www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 401 คน
 สถิติเมื่อวาน 802 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
14329 คน
62933 คน
1044033 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

 

พังงา...ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
3 มกราคม 2548

บ้านน้ำเค็ม เป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่ถูกคลื่นยักษ์ซูนามิ สูงเกือบ 5 เมตร ถาโถมพัดถล่ม กวาดหมู่บ้านที่มีอยู่ประมาณ 1,800 หลังคาเรือน พังราบเป็นหน้ากอง ความรุนแรงของคลื่นพัดพาเรือประมงขนาดใหญ่ ซัดขึ้นฝั่งทับอาคารบ้านเรือน ส่งผลให้ชาวบ้านน้ำเค็มสูญเสียชีวิตราว 1,500 คน และยังหายสาบสูญอีกนับพันคน

บ้านน้ำเค็ม มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ ที่พวกเราคาดไม่ถึงว่า ดินแดนแห่งนี้หากเปรียบไปแล้ว ก็เหมือนเรื่องราวของภาพยนตร์ฮอลลี่วู้ด เรื่องหนึ่ง ที่ชื่อว่า ขุมทองแมคเคนน่า ที่ผู้คนทั่วทุกสารทิศต่างหลังไหลเข้าไปแสวงโชค แต่แทนที่จะเป็นทองคำ ก็เป็นแร่ดีบุก ที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์

ในอดีต พื้นแผ่นดินของอำเภอตะกั่วป่า เกือบทุกตารางนิ้ว มีแร่ดีบุกอยู่อย่างมหาศาล และมีการทำเหมืองแร่ดีบุกอย่างจริงจังในรัชกาลที่ 5 ส่งผลให้คนงานเหมืองขาดแคลนจึงมีการจ้างแรงงานจากต่างถิ่น เข้ามาทำเหมือง โดยคนงานส่วนใหญ่จะมาจากมณฑลฮกเกี้ยน ประเทศจีน ซึ่งมาจากเมืองเอ้หมึง และชาวอำเภอตะกั่วป่าหลายคนยังคงใช้นามสกุลนี้อยู่ การเข้ามาทำงานเหมืองของคนงานจีน จะผ่านบริษัทนายหน้าคนจีน ชักชวนกันเข้ามาทำงานเหมือง อยู่ในตะกั่วป่าเป็นจำนวนมาก การที่มีคนงานจีนมาเป็นคนงานเหมืองในตะกั่วป่า มีสาเหตุมาจากเมืองจีนในสมัยนั้นอดอยาก เกิดภัยพิบัติ และเกิดสงคราม เพราะช่วงนั้นจะอยู่ในยุคของพระนางซูสีไทเฮา  ผู้คนจึงอพยพละทิ้งถิ่นฐานไปหางานทำและมาตุภูมิที่ดีกว่า และราวปี พ.ศ. 2449 คนงานจีนได้ก่อการกบฏเป็นอั้งยี่ รบพุ่งแย่งอำนาจกัน ในที่สุดก็ถูกทางการปราบ และเมื่อคนงานจีน มีความชำนาญในการทำเหมือง กอร์ปกับ เป็นคนที่มีหัวการค้า จึงมีการขยับขยายจากคนงานเหมืองแร่ เป็นนายจ้าง หรือเรียกอีกอย่างว่า นายหัว ซึ่งมีตระกูลดังหลายตระกูลที่ร่ำรวยจากเหมืองแร่ คือ ตระกูลบุญสูง ตระกูลตันเถียร และตระกูลเอียบขอ

การทำเหมืองแร่ดีบุก ในอำเภอตะกั่วป่า รุ่งเรืองมาก ขึ้นเรื่อย ๆ มีการขุดหาแร่ดีบุกในพื้นที่ อำเภอตะกั่วป่า อำเภอกะปง อำเภอคุระบุรี และอำเภอเมืองพังงา จนแร่ดีบุกเริ่มร่อยหรอ ในที่สุดนายเหมืองก็เริ่มหันมาสำรวจแร่ดีบุก ในทะเล ซึ่งพบว่ามีความอุดมสมบูรณ์ รัฐบาลในสมัยนั้นจึงตั้ง องค์การเหมืองแร่ในทะเล (อมท.) ขึ้นมาดูแล การเข้าทำสัมปทานเหมืองแร่ในทะเล ( ปัจจุบันองค์การเหมืองแร่ในทะเล ยุบเลิกไปแล้วเนื่องจากไม่มีแร่ดีบุก ที่จะให้สัมปทาน) แร่ดีบุกที่มีมากที่สุด คือแหล่งแร่ในทะเลอันดามัน บริเวณหน้าบ้านน้ำเค็ม บ้านบางสัก บ้านคึกคัก บ้านบางหลาโอน บ้านบางเนียง บ้านเขาหลัก บ้านทับละมุ แต่ดูเหมือนว่า บ้านน้ำเค็ม ทั้งบนฝั่งและในทะเล จะมีแร่ดีบุกอุดมสมบูรณ์มากที่สุด

ปี พ.ศ.2518 หรือเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ราคาแร่ดีบุกในขณะนั้นตกกิโลกรัมละ 100 บาท นับว่าแพงมาก เพราะแร่ดีบุกแค่กำมือ ก็หนักเกือบกิโลแล้ว มันจึงเป็นที่ล่อตาล่อใจ ให้ผู้คนจากทั่วทุกสารทิศ หลั่งไหลมาแสวงโชคขุดหาแร่ดีบุก ผู้คนที่บ้านน้ำเค็ม ส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย ในจังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร เลย กาฬสินธุ์ หนองคาย อุบลราชธานี อุดรธานี และกรุงเทพซึ่งปรากฏเป็นหลักฐานว่า ป้ายชื่อตามตรอกซอกซอยต่าง ๆ ของชุมชน จึงเป็นชื่อจังหวัดตามแหล่งที่อยู่เดิม

นอกจากจะมีชาวไทยที่เข้าไปแสวงโชคที่บ้านน้ำเค็มแล้ว ยังมีชาวฝรั่งเศส ที่ชื่อ นายชองหลุยส์ และเป็นเพื่อนกับผู้เขียน เคยเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งเมื่อปี พ.ศ.2518 เขาและเพื่อน ๆ ชาวฝรั่งเศส 2 คน ได้เดินทางเข้าไปที่หมู่บ้านน้ำเค็ม เพื่อแสวงโชคเหมือนกับคนไทยทั่วไป เพราะได้ข่าวว่า ภายในแร่ดีบุกจะมีเพชร ปะปนอยู่ หากใครโชคดีก็จะได้เพชรติดไม้ติดมือมาด้วย และนั่นก็หมายถึงความร่ำรวยที่จะตามมา แต่เขาก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบาก อีกทั้งมีมิจฉาชีพ และโจรออกอาละวาด ปล้นฆ่า อยู่เสมอ เพราะผู้คนที่มาอยู่ที่นี่ มาจากหลายพ่อพันธุ์แม่ และจะต้องปกป้องคุ้มครองตนเอง หากทำไม่ได้ก็จะมีผู้อิทธิพล มาคุ้มครองให้ โดยที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ในที่สุดชองหลุยส์ ก็ต้องเสียเพื่อนไป เพราะขณะที่เพื่อนนำเครื่องดูดแร่ ลงดำดูดแร่ในทะเลหน้าบริเวณบ้านน้ำเค็ม เกิดช็อก จนเสียชีวิต เขาจึงย้ายไปอยู่ที่ภูเก็ต

การทำแร่ดีบุกในสมัยนั้น จึงมีความรุ่งเรืองมาก โดยเฉพาะในทะเล เมื่อมองออกไปในทะเล แทนที่จะมีเรือประมง ภาพข้างหน้าก็จะมีแต่เรือแพ ที่ใช้ในการดูดแร่นับร้อยลำ ซึ่งมีทั้งเรือขนาดใหญ่ที่มีนายหัวเป็นเจ้าของ และมีเรือขนาดเล็กที่ต่อขึ้นง่าย ๆ ลอยลำในทะเล ส่วนการทำเหมืองแร่ดีบุก บนบกก็มีการขุดพื้นดินที่มีความลึก 5 - 10 เมตร อยู่เต็มพื้นที่ไปหมด ความเป็นอยู่ของคนงานจึงปลูกสร้างอาคารที่พักอาศัยแบบง่าย ๆ โดยใช้วัสดุ ที่หาได้ ในบริเวณนั้น ในที่สุดเมื่อแร่ดีบุกราคาตกต่ำ และแร่ดีบุกในทะเลลดน้อยลง ผู้ประกอบการเริ่มขาดทุนเนื่องจากต้นทุนการทำเหมืองสูงขึ้นในที่สุด การทำเหมืองแร่ดีบุกในทะเลของอำเภอตะกั่วป่า ก็ยุติอย่างสิ้นเชิง เมื่อปี พ.ศ.2545 นี่เอง โดยนายไชยา  เอียบขอ นายหัวชาวตะกั่วป่าเป็นรายสุดท้ายที่ทำเหมืองแร่ในทะเล และก็ประสบกับภาวะขาดทุนมาโดยตลอด จนในที่สุดไม่สามารถทำธุรกิจต่อไปได้  ส่วนคนงานในเหมืองแร่ที่อาศัยอยู่ในบ้านน้ำเค็ม ส่วนใหญ่จึงหันไปทำประมง และบางคนก็ไปเป็นคนงานตาม รีสอร์ท ที่นายหัวเหมืองแร่เปลี่ยนอาชีพไปทำธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเปิดขึ้นตามแนวชายหาดที่เคยเป็นพื้นที่ทำเหมืองแร่มาก่อน ส่วนขุมเหมือง ก็มีการปรับให้เป็นแหล่งน้ำจืด และแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ

จากการที่ชาวบ้านน้ำเค็ม ตั้งอาคารบ้านเรือนอยู่ริมทะเล และเป็นชุมชนชาวเหมือง และชาวประมง ที่มีการก่อสร้างบ้านเรือนด้วยไม้อย่างง่าย ๆ และอยู่อาศัยอย่างแออัด เมื่อถูกคลื่นสึนามิซัด เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 จึงทำให้พังราบพนาสูญ ผู้คนสูญหายนับพันคน และเสียชีวิตกว่า 1,500 คน นั่นก็หมายความว่า คนเกือบทั้งหมู่บ้านได้เสียชีวิตเกือบหมด

 

                   

1


คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com