www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 400 คน
 สถิติเมื่อวาน 802 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
14328 คน
62932 คน
1044032 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

 

ชีวิตนักข่าว ... ร.4ประกาศพระราชทานโอวาทแก่ผู้ซื้อข้าวขายข้าว
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
7 พ.ค.2553
ที่มา : หนังสือประชุมประกาศ รัชกาลที่ 4 พ.ศ.2405-2411
 
ในสภาพภูมิประเทศ ของไทย เป็นเมืองเกษตรกรรมมาแต่โบราณ เพราะมีมรสุมพัดผ่านและเหมาะที่จะทำการเพาะปลูก โดยเฉพาะข้าว   ที่แผ่นดินผืนนี้มีการปลูกข้าวบริโภคมาแต่โบราณกาล   และได้ให้ความสำคัญกับข้าว จนกระทั่งมีวันพืชมงคล ที่ให้ความสำคัญกับข้าวเป็นการเฉพาะ   และในบางครั้งบางสมัย ก็ให้ความสำคัญกับข้าว  โดยเฉพาะสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า ฯ เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ถึงขนาดมีประกาศพระราชทานโอวาทแก่ผู้ซื้อข้าวขายข้าว โดยประกาศไว้ ณ วันอาทิตย์  เดือน 12 แรม 4 ค่ำ ปีชวด ฉศก ซึ่งผมจะได้ถ่ายทอดให้ท่านได้รับทราบเป็นข้อมูลดังนี้
 
 
ประกาศพระราชทานผู้ซื้อข้าวขายข้าว
ณ วันอาทิตย์เดือน ๑๒ แรม ๑๔ ค่ำ ปีชวด ฉศก
มีพระบรมราชโองการมานพระบัณฑูรสุรสิงหนาท ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดพระราชทานโอวาทความสั่งสอนเตือนสติแก่ผู้ซื้อข้าวขายข้าวทั้งปวง เพราะผู้ซื้อก็ตื่นซื้อนัก เพราะผู้ขายก็โก่งราคานัก จึงวุ่นวายไปต่าง ๆผู้ซื้อนั้นหากินด้วยการอื่นแลผู้อาศัยบ้านเรือน ท่านผู้อื่นอยู่ ไม่มีที่เอาไว้ข้าวเป็นยุ้งฉางสะสมไว้ คือลูกค้าชาวเรือชาวแพ และผู้อาศัยวังเจ้าบ้านขุนนางแล อื่น ๆ พวกนี้ ยามเมื่อราคาข้าวเป็นปกติก็ซื้อข้าวสารกิน แต่ลูกค้าชาวเรือชาวบกที่บรรทุกเรือเล็ก แลหาบข้าวสารขายถึงที่อยู่ของตัว ไม่ได้ไปเที่ยวซื้อหาไกล ๆ ห่างที่อยู่ของตัวเลย ก็บัดนี้ฝนแล้งนาไม่มีผล คนก็ตื่นกัน กลัวข้าวจะแพงชิงกันซื้อข้าวมาก ผู้ขายข้าวอยากได้เงินมาก เห็นเป็นครั้งเป็นคราวที่จะไปโก่งราคาสูงได้แล้วก็ขึ้นราคาไป ที่จริงนั้นข้าวปีหลังก็ยังเหลืออยู่มาก ถ้าข้าวมีแล้วน้อยผู้ขายก็จะกลัวอด ที่ไหนก็จะขายให้ เพราะอยากได้เงินจึงขาย แต่เพราะตื่นกันซื้อมากมาย อยากได้เงินมากก็ขึ้นราคาไป ก็ฝ่ายผู้ซื้ออยากซื้อแต่ถูกก็คิดไปตามใจเป็นพาล อยากจะให้ผู้มีอำนาจไปคุมเหงข่มขู่ขืนใจ ให้ผู้ขาย ๆ แต่ราคาต่ำ ๆ ก็ซึ่ง จะทำอย่างนั้นไม่ควร เมื่อเป็นดังนั้นผู้มีข้าวอยู่ กลัวจะถูกข่มขู่ขืนใจให้ขายราคาต่ำก็จะพากันกักข้าวเสีย ผู้ที่ไม่มีข้าวไม่มีที่ซื้อจะมิพากันอดหรือ เมื่ออดแล้วจะมาร้องให้ผู้มีอำนาจที่ตัวขอให้ข่มขี่ผู้ขายข้าวให้ขายแต่ถูกนั้น ให้ไปเที่ยวค้นปล้นแย่งเจ้าของข้าวมาแจกให้ตัวหรือ ผู้มีอำนาจมีบุญไม่ควรจะเป็นข้าศึกแก่ผู้หาความผิดมิได้ เพราะฉะนั้นจึงสั่งสอนมาว่า ผู้ที่จะซื้อข้าวง่าย ๆ อยู่อย่าสงก่อน ๆ ไม่คิดผันผ่อนด้วยความอุตสาหะบ้าง ผู้ขายข้าวก็คงจะขึ้นราคาสูงไป ก็ถ้ามาขึ้นราคาสูงแล้ว อย่าพากันตื่นซื้อ ถึงกลัวจะไม่มีข้าวกิน ก็อุตสาหะไปไกล ๆ หน่อยหนึ่ง คืออย่าซื้อแต่พวกเร่ขาย ไปขอซื้อขอปันเอาแต่โรงสี โรงไรขายแพงเหมือนกับพวกเร่ขายก็อย่าซื้อ โรงไรขายถูกลงมาหน่อยจึงซื้อ พวกเร่ขายหรือโรงไรที่ขายแพง เมื่อไม่มีผู้ซื้อหรือผู้ซื้อน้อยไปทนไม่ได้ ก็จะลงราคาลงมาเองไม่ต้องข่มขู่ดอก อย่างหนึ่งแต่ก่อนเมื่อมีโรงสีข้าวสารขายยังน้อยอยู่ ตามบ้านเรือนต่าง ๆจนในพระบรมมหาราชวังแลพระบวรราชวัง ก็มีกระเดื่องแลครกตำข้าวแทบทุกเหย้าเรือน กลางวันหรือบ่ายแล้ว นายก็ใช้ให้บ่าวตำครกละสากบ้างสองสากบ้าง แล้วก็ฝัดเป็นข้าวสารกรอกหม้อทีเดียว เห็นเป็นดังนั้นมาแต่ก่อนนาน ก็เดี๋ยวนี้เพราะโรงสีข้าวมีขึ้นมาก ครกกระเดื่องจึงสาบสูญไป เหมือนกับหีบแล ไนปั่นฝ้ายแลกี่ทอผ้า ก็เมื่อชาวต่างประเทศต่างเอาผ้ามาขาย เอาด้ายมาจำหน่ายมาก จนราคาถูกไปกว่าได้ที่ปั่นฝ้ายที่ทอในเมืองนี้ การหีบฝ้ายดีดฝ้าย  ปั่นฝ้ายทุกหนทุกแห่งก็อันตรธานหายไป ยังมีอยู่บ้างแต่ทอผ้าก็เอาด้ายเมืองนอกมาทอ ก็ในกาลบัดนี้พวกที่ล่องข้าวเปลือกแขวงกรุงเก่ามาขาย แลมาส่งโรงสีแลบ้านผู้มียุ้งฉางโดยมาก คนที่คับแค้นเล็กน้อย แต่ก่อนเคยตำข้าวกินแทบทุกเวลาก็ไม่มีใครตำข้าวกิน พากันซื้อข้าวสารร่ำไป ก็เป็นเหตุให้ผู้ขายข้าวได้ใจกำเริบโก่งราคาไป ก็ถ้าแม้นผู้ไม่อยากซื้อราคาแพงหาครกหาสากขึ้นอย่างก่อนให้หลายแห่ง แลไปขอซื้อขอปันข้าวเปลือกจากเรือข้าว หรือไปซื้อมาแต่ชาวนาใกล้หรือไกลตามแต่จะไปได้ถึงจะยากลำบากก็อุตสาหะทนเอาหน่อยหนึ่ง ไปซื้อเอาข้าวเปลือกมาเก็บไว้ในเหย้าเรือน พอตำกินไปในเดือนหนึ่งสองเดือน ผ่อนผันไปจนให้คนขายเห็นว่าไม่สู้ตื่นซื้อ แล้วราคาข้าวก็จะค่อยลดลง ถ้าผู้ซื้อข้าวกินฟังคำสั่งสอนนี้ อุตสาหะทำตามบ้างหลาย ๆ ราย ผุ้ขายก็เห็นจะโก่งราคาขายไม่ได้ดอก ก็จะเอากำไรแต่น้อย ข้าวต้องลดราคาลงมาเอง อันนี้เป็นโอวาทสั่งสอนแก่ผู้ซื้อข้าว ฝ่ายผู้ขายข้าวนั้นก็จงฟังคำสั่งสอนบ้าง การที่ฝนแล้งในปีชวด ฉศก นี้ทั้งปี ก็เป้นครั้งเป็นคราวอยู่ ที่คนจะตื่นซื้อข้าวด้วยราคาแพงไปจนฝนปีใหม่ ผู้ขายข้าวในแผ่นดินปัตยุบันนี้  ทั้งชาวนาแลชาวล่องข้าวขายแลชาวโรงสี แลพวกบรรทุกข้าวสารไปเที่ยวเร่ขายก็ได้เงินทองมีกำไรมากมายกว่าแผ่นดินก่อน ที่เป็นหนี้เป็นสินแต่ก่อนก็หลุดไปมากหลายรายอยู่ด้วยกัน คนทั้งบ้านทั้งเมืองก็สำคัญว่า พวกขายข้าวมั่งมีทรัพย์สมบัติกว่าแต่ก่อน ก็ครั้งนี้จะพากันตุนโก่งราคาข้าวให้สูงมากนักไป ผู้ซื้อที่เป็นคนซื่อ ๆ มีทรัพย์สมบัติอยู่บ้างไม่มีข้าวกินก็จะซื้อไปได้ แต่ผู้ที่ยากจนเข็ญใจไม่มีเงินจะซื้อแพง ๆแลใจเป็นพาลก็มีเป็นอันมาก ถึงจนถึงยากก็คงต้องกินข้าว ก็เมื่อไม่มีข้าวจะกิน ไม่มีเงินจะซื้อข้าวกิน ก็จะพากันเป็นโจร เป็นผู้ร้ายประพฤติการณ์ผิด ๆ วุ่นวายไปต่าง ๆก็เมื่อผู้ขายข้าวแลเจ้าของข้าวที่มีข้าวอยู่หรือที่เขารู้ว่ามีทรัพย์อยู่หรือได้เงินไปมาก อยู่ในที่เปลี่ยวหรือไปในที่เปลี่ยว จะถูกโจรผู้ร้ายปล้นชิงวิ่งสะดม ถึงจะไว้ใจอำนาจแผ่นดินว่าจะเป็นที่พึ่งคุ้มเกรงรักษา ก็คิดดูให้ดีเถิดกว่าถัวจะสุกก็งาจะไหม้ ก็ถ้าแม้นผ่อนผันขายไป อย่าพากันตื่นขายเอากำไรให้มานัก ทำให้ผู้ซื้อยินดีซื้ออยู่จะได้ขายข้าว แลบรรทุกข้าวไปขายโดยสะดวกสบาย ไม่มีอันตรายต่าง ๆ คิดการยาวรักษาตัวบ้าง อย่าเห็นแก่แต่จะได้ อนึ่งจงมีเมตตากรุณาแก่คนยากคนจนถ้าเห็นว่าขัดสนเข้าแล้ว ก็เลือกหน้าขายเอากำไรแต่น้อยบ้าง เอาใจผู้ซื้อไว้อย่าให้เข้าพวกผู้จะคิดร้ายแก่ตัวจึงจะดี อันนี้เป็นโอวาทสั่งสอนแก่คนผู้ขายข้าว
 
ประกาศมา ณ วันอาทิตย์ เดือน ๑๒ แรม ๑๔  ค่ำ ปีชวด ฉศก ศักราช ๑๒๒๖ หรือวันที่ ๔๙๔๖ ในรัชกาลปัตยุบันนี้
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙
 

คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com