www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 173 คน
 สถิติเมื่อวาน 256 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4379 คน
109451 คน
1090551 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

 
 
 
 
     
 
 
ชีวิตนักข่าว...ข้อคิดจากหนังเรื่องอวตาร
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
16 มกราคม 2553
 
นักข่าวอย่างผม นอกจากจะศึกษาวิถีชีวิตของผู้คนรอบข้างแล้ว ยังต้องศึกษาเรื่องราวที่มาจากภาพยนตร์ เพราะเป็นการเรียนรู้ได้อีกวิธีการหนึ่ง 
 
หนังเรื่องอวตาร ผมคงไม่ต้องบอกนะครับว่า ใครสร้าง ใครแสดง แต่ผมจะพูดถึงเนื้อเรื่องที่น่าสนใจที่ต้องทำให้ผมเข้าไปดู เพราะเท่าที่ทราบจากสื่อ มีการโหมโฆษณา ว่าดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ แถมยังบอกว่าหนังทำเงินมากมายมหาศาล ยิ่งเป็นสิ่งจูงใจที่อยากจะให้เราอยากเข้าไปชม 
 
หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ค่อนยาว ประมาณ 2.30 ชั่วโมง ค่าดูจึงเพิ่มจาก 90 บาท เป็น 100 บาท ก็คุ้มค่าในการชมหล่ะครับ และวันนั้นผมได้เข้าไปดูหนังเรื่องนี้ที่โรงภาพยนตร์ โคลีเซี่ยม ซีนีเพล็ค ห้างไดอาน่า หาดใหญ่  คนดูก็ยังแน่นโรงครับ แม้นว่าหนังเรื่องนี้จะฉายมาได้1 เดือนแล้วก็ตาม
 
เนื้อหาของหนังเป็นเรื่องราวของมนุษย์ที่ไปล่าอาณานิคมโลกอื่นที่ชื่อดาวแพนโนลา เพื่อที่จะเอาแร่ธาตุนำกลับมาใช้ยังโลก แต่ด้วยเทคโนโลยี ชั้นสูง มนุษย์จึงได้สร้าง ร่างมนุษย์ในดาวแพนโนลา ที่เป็นชาวเผ่านาวี   ขึ้นมาเพื่อจะได้เป็นสื่อในการติดต่อ โดยใช้มันสมองของมนุษย์เป็นตัวเชื่อมต่อ 
 
ซึ่งมนุษย์ได้มีการวางแผนว่า จะให้ร่างมนุษย์เผ่านาวี ของดาวแพนโนลา ที่ถูกสร้างขึ้นมา แต่มีสมองเป็นมนุษย์เข้าไปเกลี้ยกล่อมให้เผ่าพันธุ์นาวี ที่อยู่อาศัย ออกจากพื้นที่ อย่างสันติ แต่เมื่อพระเอกเข้าไปอยู่ในชนเผ่านาวีแล้วกลับหลงใหลในธรรมชาติ ที่มีแต่ความอบอุ่น ไม่ว่าพืชหรือสัตว์ต่างสามารถติดต่อสื่อสารกันได้ โดยการเชื่อมต่อทางใยประสาท แต่การดำเนินการเกลี้ยกล่อม เป็นไปอย่าล่าช้าไม่ทันใจ ต่อฝ่ายทหาร ที่ต้องการความรวดเร็ว ทันใจ  เพราะคิดว่าตัวเองมีกำลังที่เหนือกว่าทั้งอาวุธ ยุทโธปกรณ์ ที่ทันสมัย ในขณะที่ชนเผ่านาวีมีเพียงหอกดาบและสัตว์ ที่สามารถขี่ได้เหมือนเครื่องบิน และม้าที่มีความแข็งแกร่ง ฝ่ายทหารเมื่อเห็นว่า พระเอก ทำงานค่อนข้างล่าช้า และเอาใจออกห่าง จึงเริ่มใช้กำลังเข้าหักหาญ แต่ในที่สุดก็สู้ไม่ได้ พ่ายแพ้ไปในที่สุด ทั้ง ๆที่มีกำลังที่เหนือกว่ามาก 
 
เมื่อผมดูหนังเรื่องอวตาร ทำให้ผมนึกถึง การแก้ไขปัญหาในหลายประเทศที่มักใช้กำลังเข้าแก้ไขปัญหา แต่ก็พ่ายแพ้ในที่สุด ยกตัวอย่าง คือ ฝรั่งเศส บุกประเทศอัลจีเรีย ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา แต่ฝรั่งเศส ก็พ่ายแพ้อย่างไม่เป็นท่า ใกล้เข้ามา อเมริกัน มีกำลังทหารเกือบ ห้าหมื่นนาย แต่ก็พ่ายแพ้ต่อกองกำลังเวียดกง อย่างราบคาบ และเหตุการณ์ที่ใกล้กับตัวผมมากที่สุดคือ การก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ฝ่ายเรามีกองกำลังทหารเกือบห้าหมื่นนายเช่นกัน ก็กำลังขับเคี่ยว อยู่ในขณะนี้ ซึ่งผมก็กังวลอยู่ลึก ๆ ว่าอาจจะเหมือน ความพ่ายแพ้ของฝรั่ง หรือ อเมริกา หรือความพ่ายแพ้ ของชาวโลกที่ไปบุกดาวแพนโนลา ซึ่งหนังเรื่องนี้พยายามที่จะสื่อกับเราว่า การที่เราจะชนะ มีทางเดียวคือ จะต้องดำเนินการอย่างสันติเท่านั้นจึงจะชนะ นี่คือบทเรียนที่ผมได้จากหนังเรื่องอวตาร 
 
* * * * * * * * * * *


คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com