www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 99 คน
 สถิติเมื่อวาน 130 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
3735 คน
103574 คน
1084674 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

      
การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
18 เมษายน 2553
 
ผมเป็นคนหนึ่งที่ทำงาน ด้านความมั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และได้อ่านบทความของ พล.อ.หาญ ลีนานนท์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชน รายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2553 และผมมีความเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อแนวทางในการแก้ไขปัญหา ผมจึงขออนุญาต  พล.อ.หาญ ลีลานนท์ เผยแพร่ในเว็บไซต์นี้ เพื่อจะได้เผยแพร่แนวคิดของท่านให้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น ดังนี้ และขอขอบคุณอีกครั้ง ครับ
 
         
บทเรียนจากการรบ ตอน คิดใหม่ ทำใหม่ ด้านการทหาร เพื่อดับไฟใต้
โดย พล.อ.หาญ ลีนานนท์
ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน รายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 16 เมษายน 2553
 
          ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ร้ายวันปล้นปืน กองพันทหารพัฒนา 4 บ้านปิเหล็ง ต.มะรือโบออก อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อ 4 มกราคม 2547 ถึงบัดนี้ 7 ปี เศษ รัฐบาล นักการเมืองข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ แก้ปัญหาชาติที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังไม่สามารถทำให้สงครามการก่อการร้ายที่ 3 จชต.ยุติลงได้
 
          การสูญเสีย การตายรายวันของชาวบ้านและเจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจ ทหาร อย่างต่อเนื่อง มียอดตายประมาณ 3,800 ราย บาดเจ็บ ประมาณ 4,500 ราย ตามตัวเลขที่รวบรวมได้จากสื่อต่าง ๆ   เมื่อดูตัวเลขการสูญเสียแล้วน่าวิตกอย่างยิ่งเพราะเป็นการสูญเสียที่มากกว่าในสงครามใด ๆในอดีตที่เกิดขึ้นในประเทศไทย
 
          สงครามที่ 3 จชต.นั้น ไม่ต้องการเวลาดังที่นายทหารใหญ่หรือนักการเมืองผู้รับผิดชอบความมั่นคงของชาติชอบพูดกัน เพราะไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร การใช้เวลาก็คือการเร่งให้เสียบ้านเสียเมือง หรือทำให้เกิดรัฐเอกราชปัตตานี ปกครองตนเองโดยคนมุสลิมที่ชายแดนใต้เร็วขึ้น
 
          บทเรียนจากการรบตอนนี้ คือ คำเฉลยการแก้ปัญหาที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าบรรดานักการเมือง นักการทหารใหญ่ ไม่มีความเป็นอัตตา ไม่มีทิฐิจนเกินไป ทำใจให้นิ่งเป็นกลางอ่านแล้วคิดก็จะมองเห็นทางแก้ 3 จชต. กลับลงสู่ความร่มเย็นได้แน่นอน  ผู้เขียนของเสนอแนวความคิดในการแก้ไขปัญหาที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังต่อไปนี้
 
          1.)ด้านกองทัพ ต้องยกเลิกความคิดการบัญชาการรบ หรือการแก้ปัญหาที่ 3 จชต.โดยกองทัพ ขณะนี้กองทัพบกส่งกำลังทหารจาก ทภ.1,2,3 ไปสนับสนุน ทภ.4 ละ 4 พัน ร.แล้วส่งรองมทภ.ไปคุมกำลังเหล่านั้น กำลังที่ส่งไปจาก ทบ.เข้ารับผิดชอบพื้นที่ จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ตามลำดับ ส่วนกำลังของ ทภ.4 เองนั้น จัดกำลังเข้าเสริมในพื้นที่ จ.ปัตตานี   จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ตัวแม่ทัพภาคที่ 4 เองรับผิดชอบเพียง 4 อำเภอ ของ จ.สงขลา และจัดทหารไปเพียง 1 ร้อย.ร. นอกนั้นเป็นกำลัง ตชด.
 
          ความจริงพื้นที่ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา นี้คือ อ.เทพา นาทวี จะนะ และสะบ้าย้อย มอบให้ ตชด.รับผิดชอบไปเลย ก็น่าจะทำได้ และเป็นผลดีในแง่สร้างคนให้มีความรับผิดชอบสูงขึ้น
 
          2.)การจัดกำลังรบในข้อ 1 ผู้ใหญ่ใน ทบ.พูดว่า เป็นการแข่งขันทำการรบเอาชนะศึกสงครามที่ภาคใต้ ระหว่าง ทภ.1,2,3 นับว่าเป็นการทำสงครามที่แปลกประหลาดที่สุด เพราะมีข้อเสียดังนี้
         
2.1 ขาดเอกภาพในการบังคับบัญชา และความคิดในการเอาชนะศึก ไม่เป็นหนึ่งเดียวแบบนี้มีแต่แพ้
          2.2เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ที่ ทบ.จะบัญชาการรบไปจาก ทบ.เพราะการความรับรู้อย่างใกล้ชิดในภูมิประเทศและเหตุการณ์ ถึงแม้น ทบ.จะรู้สถานการณ์จากการรายงานแต่ก็รู้อย่างพร่ามัว ถ้าทบ.จะบัญชาการรบเอง แล้วจะมีแม่ทัพไว้ทำไม ทบ.จะต้องหยุดสอดแทรกการบังคับบัญชาและการทำงานของ มภท.4 โดยเด็ดขาด ถ้า มภท.4 ทำไม่ได้ก็เปลี่ยน มภท.4 เสีย
         
2.3กำลังทหารจาก ทภ.1,2 และ 3 ที่ไปสนับสนุน ทภ.4 นั้น ผลัดเปลี่ยนทุกปีขาดหลักการของการเกาะติดพื้นที่ เกาะติดมวลชน เกาะติดศัตรูจึงมองไม่เห็นข้าศึกศัตรูเมื่อลงไปในพื้นที่เสมือนคนตาบอด ทหารอาร์เคเค ของโจร ฯ เป็นคนพื้นที่ และไม่เคยเปลี่ยน
         
นอกจากนี้ กำลังทหารเหล่านี้เมื่ออยู่ในสนามครบ 60 วัน ได้ลาพัก 15 วัน เพราะฉะนั้น ใน 2 เดือน กำลังพลเหล่านี้ทำงานเพียง 45 วัน วัน ๆ รอเวลาหยุดไปพักผ่อน งานสนามจึงไม่ปรากฏเด่นชัด โจร ฯ จึงครองถนนทุกสาย เคลื่อนย้ายติดอาวุธโดยเสรี ทำให้ฝ่ายปราบ รวมทั้งประชาชนตายรายวัน
         
          3.)การวางกำลังต้องจำแนกพื้นที่ ในสถานการณ์ปัจจุบัน พื้นที่ใดที่เป็นพื้นที่สีแดงนั้นจะมีทหารอาร์เคเค ควบคุม และมีแนวร่วมจัดตั้งเป็นเครือข่ายในการจัดระบบการควบคุม อาร์เคเค จะมี 8-12 คน ต่อ 1 หมู่บ้านแดง มีหน่วยคอมมานโดควบคุมระดับตำบล คอมมานโด1 คน ควบคุมอาร์เคเค 3-4 คน
 
          เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวใด ๆ ของกำลังทหารฝ่ายเราจะล่วงรู้ไปถึงโจร ฯ ทันที โจรไม่ต้องไปหาข่าวที่ไหน ฮัมวี่ออกจากฐานไม่เกิน 200 เมตร ก็ถูกระเบิดทันที
 
          ฝ่ายเราคิดไม่ทันโจร ฯ กลับสั่งลงไปอีกว่าให้วางกำลังใกล้ประชาชนให้มากที่สุด จึงเป็นเหตุให้ฝ่ายเราเปลืองกำลังมากขึ้น แต่ก็ไม่เห็นโจรฯ กลับถูกทำลายเสียชีวิตและทรัพย์สิน เกิดความท้อแท้ขวัญเสีย ถนนทุกสายจึงปลอดโจรฯโจรฯเคลื่อนย้ายได้โดยเสรี 
 
          เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ผบ.พัน ร.จึงไม่มีโอกาสที่จะปิดล้อมหมู่บ้าน เพราะ ผบ.พันมีกำลังในมือเพียง 1 กองร้อย (กองร้อยหนุน) การปิดล้อมหมู่บ้านนั้น ผบ.พันร.ต้องใช้กำลังถึง 4 ร้อยร.เพิ่มเติมกำลังและต้องทำให้ได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ถ้าทำอย่างนี้โจรฯ หมดอาวุธและวัตถุระเบิดในมือ กำลัง พตท.ชาวบ้านไม่ต้องเสียชีวิตและบาดเจ็บพิการ สงครามจบไปนานแล้ว คิดใหม่ ทำใหม่ เท่านั้น จึงจะดับไปใต้ได้สำเร็จ
 
          4.)ระดับกองทัพภาคที่ 4
          4.1 แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการผสม พลเรือน ตำรวจ ทหาร (ผบ.พ.ตท.) ต้องเป็นคนคนเดียวกัน ไม่มีความจำเป็นใด ๆ เลยที่ต้องตั้ง ผบ.พตท. ยศ พล.ท.ขึ้นมาอีกตำแหน่งหนึ่งในทภ.4 มีนายทหารยศ พล.ท.เพียงคนเดียวเท่านั้น ทำให้ ทภ.4 ต้องไปยืมตัวนายทหารยศ พล.ท.จากทบ.มาเป็น ผบ.พตท.ทำให้เกิดทำนบงานเพิ่มขึ้นมาทำให้งานล่าช้า
 
          มทภ.4 ตัวจริง จึงไม่มีงานทำที่ถนัด ต้องไปทำปุ๋ยชีวภาพ แก้ปัญหาโจรใต้แทน ส่วนผบ.พตท.ที่ตั้งมานั้นไม่รู้งานจริง ทำได้เพียงเอาเงินไปเยียวยาตอบแทนญาติผู้ตายและส่งศพกลับไม่เห็นมีผลงานในการดับไฟใต้
 
          4.2 บรรดารอง มภท.จากทภ.ต่าง ๆ ที่มาคุมกำลังของตน ก็ตั้งหน่วยเฉพาะกิจ(ฉก) ของตนขึ้นเช่น ฉก.ปัตตานี ,ฉก.ยะลา , ฉก.นราธิวาส , แต่ละฉก.มี 4 พัน.ร. ก็ตั้ง ฉก.ขึ้นอีกเช่นกันเช่น ฉก.11 ,ฉก.12 , ฉก.13, ฉก.14, เรียกว่า ฉก.หมายเลข 2 ตัว แต่ละฉก.ก็มี ผบ.,รอง 3 คน เสธ.,รอง เสธ. 3 คน มีฝ่ายอำนวยการอีก 3-4  คน เป็นการจัดหน่วยเข้าทำการรบที่อุ้ยอ้าย(หัวโต) และมีทำนบงานเกิดขึ้นในสายงานต่าง ๆ ทำให้งานส่วนรวมล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพ
 
          ตามประสบการณ์ของผู้เขียนในสงครามเย็นเราจะใช้ สธ. หรือ ฝอ.1-4 , ฝอ.2-3 เป็นคนคนเดียวกัน ไม่ว่าที่สกลนคร หรือบ้านดอนนกสุราษฎร์ธานี การจัดแบบนี้ทำให้ กองบัญชาการรบในสนามของกองทัพ เล็กกะทัดรัด ข่าวสารการรบถึงตัวแม่ทัพเร็ว ฝ่ายอำนวยการคนเดียวทำสองหน้าที่มีความคล่องตัวมาก 
 
          ที่ต้องเพิ่มการจัดการขึ้นมาในสงครามปัจจุบัน คือ สธ.5 หรือฝ่ายกิจการพลเรือน ตอนผู้เขียนอยู่ในสงครามเย็น ที่ ทภ.2 นั้น สธ.3 ทำ สธ.5 ด้วย เพราะมีความคิดว่า งานมันต้องไปด้วยกัน และ สธ.5เพิ่งจะตั้งตัว
 
          4.3 ยุทธศาสตร์ และยุทธวิธี ของฝ่ายเรา ทั้งด้านการเมือง  และด้านการทหารถึงเวลาที่จะต้องกำหนดขึ้นไว้ให้ชัดเจนจาก การศึกษา และเกาะติดสถานการณ์มาโดยตลอด สามารถกำหนดได้ดังนี้
 
                   4.3.1 ยุทธศาสตร์การเมือง ต้องทำการรุกทางการเมืองต่อปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้พลเมืองมุสลิม 3 จชต. ไม่ได้รับความเป็นธรรมในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม สร้างความเป็นธรรมและขจัดยุติธรรมทั้งปวงทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ตัวอย่างที่เห็นต้องรุกทางการเมือง(หรือรัฐบาลต้องแก้ปัญหา) ซึ่งผู้เขียนได้เขียนผ่านสายตาผู้ติดตามอ่านมาที่สำคัญมีอยู่ 6เรื่อง เช่น เรื่องหะยีสุหรง ถูกอุ้มหายไปหลายสิบปีแล้ว เรื่องการตายหมู่ที่กรือเซะ ตากใบ และล่าสุดฆ่าหมู่ในบ้านพระเจ้า ในมัสยิดอัลฟูรกอน บ้านไอปาแย ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส
         
          ถ้าแม้นว่ารัฐบาลได้หยิบเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาทำจะเป็นการรุกทางการเมือง เป็นการแก้ปัญหาที่โดนใจ พลเมืองมุสลิมที่ 3 จชต. ทำให้พวกเขาได้คิดว่า เขามิใช่พลเมืองประเภทสองอีกต่อไปแล้วสถานการณ์จะพลิกกลับ ความรุนแรงจะลดลงทันที และเห็นได้ชัด
 
                   4.3.2 ยุทธวิธีทางการเมือง ทำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ เทศบาล องศ์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) ซึ่งเป็นองค์กรปกครองประชาธิปไตย ระดับรากหญ้าของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน ตามปรัชญาประชาธิปไตย ให้หลุดพ้นจากอิทธิพลโจรฯ หรือไม่มีตัวแทนของโจรฯ ไปนั่งอยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกระดับของจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกจังหวัด เพราะคนเหล่านี้เป็นหัวคะแนนของ ส.ส. หรือ ส.ว. เมื่อมีการเลือกตั้งใหญ่ทั่วไป
 
          จึงเป็นที่แน่นอนว่าบรรดา ส.ส. หรือ ส.ว. ที่เข้าไปนั่งอยู่ในสภาอันทรงเกียรติ จาก 3 จชต.นั้นยังถูกรังสีโจร ฯ อาบไว้บ้างแล้วไม่มากก็น้อย จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไฟใต้ไม่มีวันดับ
 
          วาทกรรม การเอาชนะกันที่หมู่บ้าน ที่ได้ยินนายทหารผู้ใหญ่ชอบพูดกันบ่อย ๆ นั้นต้องปฏิบัติยุทธวิธีทางการเมืองในข้อ 4.3.2 จึงจะเป็นเครื่องมือให้เอาชนะโจร ฯ ที่หมู่บ้านได้สำเร็จทหารต้องรู้จักและใช้เป็น
 
          4.4 แนวความคิดในการแก้ปัญหา 3 จชต.
                   4.4.1การใช้กำลังและยุทธวิธีในพื้นที่แดงและพื้นที่เหลืองเขียวนั้น ต้องจำแนกจะเหมือนกันมิได้ พื้นที่แดงใช้กำลังทหารเป็นหลักเสริมด้วยกำลังกึ่งทหาร(ตชด.,อสทพ., อส., ตำรวจท้องถิ่น ) ตามความจำเป็น พื้นที่เหลืองเขียว ใช้กำลังกึ่งทหารเป็นหลักทหารเป็นแกนเมื่อจำเป็น
 
                   4.4.2กำจัดเสรี การครองถนนของโจรฯ ทุกเส้นทางให้สำเร็จทุก จชต.
 
                   4.4.3 ขุดค้นอาวุธ กระสุน วัตถุระเบิด ส่วนประกอบการผลิตวัตถุระเบิดแสวงเครื่อง (คีมยักษ์ , ปุ๋ยยูเรีย, เชื้อปะทุ , เหล็กเส้น , ฯลฯ) ที่ฝังไว้ในดินรอบหมู่บ้าน 100-200 เมตร ให้หมดสิ้น
 
                   4.4.4 ทำพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ให้ปลอดภัย ปลอดจากการแทรกซึมเข้าออกของขบวนการก่อการร้ายโดยสิ้นเชิง
 
          4.5)การปฏิบัติการทางทหาร
          ความมุ่งหมาย เพื่อปลดอาวุธในมือโจร หรือที่อยู่ในความครอบครองของโจร จนหมดสิ้นซึ่งมีเรื่องสำคัญต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
 
                   4.5.1การลาดตระเวนเส้นทางด้วยการเดินเท้า ต้องใช้กำลัง 1 หมู่เพิ่มเติมกำลังถึง 2 หมู่ แบ่งกำลังส่วนหนึ่งเคลื่อนย้ายบนถนน ส่วนที่เหลือเคลื่อนย้ายนอกเส้นทาง ขนานกันไป 50-100 เมตร เพื่อค้นหาและทำลายโจรฯ ที่ซุ่มกดระเบิดอยู่ในภูมิประเทศ
 
                   ชุดคุ้มครองครู จัดลักษณะเดียวกันนี้ แต่เปลี่ยนเป็นยานพาหนะกระบะในส่วนที่เคลื่อนย้ายบนถนน ส่วน ลว.เดินเท้านั้นต้องปล่อยลงพื้นที่ก่อนล่วงหน้าและต้องไปถึงที่หมายก่อนครูไปถึง
 
                   4.5.2จัดตั้งจุดตรวจลอย กำลัง 1 หมู่ เพิ่มเติมกำลัง เคลื่อนย้ายทุก 30 นาที เพราะหลังจากนั้นแล้วจะไม่มีรถหรือยานพาหนะของโจร มาให้ตรวจ โจรมีส่วนล่วงหน้า 1-2 คัน เมื่อเคลื่อนย้ายออกปฏิบัติการ เมื่อพบจุดตรวจจะสั่งเปลี่ยนทิศทางกำลังติดอาวุธที่ตามมา จุดตรวจเราจึงไม่เคยพบโจรฯ
 
                   4.5.3จัดชุดล่าสังหารโจรฯ ติดอาวุธที่เคลื่อนที่มาบนถนนทุกสายตามที่กำหนดทุกวัน กำลังส่วนนี้จัดกำลัง 2 หมู่ ยานพาหนะกระบะ 2 คัน เคลื่อนที่สลับกัน ขณะที่ชุดหนึ่งหยุดตรวจค้นชุดที่สองเดินทางต่อไป ทิ้งระยะพอช่วยเหลือกันได้ปฏิบัติการบ่อย ๆ จะมีความคล่องตัวมากขึ้น
 
                   4.5.4 ทำการปิดล้อมหมู่บ้านแดง ด้วยยุทธวิธีทหาร หน่วยระดับกองพันต้องทำการปิดล้อมหมู่บ้าน(แดง) สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อตรวจค้นจับยึด อาวุธ ยุทโธปกรณ์ เครื่องกระสุน เครื่องประกอบระเบิดแสวงเครื่อง คาร์บอมบ์ ฯลฯ ปืนที่ปล้นไปจากค่ายปิเหล็ง เมื่อ 4 มกราคม 2547 จำนวน 412 กระบอกนั้น ฝ่ายเราจับยึดมาได้ไม่ถึง 50 กระบอก นอกนั้นอยู่ในมือโจรฯ หมู่บ้านเล็กประชากรไม่เกิน 500 คน ต้องใช้กำลัง 1ร้อย ร.เพิ่มเติมกำลัง ถ้าหมู่บ้านใหญ่ ประชากรเกิน 2,000 คน ต้องใช้กำลัง 1 พัน ร.เพิ่มเติมกำลังเพราฉะนั้นต้องจัดปรับการวางกำลังใหม่ เพื่อให้ ผบ.พัน มีกำลังอยู่ในมือ 4 ร้อย . ร.
 
          ข้อสังเกต ถ้ามีการปฏิบัติการทางทหาร ตาม ข้อ 4.5 ทุกข้อ โจรฯหมดอาวุธกระสุนไปนานแล้ว แต่ตราบใดที่ยังมีการจัดวางกำลัง เช่น ปัจจุบันกำลังที่มากกว่าของฝ่ายเราจะเป็นกำลังน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับโจรอาร์เคเค ด้วยยุทธวิธีรวมตัวเร็ว ตีเร็ว หนีเร็ว ณ เวลานั้น โจรฯมีกำลังเหนือฝ่ายเรา 3-5 เท่า กำลัง พ.ต.ท.จึงถูกบดขยี้ทุกครั้ง ผบ.พัน.ร.จะไม่มีกำลังไปปิดล้อมหมู่บ้าน ตราบใดที่จัดกำลังรบแบบนี้ จะต้องเป็นฝ่ายแพ้โจรฯทุกครั้ง เพราะโจรฯเป็นฝ่ายกุมสภาพการรบ คือ สาเหตุสำคัญที่ไฟใต้ไม่มีวันดับ
 
                   4.5.5 ใช้กำลังทหารประมาณ 6-8 พัน.ร.(จัดจากทบ.) หรือ 8 กรมทหารพราน ทภ.4วางกำลังตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ซึ่งเป็นป่าเขายาวประมาณ 1,000 ก.ม. เพื่อป้องกันการแทรกซึมทั้งเข้าและออกของโจรฯ รวมทั้งการส่งกำลังบำรุง การส่งคนไปฝึกเพิ่มเติม ซึ่งมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
 
          ข้อสังเกต (1) หากใช้ทหารพราน ควรติดอาวุธให้เพิ่มเติมเช่น ปืนกลเอ็ม 60 , เอ็ม 79 ฯลฯ เพื่อเพิ่มอำนาจการยิงของหน่วย (2) การวางกำลังของหน่วยตามข้อง 4.5.5 นั้น ควรมีที่ตั้งของหน่วยกึ่งถาวร ระดับ พัน.ร.หรือ กรม.ทพ.ไว้ที่ชายแดนเพื่ออำนวยความสะดวกในการผลัดเปลี่ยนและการส่งกำลังบำรุง
 
          สุดท้ายบทความนี้ ผู้เขียนขอย้ำว่าในพื้นที่แดงนั้น ต้องการปฏิบัติการทางทหารในข้อ 4.5 เป็นหลัก เพื่อสนับสนุนการรุกทางการเมืองให้ก้าวเดินไปบรรลุเป้าหมาย เริ่มรุกเมื่อใด ต้องรุกอย่างต่อเนื่อง ด้วยการใช้สื่อทุกประเภท หาก กอ.รมน.ภาค4 สน.หยิบเอาเรื่องการฆ่าหมู่ในบ้านของพระเจ้าในมัสยิดอัลฟูรกอน บ้านไอปาแย ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส มาดำเนินการด่วน รับรองได้ว่าสถานการณ์จะพลิกกลับหยุดการตายรายวันลงทันที พื้นที่แดงจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นชมพูและหายไปกลายเป็นพื้นที่เหลือง-เขียวในที่สุด นี่คือข้อสรุป คิดใหม่ ทำใหม่ ด้านการทหาร เพื่อดับไฟใต้
 
 
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙
 
         
 

คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com