.บันนังสตา ที่ผ่านมาสามารถคบคุมตัวไป 129 คน หนึ่งในจำนวนดังกล่าวพบว่าเป็น บุคคลที่มีหมายจับของ สภ.อ.กรงปินัง จ.ยะลา ในคดีความมั่นคงฆ่าคนโดยเจตนา

ทหารพรานกดดันให้แสดงความบริสุทธิ์21คน
อ.บันนังสตา จ.ยะลา จากการที่ ฉก.ทพ.41 ได้เปิดยุทธการกดดันพื้นที่ ต.บาเจาะอ.บันนังสตา ทำให้มีประชาชนออกมาแสดงความบริสุทธิ์ อีก 21 คน ล่าสุด ได้ขยายพื้นที่ไปที่ ต.ปะแต อ.ยะหา และ อ.เมืองยะลานำไปสู่การควบคุมตัวแนวร่วมอีกหลายสิบคน ซึ่งบุคคลเหล่านั้น ได้ถูกนำไปยังศูนย์พิทักษ์สันติ ศปก.ตร.ส่วนหน้า จ.ยะลา ศูนย์เสริมสร้างสมานฉันท์ ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี และศูนย์เสริมสร้างสันติสุข ค่ายรัตนพล อ. คลองหอยโข่ง จ.สงขลา เพื่อดำเนินการตามกรรมวิธีของกอ.รมน.ภาค4

ยะลาจับวัตถุจำนวนมากและผู้ต้องหา2คน
อ.เมืองยะลา วันที่ 6 ก.ค.2550 เวลา 11.00 น. นายกฤษฎา บุญราช รอง ผวจ.ยะลาพล.ต.ต.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบก.ภ.จว.ยะลา เปิดแถลงข่าวการจับกุมวัตถุระเบิดในพื้นที่เขต อ. เมืองยะลา หลังจากที่มีข่าวมาว่า กลุ่มคนร้ายจะลอบมาก่อเหตุร้ายในเขตเมือง จึงเปิดยุทธการสนธิกำลัง ทหาร ตำรวจและ ฝ่ายปกครองตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในเขต เทศบาลนครยะลา มาตั้งแต่ วันที่ 5-7 ก.ค.2550

ผลการตรวจค้นจุดที่ 1 ซึ่งเป็นบ้านเลขที่ 65/1 ถนนผังเมือง 4 ต.สะเตง อ.เมืองยะลา พบวัตถุระเบิดชนิดแสวง เครื่องประกอบเสร็จ
พร้อมใช้งาน จำนวน 4 ลูก โดยมีอุปกรณ์ประกอบด้วย แบตเตอรี่ ขนาด 10.5 โวลต์ 2 ก้อน พร้อมกับดัก แบบลวดสดุด (หัวล้าน) จำนวน 1 ชุด และวัตถุ ระเบิดชนิดแสวงเครื่อง ขนาด 1.5 โวลต์ จำนวน 2 ก้อน พร้อมกับดัก แบบเหยียบ (หมอนลม) จำนวน 3 ชุด ได้ผู้ต้องหา จำนวน 2 คน คือ นายเจ๊ะอาแซ สามะ อายุ 38 ปี และนายนิอุสมาน สามะ อายุ 18 ปี โดยตั้งข้อกล่าวหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

จุดที่ 2 ตรวจค้นริมถนนสายตือเบาะ - ปารามีแต หน้าบ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 1 ต.สะเตง นอก อ.เมืองยะลา สามารถตรวจยึดวัตถุระเบิด
ชนิดแสวงเครื่องจุดระเบิดด้วย แบตเตอรี่ขนาด 1.5 โวลท์ จำนวน 2 ก้อน พร้อมด้วยกับดักแบบลวดสะดุด (หัวล้าน) จำนวน 1 ชุดวัตถุระเบิดแสวงเครื่องจุดระเบิดด้วยแบตเตอรี่ขนาด 1.5 โวลต์ จำนวน 2 ก้อน พร้อมกับดักแบบเหยียบ (หมอนลม) จำนวน 2 ชุด จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย คือนายมูเซ็ง มอซอ อายุ 71 ปี ตามหมายจับ พรก.ฉฉ.ที่51/2550ลงวัน ที่ 5 ก.ค.2550 ขณะนี้ถูกส่งไปยังศูนย์พิทักษ์สันติ ศปก.ตร.สน. ยะลา

ยึดระเบิดได้อีก4
อ.เมืองยะลา วันที่ 5 กรกฎาคม 2550 พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ ผกก.เมืองยะลา ได้นำกำลังตรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง ทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย บริเวณชุมชนบ้านบือเส้ง ม.1 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา เพิ่มเติม หลังจากได้ตรวจสอบและพบวัตถุระเบิดแบบแสวงเครื่องจำนวน 3 ลูก ในช่วงเย็นวานนี้ และได้ทำการตรวจค้นในบริเวณใกล้เคียงอีกหลายจุด สามารถยึดวัตถุระเบิดได้อีกจำนวน 4 ลูก ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของนายเจ๊ะอาแซ สามะ อายุ 40 ปี และนายนิอุสมาน สามะ อายุ 18 ปี ทั้งคู่อยู่บ้านเลข ที่ 65/1 ถ.ผังเมือง 4 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวเพื่อสืบสวนสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่อย่างไร และตำรวจได้นำตัวนายมะเซ็ง มูซอ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 ม.1 ต.สะเตงนอก อ. เมืองยะลา มาสอบสวนด้วยเนื่องจากวัตถุระเบิดอยู่ในพงหญ้าใกล้กับบ้านทั้ง 2 หลัง ทั้งหมดถูกควบคุมตัวเพื่อสืบสวนสอบสวนหารายละเอียดต่อไปที่สถานีตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เบื้องต้นตำรวจได้แจ้งข้อหา นายเจ๊ะอาแซ สามะ ว่ามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง

ยึดอาวุธและผู้ต้องสงสัย
อ.เมืองนราธิวาส วันที่ 6 ก.ค.2550 เวลา 12.20 น. นายณฐพลฒ์ วิเชียรเพริศ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ซึ่งรับผิดชอบดูแลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา (รร.ปอเนาะ)บอกว่า ภายหลังได้เรียกประชุมด่วนผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยมีตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดนราธิวาส คณะกรรมการการศึกษาจังหวัดนราธิวาส เพื่อพิจารณากรณีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโรงเรียนอิสลามบูรพา อ.เมืองจ.นราธิวาส และสามารถตรวจยึดอาวุธปืนวัตถุระเบิดรวมทั้งอุปกรณ์ประกอบระเบิดและจับกุมผู้ต้องหาคดีก่อเหตุความไม่สงบได้จำนวน 7 คน โดยจับได้คาห้องพักของอุสตาซและหอพักนักเรียนชายภายในโรงเรียนอิสลามบูรพา และสามารถสอบสวนขยายผลจับกุมนายฮารงณ์ บาเกาะ อายุ 43 ปี อุสตาซครูสอนศาสนาและเป็นผู้ดูแลหอพักนักเรียนหญิงได้เพิ่มอีกรวมเป็น 8 คนและเตรียมออกหมายจับอุสตาซอีกหลายคนที่กำลังหลบหนี และเป็นเครือข่ายเดียวกันกับโรงเรียนสัมพันธ์วิทยา อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งมีนายมะแซ อูเซ็ง เป็นเจ้าของโรงเรียน ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีมติลงความเห็นว่า ทางโรงเรียนอิสลามบูรพา เป็นแหล่งที่มีการประชุมวางแผนการก่อการร้าย ปลูกฝังอุดมการณ์ที่เป็นภัยต่อประเทศชาติ หรือมีการใช้บริเวณโรงเรียนเป็นสถานที่ฝึกอาวุธและเป็นแหล่งหลบซ่อนของผู้ก่อเหตุร้ายหลังปฏิบัติการณ์เสร็จสิ้นลงแล้ว จึงมีเหตุอันควรเพิกถอนใบอนุญาตตามาตรา 85 (1)และ(3) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2525 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2550 

แถลงข่าวยึดระเบิดและผู้ต้องสงสัย
ห้องประชุมสถานีตำรวจภูธรอ.เมืองยะลาวันที่6 ก.ค.50 เวลา 10.20 น. นายกฤษฎา บุญราช รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พล.ต.ต.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบก.ภ.จว.ยะลา และ พ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ ผกก.สภ.อ.เมืองยะลาร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดวัตถุระเบิดจำนวน 7 ลูก พร้อมผู้ต้องสงสัย 3 คน โดยเมื่อวันที่ 5 ก.ค.2550 หลังจากหน่วยข่าวด้านความมั่นคงแจ้งเตือนมีกลุ่มก่อความไม่สงบนำระเบิดแบบประกอบขึ้นเอง เข้ามาในเขตเทศบาลนครยะลา เพื่อเตรียมก่อเหตุในช่วงนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังเข้าตรวจสอบบ้านต้องสงสัยที่ปากซอยมะลิวัลย์ หมู่ 1 ต.สะเตงนอก อ.เมืองยะลา พบวัตถุระเบิดบรรจุอยู่ในถุงพลาสติก จำนวน 3 ลูก พร้อมด้วยตัวจุดชนวน และแบตเตอรี่ขนาด 1.5 โวลต์ จำนวน 3 ชุด และควบคุมตัวนายมูเซ็ง มูซอ อายุ 65 ปี ซึ่งมีบ้านใกล้จุดที่เจ้าหน้าที่พบวัตถุระเบิดดังกล่าวไปสอบสวนและทำประวัติ

นอกจากนี้ ยังเข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 65/1 ถนนผังเมือง 4 ต.สะเตง อ.เมืองยะลา ของนายเจ๊ะอาแซ สามะ อายุ 40 ปีอาชีพรับจ้างทั่วไป พบวัตถุระเบิดชนิดเดียวกันอีก 4 ลูก บรรจุอยู่ในถุงพลาสติก ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน จึงควบคุมตัวนายเจ๊ะอาแซ และนายนิอุสมาน สามะ อายุ 18 ปี บุตรชาย ไปทำประวัติและสอบปากคำเพิ่มเติม โดยในเบื้องต้นผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 ราย ยังให้การปฏิเสธทุกข้อหา


เปิดแผนพิทักษ์นราธิวาสค้นบ้านกว่า6ชั่วโมงจับ11

อ.รือเสาะ จ.นราธิวาสวันที่ 11 ก.ค.2550เวลา 06.00 น.ทหาร ฉก.นย.ทร.และทหารชุด ฉก.ที่ 3 นำกำลังกว่า 200 นายใช้กฎอัยการศึก เปิดแผนยุทธการพิทักษ์นราธิวาส พร้อมนำหมาย พ.ร.ก.เข้าปิดล้อมตรวจค้นบริเวณบ้านบลูกาฮูลู หมู่ 4 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยค้นบ้านเป้าหมายแกนนำและแนวร่วมกว่า 100 หลังคาเรือน โดยใช้เวลาในการตรวจค้นตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจนถึงตอนหัวค่ำ นานกว่า 6 ชั่วโมง สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 11 คน โดยแยกเป็นหัวหน้าแกนนำระดับสั่งการและจ่ายเงินสนับสนุนได้แก่

1.นายซูดีปาลี ตันหยงปาแน อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47/3 หมู่ 4 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

2.นายอับดุลฟูอับ ตันหยงอูตง อายุ 28 ปี หัวหน้ากลุ่มแกนนำ อาร์.เค.เค.พร้อมอาวุธปืนพกสั้น.38จำนวน1กระบอกพร้อมกระสุนไม่มีทะเบียน

3.นายตามีซี เดบ๊อง อายุ 27 ปี แนวร่วมกลุ่ม อาร์.เค.เค.

4.นายนูรูดินสาแมอายุ28ปีแนวร่วมกลุ่มเดียวกัน

ส่วนอีก 7 คนเป็นแนวร่วมระดับปฏิบัติการ พร้อมของกลางอีกจำนวนหลายรายการ ประกอบด้วย
1.อาวุธปืนลูกซองยาว 1 กระบอก
2.อาวุธปืนพกสั้น .38 อีก 1 กระบอก พร้อมกระสุน
3.เอกสารปลุกระดมแนวร่วม
4.ชุดลายพรางทหาร
5.อุปกรณ์ประกอบระเบิด
6.ปุ๋ยยูเรีย
7.รถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน จากการตรวจสอบพบว่าเป็นรถที่ขโมยมาทั้งหมด
8.อุปกรณ์การแพทย์พบถูกซุกซ่อนบนเพดานบาลาเซาะห์(สถานที่ละหมาด)


เรียกพนักงานสอบสวนรายงานตัว
กองอำนวยการร่วมถวายความปลอดภัย 99 สภ.ต.เขาตันหยง อ.เมือง จ.นราธิวาสวันที่ 19 ก.ค.2550 เวลา15.00น. ได้มีพนักงานสอบสวนจำนวน 53 นาย จาก 13 อำเภอ ที่ได้รับการแต่งตั้งให้มาดูแลสอบสวนขยายผลเกี่ยวกับคดีจับกุมผู้ต้องหามือวางระเบิดได้ 7 คนที่โรงเรียนอิสลามบูรพา หมู่5 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาสเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2550 ได้ทยอยเดินทางเข้ามารายงานตัวต่อ พล.ต.ต.ยงยุทธ เจริญวานิช ผบก.ตร.ภ.นราธิวาส โดยได้ตั้งแต่ระดับ รอง.ผกก.เป็นหัวหน้าชุด สอบสวน ระดับสารวัตรสอบสวนและรองสารวัตรสอบสวน ซึ่งคัดเลือกพนักงานสอบสวนที่มีฝีมือและมีความชำนาญเกี่ยวกับคดีความมั่นคงรับผิดชอบ พล.ต.ต.ยงยุทธ เจริญวานิช ได้กล่าวกับพนักงานสอบสวนถึงแนวทางการสอบสวนเพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและเน้นกำชับเป็นพิเศษต้องรีบดำเนินการทำคดีดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 สิงหาคม 2550

ส่วนคดีความคืบหน้าการสอบสวนขยายผลผู้ต้องหาทั้ง 7 คนได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมากซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้ให้การซัดทอดผู้ที่ร่วมลงมือก่อเหตุและผู้ที่อยู่เบื้องหลัง อีกหลายคนและเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าไปจับกุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เพิ่มอีกจำนวน3คนประกอบด้วย

1.นายอาแว มะดีเยาะ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/2 หมู่5 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ซึ่งมีตำแหน่งเป็นอุสตาช (ครูสอนศาสนา)
โรงเรียนอิสลามบูรพา
2.นายยะโก๊ะ มะยี อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 141/1หมู่3 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
3.นายฮารง มะยูโซ๊ะ อายุ 27ปี อยู่บ้านเลขที่ 32 /1หมู่6 ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยช่างอบต.
มะรือโบออกอ.เจาะไอร้องจ.นราธิวาส

โดยเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวได้ที่บริเวณบ้านเขาตันหยง หมู่5 ต.กะลุวอเหนือ องเมือง จ.นราธิวาส จึงได้นำตัวมาให้นายมะนาเซ ยา และผู้ต้องหาทั้งหมดชี้ตัวตามคำซัดทอดก่อนจะนำตัวไปส่งให้พนักงานสอบสวนขยายผลต่อไป

จับแกนนำได้อีก1พร้อมอาวุธ
อ.รือเสาะ จ.นราธิวาสวันที่ 20 ก.ค.2550 เวลา 06.00 น. พ.ต.ท.ธนาพล มีชัย รอง ผกก.ป.สภ.อ.รือเสาะ จังหวัดนราธิวาส นำกำลังสนธิตำรวจ สภ.อ.ศรีสาคร กว่า 60 นาย เข้าตรวจค้นพื้นที่บ้านดาฮง ม.4 ต.เชิงคีรี อ.ศรีสาคร หลังสืบทราบว่ามีผู้ต้องหาตามหมายจับหนีมาหลบซ่อนตัว การตรวจค้นพบชายประมาณ 3-4 คน อยู่บริเวณมัสยิด แต่ทั้งหมดพากันหลบหนีเข้าป่าอย่างรวดเร็วเจ้าหน้าที่ตามจับกุมมาได้เพียง 1 ราย เป็นบุคคลตามหมายจับเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2547 พร้อมยึดของกลางอาวุธปืนพกสั้นตราโล่ ขนาด .38 กระสุน 12 นัด จึงนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.อ.รือเสาะ โดยผู้ต้องหาสารภาพว่า เคยใช้อาวุธปืนลอบยิงชาวบ้านมาแล้ว 2 รายยิงผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตในพื้นที่บ้านบาเละ ม.10 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และยิงตำรวจในพื้นที่อำเภอรือเสาะ นอกจากนี้ ยังให้การซัดทอดถึงเพื่อนร่วมกลุ่มที่หลบหนีไปได้2ราย

พ.ต.อ.บรรลือ ชูเทย์ ผกก.สภ.อ.รือเสาะ บอกว่า ผู้ต้องหารายนี้เจ้าหน้าที่จะส่งไปขยายผลยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี ซึ่งถือเป็นระดับแกนนำเคลื่อนไหวในพื้นที่อำเภอรือเสาะ ที่ทางการต้องการตัวมานาน และยังร่วมกับพวกลอบยิงเจ้าหน้าที่ ครู ตำรวจรวมทั้งวางระเบิดป่วนความไม่สงบทั้งในอำเภอรือเสาะและศรีสาคร ไม่น้อยกว่า 11 คดี ก่อนหลบหนีไปซ่อนตัวตามที่ต่าง ๆกระทั่งสายรายงานมาชัดเจนจึงวางแผนประสานกำลังตำรวจ สภ.อ.ศรีสาคร จับกุมตัวมาได้

ค้นบ้านเกิดมะแซอุเซ็งจับ25คน
อ.เจาะไอร้องจ.นราธิวาสวันที่ 20 ก.ค.2550 เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารกว่า 150 นาย เข้าไปตรวจค้นในหมู่บ้านดารุลอินซาน หมู่ 14 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง ซึ่งหมู่บ้านดังกล่าวเป็นบ้านเกิดของนายมะแซ อูเซ็ง หัวหน้าโจรใต้ค่าหัว 5 ล้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องการมากที่สุดรายหนึ่งจากการตรวจค้นกว่า 20 จุดเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 25 คน มาสอบขยายผลคดีเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ ทำให้คนร้ายไมพอใจและลงมือก่อเหตุเพื่อตอบโต้และสร้างสถานการณ์ดังกล่าวจับอีก20พร้อมอาวุธและแกนนำนายอับดุลรอแม อ.ยี่งอจ.นราธิวาส วันที่29 ก.ค.2550 เวลา 06.00 น. พ.อ.ปกรณ์ จันทรโชตะผบ.ฉก.ทบ.44 พร้อมด้วย น.อ. มารุฒณ์ สสดีพันธ์ ผบ.ฉก.นย.32 และ พ.ต.อ.สมพงษ์ ชิงดวง ผกก.สภ.อ.ยี่งอ ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ ฝ่ายปกครองกว่า 500 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ ม.5 บ้านกูยิ และ ม.5 บ้านนานิง ต.กาปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาสโดยใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกในการปิดล้อมตรวจค้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามแผนพิทักษ์ยี่งอ ที่ทาง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าได้ใช้เพื่อการกดดันกลุ่มแนวร่วมที่แฝงตัวในพื้นที่ต่างๆ

จากการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 6 ชั่วโมงในการตรวจสอบทุกพื้นที่และบ้านเรือนประชาชนทุกหลัง โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสิ่งผิดกฎหมายได้ในบ้านร้างแห่งในพื้นที่ บานกูยิง ซึ่งพบทั้งอาวุธปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอก ปืนสั้นขนาด 9 มม. 11 มม.และปืนลูกซอง รวม 10 กระบอก พร้อมกับกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง อุปกรณ์ผลิตระเบิด เช่น ปุ๋ยยูเรีย เหล็ก สายไฟ ท่อพีวีซี เครื่องเลื่อยยนต์ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้รวบตัวผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมในการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ได้อีก20 คน ซึ่งจากการตรวจสอบรายชื่อทั้งหมดพบ 5 คนมีรายชื่อเป็นระดับแกนนำในการก่อเหตุความไม่สงบที่เจ้าหน้าที่มี คือ นายอับดุลรอแม พีรีซี หัวหน้ากลุ่มแนวร่วมในพื้นที่ อ.ยี่งอ นายเปาซี เจ๊ะมาลี มือปืนแนวร่วมอาร์เคเค ที่เคยก่อเหตุยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตเมื่อปี 2549 นายอัลยลี มะกาแจ หัวหน้ากลุ่มอาร์เคเคบ้านกูยิ นายมะกะตา พีรีซี มือปืนกลุ่ม อาร์เคเคและนายอดุลย์ พีรีซี สมาชิกกลุ่ม อาร์เคเค และที่เหลืออีก 15 คนเจ้าหน้าที่คาดน่าจะเป็นกลุ่มแนวร่วมที่คอยก่อเหตุในพื้นที่ อ.ยี่งอและอำเภอใกล้เคียง

และจากการตรวจสอบในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบว่า หมายเลขในปืนเอ็ม 16 ทั้ง 2 กระบอกนั้น เป็นปืนที่คนร้ายปล้นมาจากกองพันพัฒนาที่ 4
ค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 มกราคม2547

ส่วนผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปบันทึกประวัติที่ สภ.อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส ก่อนที่จะส่งตัวไปยังศูนย์ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี
เพื่อขยายผลต่อไป

แถลงผลยุทธการณ์กูยิงาเน็งจับ45ราย
ห้องประชุม กอ.รมน.จ.นราธิวาส วันที่ 29 ก.ค.2550 เวลา 14.00 น.นายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย พล.ต.ต.ยงยุทธ เจริญวานิช ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส พ.อ.พีรพล วิริยากุล ผบ.ฉก.3 นราธิวาส นายประดิษฐ์ สุคธสวัสดิ์ ปลัดจังหวัดนราธิวาส เจ้าหน้าที่ ฉก.32 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 44 ได้ร่วมแถลงข่าวถึงผลการปิดล้อมตรวจค้นตามปฏิบัติการแผนยุทธการพิทักษ์กูยิ/งาเน็ง ของ ฉก.3 ในพื้นที่ บ.กูยิ บ.สุไหงบาตู และ บ.งาเน็ง ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส การตรวจค้นในครั้งนี้เจ้าหน้าที่สามารถรวบตัวผู้ต้องสงสัย และแกนนำในการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ได้ทั้งหมด 45 ราย แบ่งเป็นระดับหัวหน้ากลุ่มแกนนำ 1 ราย คือ นายอับดุลรอแม พีรีซี และ ระดับปฏิบัติการอีก 4 ราย กลุ่มที่ก่อเหตุเคลื่อนไหวในพื้นที่ 40 ราย ซึ่งทั้งหมดจะถูกสงตัวไปยังศูนย์ซักถามส่วนหน่วย ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี

สำหรับของกลางที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้จากการเข้าปิดล้อมตรวจค้นในครั้งนี้นั้น ได้แก่ อาวุธ ปลย.เอ็ม 16 จำนวน 2 กระบอกหมายเลข 9550165, 9549911 พร้อมซองกระสุน จำนวน 2 ซอง และกระสุนจำนวนหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วปืนทั้ง 2 กระบอกเป็นปืนที่ปล้นมาจากกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายนราธิวาสราชนครินทร์ (ค่ายปิเหล็ง) อ.เจาะไอร้อง เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2547

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึด ปืนพก ขนาด .32 จำนวน 1 กระบอก ซองกระสุนและกระสุนปืน 6 นัด ปืนพก 9 มม.1 กระบอก พร้อมซองกระสุนและกระสุน 6 นัด อาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก อาวุธปืนพกไทยประดิษฐ์สั้น 1 กระบอก อาวุธปืนไม้ที่ใช้ในการฝึก 4 กระบอก ท่อพีวีซี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 นิ้ว ยาว 3 ฟุต 1 ท่อ ท่อเหล็กเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 นิ้ว ปุ๋ยแอมโมเนียไนเตรท 1 เครื่อง พร้อมเลื่อย 2 อัน ชุดลายพราง 2 ชุด โทรศัพท์เคลื่อนที่ 10 เครื่อง แผ่นซีดี แปลสนามตะปูเรือใบ 5 กก. มีด ถังน้ำมัน แผงวงจรอิเล็คทรอนิกส์ สวิทซ์ สายไฟยาว 300 เมตร แผ่นป้ายทะเบียนปลอมและยาเวชภัณฑ์

ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส บอกอีกว่า จากการเข้าปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดนราธิวาสมานั้น ทางการสามารถรวบตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว 209 คน ของกลางอีก 250 รายการ ซึ่งขณะนี้ถูกส่งไปสอบสวนตามศูนย์ซักถามต่างๆ และพร้อมกันนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสกล่าวอีกด้วยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดีจับผู้ต้องสงสัยฆ่าครู อ.กาบังจ.ยะลา วันที่ 30 ก.ค.2550 เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.นราศักดิ์ เชียงสุข รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา พร้อมพ.ต.อ.ภูมิเพ็ชร พิพัฒน์เพ็ชรภูมิ ผกก.สภ.อ.เมืองยะลา และเจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 2 ต.กาบัง อ.กาบัง จ.ยะลา จับกุมนายสะมะแอ อาแว อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ 6 ต.ยุโป อ.เมืองยะลา ผู้ต้องสงสัยก่อคดีฆ่า-เผานายจำนง ชูพัฒนพงศ์ ผู้ อำนวยการโรงเรียนบ้านบาโด และนายมนูญ สองแก้ว ครูโรงเรียนบ้านบาโด เสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหด 2 ศพ ที่บ้านบาโด หมู่ 3 ต.ยุโป อ.เมืองยะลา เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 49


พ.ต.อ.นราศักดิ์ เชียงสุข รอง ผบก.ภ.จ.ยะลา เปิดเผยกรณีการจับกุมนายสะมะแอ อาแว เนื่องจากสืบทราบว่านายสะมะแอมีส่วนเกี่ยวข้องกัคดีฆ่า-เผาผู้อำนวยการและครูโรงเรียนบ้านบาโด และหลบหนีไปรับจ้างกรีดยาง จึงนำกำลังเข้าจับกุมเบื้องต้นนายสะมะแอให้การปฏิเสธ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานสามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ นอกจากนี้ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ยังให้การซัดทอดนายสะมะแอเป็นผู้ก่อเหตุด้วย

จับแกนนำRKKอีก3คน
อ.ระแงะ จ.นราธิวาส วันที่ 30 กรกฎาคม 2550 เวลา 05.00 น. พ.ต.อ.มาโนช อนันต์ฤทธิกุลผกก.สภ.อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พร้อม พ.ต. ธนิต แสงจันทร์ รอง ผบ.ฉก.38 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองจำนวน 200 นาย เข้าปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้านบาโงตา หมู่ 1 ต.บาโงสะโต เพื่อจับกุมแกนนำกลุ่มอาร์เคเค 3 คนคือนายดอรอแม มาแซ นายมามะ วาแฉ๊ะ และนายอุสมาน แอสะ ที่หลบหนีการไล่ล่าของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อ.ยี่งอ มาหลบซ่อน โดยเข้าตรวจค้นนานกว่า 5 ชั่วโมง จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 3 ราย เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน พร้อมของกลางปืนพก .32 จำนวน 1 กระบอก กระสุน 6 นัด เครื่องเลื่อยยนต์ 2 เครื่อง กล้องส่องทางไกล 2 ตัว ส่วนนายดอรอแม นายมามะ และนายอุสมาน 3 แกนนำอาร์เคเคไหวตัววิ่งขึ้นภูเขาหลังหมู่บ้านหลบหนีไปได้ จับผู้ต้องสงสัยอีก5คน อ.ระแงะจ.นราธิวาส วันที่ 31 ก.ค.2550 เวลา 05.00 น. พ.ต.อ.มาโนช อนันต์ฤทธิ์กุลผกก.สภ.อ.ระแงะ จ.นราธิวาส พ.ต.ธนิต แสงจันทร์ รอง ผบ.ฉก.38 และนายทนงศักดิ์ บุญภิรมย์ ปลัดอำภอระแงะ
นำกำลังบุกจู่โจมตรวจค้นแบบปูพรมพื้นที่บ้านโต๊ะเปาะฆะ กับบ้านคอลอปีแน หมู่ 10 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ 200
หลังคาเรือน หลังสืบทราบว่ากลุ่มโจรอาร์เคเคกบดานอยู่ใน 2 หมู่บ้าน หลังการตรวจค้นนานกว่า 6 ชั่วโมง สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 5 คน ในจำนวนนี้เป็นชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)3 คน และชาวบ้าน 2 คน พร้อมของกลาง 6 รายการ คือเชื้อปะทุระเบิดที่มีการต่อเชื่อมกับสายไฟฟ้าแล้ว 1 ชุด โทรศัพท์มือถือ ชุดรีโมตคอนโทรล แบตเตอรี่สำหรับใช้กับวิทยุสื่อสารสนามของเจ้าหน้าที่ทหาร สายไฟฟ้า 1 ขด และกระสุนปืน 9 มม. 6 นัดนำตัวไปสอบขยายผลที่ฐานปฏิบัติการ ฉก.38 ต่อไป สำหรับการจู่โจมตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสจากชาวบ้านที่แจ้งความเคลื่อนไหวให้ทราบ แต่ ส่วนใหญ่ได้หลบหนีออกไปก่อนแล้วในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา หลังนายอับดุลรอแม พีรีซี แกนนำกลุ่ม อาร์เคเคกับพวกรวม 46 คน ถูกจับกุมในพื้นที่ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 ก.ค.2550 โดยส่วนใหญ่จะหนีไปซ่อนตัวในพื้นที่ 4 อำเภอของ จ.สงขลา

บทสรุป
เดือนกรกฎาคม 2550 เป็นเดือนที่ 2 ของการค้นและจับกุม ทำให้สามารถจับกุมผู้ต้อสงสัยได้จำนวนมากและยังจับกุมอาวุธสงครามได้อีกจำนวนมากเช่นกัน ในขณะเดียวกันก็สามารถจับได้ปืนที่ถูกปล้นไปจากค่ายนราธิวาสราชนครินทร์ได้อีกจำนวนหนึ่ง นั่นก็แสดงให้เห็นว่า ปืนที่ถูกปล้นไป ไม่ได้ถูกนำไปขายให้กับขบวนการอาเจ๊ะเสรี ตามที่มีความเข้าใจกัน แต่กลับอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นี่เอง นั่นแสดงให้เห็นว่า การก่อการร้ายมีการเตรียมการมาอย่างยาวนาน และต่อเนื่อง จนมีศักยภาพในการปล้นค่ายทหาร ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่ในการแกไขปัญหาบ้านเมืองจะต้องวิเคราะห์สถานการณ์ ให้ถูกต้อง เพื่อจะได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง


คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com