www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 82 คน
 สถิติเมื่อวาน 562 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
11873 คน
88817 คน
1069917 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

 

ชีวิตนักข่าว...ตอนน้องไผ่ ก็ติดเอดส์
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
นักประชาสัมพันธ์ 8
25 พ.ย.50


ชีวิตนักข่าว ของผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟังโดยเฉพาะเรื่องโรคเอดส์ ผมจำได้ว่าเมื่อปี 2540 ประมาณเดือนสิงหาคม ผมไปรับราชการเป็นผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร ก็เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตราชการ ที่เป็นในช่วงสั้น ๆ แต่ก็มีเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง หลายเรื่อง เรื่องน้องไผ่ติดเอดส์ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่น่าเห็นใจ และเป็นอุทาหรณ์

ที่อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร มีสถานที่พักฟื้น ผู้ติดเชื้อเอดส์ ใช้ชื่อว่า ที่พักวัดถ้ำรับล่อ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองชุมพรประมาณ 40 กิโลเมตร วันนั้นผม และคณะสาธารณสุขชุมพร ได้เดินทางไปโดยรถทัวร์ มีเป้าหมายเพื่อไปดูงานและเยี่ยมผู้ป่วยด้วยโรคเอดส์ ที่วัดถ้ำรับล่อ

เราใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบชั่วโมงก็เดินทางมาถึง วัดถ้ำรับร่อ ตั้งอยู่ในพื้นที่ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร วัดแห่งนี้ได้รับคำบอกเล่า ว่า เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่น เมื่อยกพลขึ้นบกที่หาดทรายรี ในเขตอำเภอเมืองชุมพร ได้เคลื่อนพลมาตั้งค่าย ที่ถ้ำรับร่อ แห่งนี้ เพื่อเตรียมเคลื่อนทัพผ่านไปยังประเทศพม่า หลายคนอาจไม่ทราบว่า เมืองชุมพรคือเมืองชายแดน ความเป็นจริง อำเภอท่าแซะ คืออำเภอหน้าด่านของชุมพร ถ้าข้ามไปฝั่งตะวันตก ก็คือเมืองทวายและเมือง มะริด ประเทศพม่า ก่อนหน้าผมไปอยู่ มีการสู่รบกันระหว่างทหารไทยกับทหารพม่า ที่เนิน 491 พวกเราก็สูญเสียไปมาก พม่าก็ตายมากเช่นกัน ในที่สุดเหตุการณ์ก็ยุติ นี่ก็แปลว่า พม่าไม่ได้อยู่ไกลจากชุมพรเท่าไหร่นัก

ผมขอวกกลับมา ที่วัดถ้ำรับร่อ ที่อดีตเคยเป็นฐานทัพของ ทหารญี่ปุ่น บนถ้ำจะมีที่หลบภัย และใช้เป็นที่อยู่อาศัย นักโบราณคดี พบอาวุธ อาทิ มีดดาบซามูไร กระสุนปืน เครื่องใช้ไม้สอยประเภทถ้วยชาม ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมา พระสงฆ์ ได้มีการธุดงค์ และมาตั้งเป็นสำนักสงฆ์ ก่อนที่จะเป็นวัด และมีผู้ติดเชื้อเอดส์มาพักอาศัยอยู่ จนมีผู้ติดเชื้อเอดส์จำนวนมาก มาอาศัยวัดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เจ้าอาวาสจึงได้ไปสร้างที่พักผู้ติดเชื้อแยกออกไป จากวัด ห่างไปประมาณ 7 กิโลเมตร ในทำเลที่เงียบสงบ ตั้งอยู่บนเนินเขา เตี้ย ๆ มองลงมา เห็นสวนปาล์ม อยู่เรียงราย บรรยากาศน่ามาอยู่ แต่อย่ามาเลยครับ เพราะผู้ที่มาอยู่ ล้วนแต่เป็นโรคเอดส์กันทั้งนั้น

ผมพร้อมคณะ ประมาณ 15 คน ได้มาเยี่ยมพร้อมนำสิ่งของเครื่องใช้บางอย่างมามอบให้ ผู้ที่อยู่ที่นี่มีทั้ง ผู้หญิงผู้ชาย แต่ที่น่าสนใจคือ แม่ลูกคู่หนึ่ง เธออยู่ห้องริมสุด ก็มาอยู่ที่นี่ด้วย ลูกสาวของเธอกำลังน่ารัก เธอเรียกลูกเธอว่า น้องไผ่ อายุประมาณ 3-4 ขวบ น้องไผ่ไม่รู้หรอกว่า ทำไมเธอและแม่ต้องมาอยู่ที่นี่ ภายในห้องแคบ ๆ มีเพียง พัดลมเก่า ๆ ชนิดตั้งพื้น คอยพัดกายคลายร้อน แต่ใจเธอคงจะรุ่มร้อน ยิ่งนัก น้องไผ่ ก็ติดเอดส์เหมือนแม่ของเธอ ทั้งคู่ยังไม่แสดงอาการ ดูเธอทั้งสองยังปกติ ประเภทตุ่มน้ำเหลืองโต ยังไม่เห็น น้องไผ่ยังคงวิ่งเล่น ไม่มีความวิตกเหมือนผู้เป็นมารดา แม่น้องไผ่ เป็นคนผิวขาว หน้าตาเป็นคนจีน อายุราว 24-25 ปี น้องไผ่เอง หน้าตาเหมือนแม่ และยังได้ความขาวติดมา อีกทั้งดวงตายังตี่ ชั้นเดียว น่ารัก ตามประสาเด็กเชื้อจีน พวกเราสนใจและถามแม่น้องไผว่า

ทำไมน้องถึงมาอยู่ที่นี่ แม่น้องไผ่เล่าว่า "หนู เป็นคนชุมพร นี่แหละ อยู่ที่ บ้านวังไผ่ อำเภอเมืองชุมพร " พวกเราแทบไม่เชื่อสายตา เพราะเธอน่าจะเป็นคนมาจากที่อื่น

"เมื่อสามี หนูตาย เพราะเป็นโรคเอดส์ หนูก็ไปตรวจเชื้อ ปรากฏว่าหนูและลูกติดเชื้อเอดส์ด้วย ที่ร้านหนู เปิดเป็นร้านขายของ ประเภทร้านชำ เมื่อชาวบ้านรู้ ก็ไม่มีลูกค้าเข้าบ้านเลย เพราะกลัวติดเอดส์จากหนูและลูก ลูกหนูจะไปเล่นกับใครก็ไม่ได้ มีแต่คนรังเกียจ หนูจึงอยู่ไม่ได้ แม่หนูก็เลยให้มาอยู่ที่นี่ " ผมฟังจึงรู้สึกหดหู่ เพราะโรคเอดส์แท้ ๆ ที่ ทำให้ครอบครัวต้องแตกสลาย เพราะใครเป็นโรคนี้มีแต่คนรังเกียจ ผมถามต่อไปว่า ขอให้หายนะ

แม่น้องไผ่บอกว่า "อยากหายจากโรคนี้เหมือนกัน แต่ไม่รู้จะเป็นยังไง แม่และเตี่ย ก็ไม่ค่อยมาเยี่ยม คิดถึงบ้านมาก " เธอพูดไป ด้วยน้ำตาคลอเบ้า ที่มีแต่ความเจ็บปวด ลวดร้าว ในหัวใจ ที่ชีวิตนี้จะล้มตายลงเมื่อใด แต่ก็แฝงด้วยความหวังว่า คงจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้

หนึ่งในจำนวนที่เดินทางไปกับผม ได้อุ้มน้องไผ่ อย่างไม่รังเกียจ เพราะเธอผู้นั้นคือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพราะเธอรู้ดีว่า โรคเอดส์ไม่ได้ติดจากการสัมผัส แต่ติดจากการร่วมเพศ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสักลาย แต่ในใจผม ยังคิดอยู่ว่า ไม่น่าสัมผัส แต่นั่นก็เป็นแนวคิดที่แบบเดิม ๆ ที่ยังขลาดกลัวอยู่

ผู้ป่วยบางคน นั่งอยู่บนเตียง บางคนก็ออกมาเดินอยู่ริมระเบียง ผมได้พบกับหนุ่มน้อยคนหนึ่ง นั่งอยู่บนเตียง สภาพซูบผอม เริ่มมีแผลพุพอง ตามร่างกาย ผิวเริ่มคล้ำลง อย่างเห็นได้ชัด ผมยิงคำถามว่า เป็นยังไงครับถึงได้มาอยู่ที่นี่ หนุ่มน้อยวัยประมาณ 20 ปีเศษ

เล่าให้ฟังว่า " ผมเป็นคนเหนือครับ พ่อแม่รู้ข่าวว่าที่วัดนี้ มีการรักษา จึงให้มาอยู่ที่วัดนี้เผื่อว่าจะหาย " ผมดูหน้าตา ของเด็กหนุ่ม มีแววตาของความหวังว่าจะหายจากโรคนี้ แต่พวกเราก็ไม่อยากจะซักไซ้ไร่เลียง อะไรมากนัก เพราะอยากจะให้พักผ่อน มีอีกรายหนึ่ง เป็นหญิงสาววัยกลางคนอายุอานามประมาณ 35 ขึ้นไป รูปร่างผอม แห้ง หน้าตาเริ่มซูบ มีตุ่มดำ ๆ ขึ้นเต็มตัว บางตุ่มเริ่มแห้งตกสะเก็ด บางตุ่ม มีน้ำใส ๆ ใบหน้าของเธอตอบแห้ง แต่เธอก็พูดเก่ง พวกเราไม่ต้องถาม เธอเล่าให้ฟังหมด เธอบอกว่า "ฉัน เป็นเมียเจ้าของร้ายขายแก๊สในตลาดเมืองชุมพร นี่ แหล่ะ อาการเป็น ๆ หาย ๆ เข้า ๆ ออกโรงพยาบาล แผลที่เป็นก็เริ่มหายบางส่วนแล้ว ตอนนี้ก็กินยาหม้ออยู่ แผลก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ น่าจะหาย " เธอเล่าด้วยความหวัง ว่าจะหาย เพราะเธอพูดถึงสรรพคุณ ของยาด้วยความหวังว่า จะเป็นยาวิเศษ แต่ผมดูหน้าตาของเธอแล้ว น่าจะไม่รอดครับ เพราะแกผอมเหลือเกิน

คนที่เป็นโรคเอดส์ ที่ผมเห็นสังเกตง่ายครับ ร่างกายจะซูบผอม ผิวหนังจะมีสีดำ เหมือนกับต้นไม้ยืนตายซาก ที่ไม่มีน้ำเลี้ยง คนที่เป็นเอดส์ก็เหมือนกันครับ

บ้านพักผู้ติดเชื้อเอดส์ ที่ถ้ำรับร่อ มาจากทั่วสารทิศ มาจากภูเก็ตก็มีครับ บอกว่ามาจากบ้านสามกอง ไม่ยอม ออกมาพบพวกเรา จะอายหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ผมก็อยากจะพบเหมือนกัน เพราะผมก็มาจากภูเก็ต เผื่อรู้จักกัน

เราอยู่ที่นี่สักพัก พวกเราก็เดินทางกลับ ด้วยใจที่หดหู่ และอยากจะบอกว่า หากรักครอบครัว ก็อย่านอกใจภรรยา เพราะภรรยา ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ครับ ต้องมาพลอยรับกรรม จากการกระทำของสามี แถมเมื่อลูกเกิดมา ก็ต้องติดเอดส์ เหมือนดั่งน้องไผ่ ที่ไร้เดียงสา น่าสงสาร ไม่รู้ชะตาชีวิต ว่าเธอจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร โชดดีนะน้องไผ่

 

999999999999999


 

ชีวิตนักข่าว...ตอนน้องไผ่ ก็ติดเอดส์
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
นักประชาสัมพันธ์ 8
25 พ.ย.50


ชีวิตนักข่าว ของผมมีเรื่องมาเล่าให้ฟังโดยเฉพาะเรื่องโรคเอดส์ ผมจำได้ว่าเมื่อปี 2540 ประมาณเดือนสิงหาคม ผมไปรับราชการเป็นผู้ช่วยประชาสัมพันธ์จังหวัดชุมพร ก็เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตราชการ ที่เป็นในช่วงสั้น ๆ แต่ก็มีเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง หลายเรื่อง เรื่องน้องไผ่ติดเอดส์ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่น่าเห็นใจ และเป็นอุทาหรณ์

ที่อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร มีสถานที่พักฟื้น ผู้ติดเชื้อเอดส์ ใช้ชื่อว่า ที่พักวัดถ้ำรับล่อ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองชุมพรประมาณ 40 กิโลเมตร วันนั้นผม และคณะสาธารณสุขชุมพร ได้เดินทางไปโดยรถทัวร์ มีเป้าหมายเพื่อไปดูงานและเยี่ยมผู้ป่วยด้วยโรคเอดส์ ที่วัดถ้ำรับล่อ

เราใช้เวลาเดินทางประมาณเกือบชั่วโมงก็เดินทางมาถึง วัดถ้ำรับร่อ ตั้งอยู่ในพื้นที่ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร วัดแห่งนี้ได้รับคำบอกเล่า ว่า เมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่น เมื่อยกพลขึ้นบกที่หาดทรายรี ในเขตอำเภอเมืองชุมพร ได้เคลื่อนพลมาตั้งค่าย ที่ถ้ำรับร่อ แห่งนี้ เพื่อเตรียมเคลื่อนทัพผ่านไปยังประเทศพม่า หลายคนอาจไม่ทราบว่า เมืองชุมพรคือเมืองชายแดน ความเป็นจริง อำเภอท่าแซะ คืออำเภอหน้าด่านของชุมพร ถ้าข้ามไปฝั่งตะวันตก ก็คือเมืองทวายและเมือง มะริด ประเทศพม่า ก่อนหน้าผมไปอยู่ มีการสู่รบกันระหว่างทหารไทยกับทหารพม่า ที่เนิน 491 พวกเราก็สูญเสียไปมาก พม่าก็ตายมากเช่นกัน ในที่สุดเหตุการณ์ก็ยุติ นี่ก็แปลว่า พม่าไม่ได้อยู่ไกลจากชุมพรเท่าไหร่นัก

ผมขอวกกลับมา ที่วัดถ้ำรับร่อ ที่อดีตเคยเป็นฐานทัพของ ทหารญี่ปุ่น บนถ้ำจะมีที่หลบภัย และใช้เป็นที่อยู่อาศัย นักโบราณคดี พบอาวุธ อาทิ มีดดาบซามูไร กระสุนปืน เครื่องใช้ไม้สอยประเภทถ้วยชาม ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมา พระสงฆ์ ได้มีการธุดงค์ และมาตั้งเป็นสำนักสงฆ์ ก่อนที่จะเป็นวัด และมีผู้ติดเชื้อเอดส์มาพักอาศัยอยู่ จนมีผู้ติดเชื้อเอดส์จำนวนมาก มาอาศัยวัดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เจ้าอาวาสจึงได้ไปสร้างที่พักผู้ติดเชื้อแยกออกไป จากวัด ห่างไปประมาณ 7 กิโลเมตร ในทำเลที่เงียบสงบ ตั้งอยู่บนเนินเขา เตี้ย ๆ มองลงมา เห็นสวนปาล์ม อยู่เรียงราย บรรยากาศน่ามาอยู่ แต่อย่ามาเลยครับ เพราะผู้ที่มาอยู่ ล้วนแต่เป็นโรคเอดส์กันทั้งนั้น

ผมพร้อมคณะ ประมาณ 15 คน ได้มาเยี่ยมพร้อมนำสิ่งของเครื่องใช้บางอย่างมามอบให้ ผู้ที่อยู่ที่นี่มีทั้ง ผู้หญิงผู้ชาย แต่ที่น่าสนใจคือ แม่ลูกคู่หนึ่ง เธออยู่ห้องริมสุด ก็มาอยู่ที่นี่ด้วย ลูกสาวของเธอกำลังน่ารัก เธอเรียกลูกเธอว่า น้องไผ่ อายุประมาณ 3-4 ขวบ น้องไผ่ไม่รู้หรอกว่า ทำไมเธอและแม่ต้องมาอยู่ที่นี่ ภายในห้องแคบ ๆ มีเพียง พัดลมเก่า ๆ ชนิดตั้งพื้น คอยพัดกายคลายร้อน แต่ใจเธอคงจะรุ่มร้อน ยิ่งนัก น้องไผ่ ก็ติดเอดส์เหมือนแม่ของเธอ ทั้งคู่ยังไม่แสดงอาการ ดูเธอทั้งสองยังปกติ ประเภทตุ่มน้ำเหลืองโต ยังไม่เห็น น้องไผ่ยังคงวิ่งเล่น ไม่มีความวิตกเหมือนผู้เป็นมารดา แม่น้องไผ่ เป็นคนผิวขาว หน้าตาเป็นคนจีน อายุราว 24-25 ปี น้องไผ่เอง หน้าตาเหมือนแม่ และยังได้ความขาวติดมา อีกทั้งดวงตายังตี่ ชั้นเดียว น่ารัก ตามประสาเด็กเชื้อจีน พวกเราสนใจและถามแม่น้องไผว่า

ทำไมน้องถึงมาอยู่ที่นี่ แม่น้องไผ่เล่าว่า "หนู เป็นคนชุมพร นี่แหละ อยู่ที่ บ้านวังไผ่ อำเภอเมืองชุมพร " พวกเราแทบไม่เชื่อสายตา เพราะเธอน่าจะเป็นคนมาจากที่อื่น

"เมื่อสามี หนูตาย เพราะเป็นโรคเอดส์ หนูก็ไปตรวจเชื้อ ปรากฏว่าหนูและลูกติดเชื้อเอดส์ด้วย ที่ร้านหนู เปิดเป็นร้านขายของ ประเภทร้านชำ เมื่อชาวบ้านรู้ ก็ไม่มีลูกค้าเข้าบ้านเลย เพราะกลัวติดเอดส์จากหนูและลูก ลูกหนูจะไปเล่นกับใครก็ไม่ได้ มีแต่คนรังเกียจ หนูจึงอยู่ไม่ได้ แม่หนูก็เลยให้มาอยู่ที่นี่ " ผมฟังจึงรู้สึกหดหู่ เพราะโรคเอดส์แท้ ๆ ที่ ทำให้ครอบครัวต้องแตกสลาย เพราะใครเป็นโรคนี้มีแต่คนรังเกียจ ผมถามต่อไปว่า ขอให้หายนะ

แม่น้องไผ่บอกว่า "อยากหายจากโรคนี้เหมือนกัน แต่ไม่รู้จะเป็นยังไง แม่และเตี่ย ก็ไม่ค่อยมาเยี่ยม คิดถึงบ้านมาก " เธอพูดไป ด้วยน้ำตาคลอเบ้า ที่มีแต่ความเจ็บปวด ลวดร้าว ในหัวใจ ที่ชีวิตนี้จะล้มตายลงเมื่อใด แต่ก็แฝงด้วยความหวังว่า คงจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้

หนึ่งในจำนวนที่เดินทางไปกับผม ได้อุ้มน้องไผ่ อย่างไม่รังเกียจ เพราะเธอผู้นั้นคือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพราะเธอรู้ดีว่า โรคเอดส์ไม่ได้ติดจากการสัมผัส แต่ติดจากการร่วมเพศ การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การสักลาย แต่ในใจผม ยังคิดอยู่ว่า ไม่น่าสัมผัส แต่นั่นก็เป็นแนวคิดที่แบบเดิม ๆ ที่ยังขลาดกลัวอยู่

ผู้ป่วยบางคน นั่งอยู่บนเตียง บางคนก็ออกมาเดินอยู่ริมระเบียง ผมได้พบกับหนุ่มน้อยคนหนึ่ง นั่งอยู่บนเตียง สภาพซูบผอม เริ่มมีแผลพุพอง ตามร่างกาย ผิวเริ่มคล้ำลง อย่างเห็นได้ชัด ผมยิงคำถามว่า เป็นยังไงครับถึงได้มาอยู่ที่นี่ หนุ่มน้อยวัยประมาณ 20 ปีเศษ

เล่าให้ฟังว่า " ผมเป็นคนเหนือครับ พ่อแม่รู้ข่าวว่าที่วัดนี้ มีการรักษา จึงให้มาอยู่ที่วัดนี้เผื่อว่าจะหาย " ผมดูหน้าตา ของเด็กหนุ่ม มีแววตาของความหวังว่าจะหายจากโรคนี้ แต่พวกเราก็ไม่อยากจะซักไซ้ไร่เลียง อะไรมากนัก เพราะอยากจะให้พักผ่อน มีอีกรายหนึ่ง เป็นหญิงสาววัยกลางคนอายุอานามประมาณ 35 ขึ้นไป รูปร่างผอม แห้ง หน้าตาเริ่มซูบ มีตุ่มดำ ๆ ขึ้นเต็มตัว บางตุ่มเริ่มแห้งตกสะเก็ด บางตุ่ม มีน้ำใส ๆ ใบหน้าของเธอตอบแห้ง แต่เธอก็พูดเก่ง พวกเราไม่ต้องถาม เธอเล่าให้ฟังหมด เธอบอกว่า "ฉัน เป็นเมียเจ้าของร้ายขายแก๊สในตลาดเมืองชุมพร นี่ แหล่ะ อาการเป็น ๆ หาย ๆ เข้า ๆ ออกโรงพยาบาล แผลที่เป็นก็เริ่มหายบางส่วนแล้ว ตอนนี้ก็กินยาหม้ออยู่ แผลก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ น่าจะหาย " เธอเล่าด้วยความหวัง ว่าจะหาย เพราะเธอพูดถึงสรรพคุณ ของยาด้วยความหวังว่า จะเป็นยาวิเศษ แต่ผมดูหน้าตาของเธอแล้ว น่าจะไม่รอดครับ เพราะแกผอมเหลือเกิน

คนที่เป็นโรคเอดส์ ที่ผมเห็นสังเกตง่ายครับ ร่างกายจะซูบผอม ผิวหนังจะมีสีดำ เหมือนกับต้นไม้ยืนตายซาก ที่ไม่มีน้ำเลี้ยง คนที่เป็นเอดส์ก็เหมือนกันครับ

บ้านพักผู้ติดเชื้อเอดส์ ที่ถ้ำรับร่อ มาจากทั่วสารทิศ มาจากภูเก็ตก็มีครับ บอกว่ามาจากบ้านสามกอง ไม่ยอม ออกมาพบพวกเรา จะอายหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ผมก็อยากจะพบเหมือนกัน เพราะผมก็มาจากภูเก็ต เผื่อรู้จักกัน

เราอยู่ที่นี่สักพัก พวกเราก็เดินทางกลับ ด้วยใจที่หดหู่ และอยากจะบอกว่า หากรักครอบครัว ก็อย่านอกใจภรรยา เพราะภรรยา ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ครับ ต้องมาพลอยรับกรรม จากการกระทำของสามี แถมเมื่อลูกเกิดมา ก็ต้องติดเอดส์ เหมือนดั่งน้องไผ่ ที่ไร้เดียงสา น่าสงสาร ไม่รู้ชะตาชีวิต ว่าเธอจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร โชดดีนะน้องไผ่

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *


คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com