www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 184 คน
 สถิติเมื่อวาน 256 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
4390 คน
109462 คน
1090562 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

       

 

หน้าพุทธไสยาสน์สร้างใหม่
มหาธาตุเจดีย์
มหาธาตุเจดีย
ด้านหน้ามหาธาตุเจดีย์
ขอบขันธสีมามหาธาตุ
พุทธไสยาสน์สร้างใหม่
พุทธนิมิตเหล็กไหล
ศาลาเก็บพระเครื่อง
พระเครื่องติดข้างฝาศาลา
ภายในอุโบสถไม้ใต้น้ำ
เอกสารการชักลากไม้
ตู้เก็บเอกสาร
เทพเจ้าจีน
เทพกวนอู
นกยูงในวัด
ชีวิตนักข่าว...พุทธไสยาสน์ภูค่าว
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
8 ธันวาคม 2552
 
 
เมื่อช่วงปลายปี 2552 ผมได้มีโอกาสเดินทางไป ประเทศลาว และและภาคอีสานเพื่อทัศนศึกษา วัดวาอาราม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำให้รู้ว่ามีพุทธสถานที่น่าสนใจและน่าศึกษา อยู่หลายแห่ง 
 
ตอนสายผมได้เดินทางไป วัดภูค่าว หรือวัดพุทธนิมิต ซึ่งตั้งอยู่ใน ตำบลสหัสขันธ์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยวัดนี้ ตั้งอยู่ห่างจาก อำเภอสมเด็จประมาณ 30 กม. และตั้งอยู่ห่างจาก อำเภอสหัสขันธ์ ประมาณ 10 กม. วัดภูค่าว จะตั้งอยู่ระหว่างทางไปอำเภอสหัสขันธ์ กับอำเภอสมเด็จ เราสามารถมองเห็น พระธาตุเจดีย์ขนาดใหญ่ ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง ที่ใกล้จะแล้วเสร็จ ผมเลี้ยวรถเข้าไปอย่างไม่รอช้า เพื่อเข้าไปชมวัดภูค่าว ที่มีรั้วรอบขอบชิด วันที่ผมไป  พึ่งมีการยกยอดเจดีย์ทองคำไปเมื่อวันที่ 5 ธ.ค.52 ดังนั้นบรรยากาศจึงดูเงียบเชียบ ผมจอดรถ และเริ่มเดินเข้าไปในบริเวณวัด ที่มีฝูงนกยูงอยู่หลายสิบตัว และบางตัวกำลังรำแพน ออกท่าทางสวยงาม ผมเดินผ่านศาลาการเปรียญ ที่พระประธานองค์ใหญ่ ปางพระพุทธชินราช ผมเดินไปตามป้ายบอกทาง เพื่อที่จะไปนมัสการเจ้าอาวาส แต่ก็ไม่ได้นมัสการเพราะเห็นท่านมี แขก ผมจึงเดินผ่านไปที่ตั้งของ พุทธไสยาสน์ ที่อยู่ด้านหลังของศาลาการเปรียญ 
 
พุทธไสยาสน์ องค์นี้ ดูแปลกจากองค์อื่น ๆ ที่ผมเห็นมา และยังแตกต่างจากพุทธไสยาสน์ที่ประดิษฐานที่ภูปอ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ตามประวัติระบุว่า พุทธไสยาสน์ องค์นี้ เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า คือ พระโมคัลลานะ สังเกตได้จาก เศียร จะหันไปทางซ้ายมือของเรา หรือนอนตะแคงซ้าย ที่เศียรก็ไม่มีพระเกตุมาลา และองค์เล็กกว่าพุทธไสยาสน์ที่ดินภูปอ (อ.สหัสขันธ์) แต่การสร้างคล้ายคลึงกันคือการสลักหินที่อยู่ในหน้าผา ที่ไม่สูงชันมากนัก จากการสันณิษฐาน ของผม พอจะคาดการณ์ได้ว่า พุทธไสยาสาส์นที่ภูปอน่าจะมีการสร้างก่อนองค์นี้ เพราะเป็นพระพุทธเจ้าที่ปรินิพพาน ก่อนพระโมคคัลลานะ และชาวพุทธในละแวกนั้น ได้สร้างไว้เพื่อบูชาสักการะ  ผมคิดไปต่าง ๆ นานา หลายตลบ เพื่ออยากจะรู้ว่า ทำไมคนโบราณจึงเลือกที่จะสร้างพระไว้ริมหน้าผา หรือว่า ผู้คนในสมัยก่อนมีการตั้งรกราก อยู่บนภูเขาในแถบนี้ และเมื่อมาสักการะทำให้ได้เห็นทิวทัศน์ ที่งดงาม ที่จะทำให้จิตใจสงบร่มเย็นได้ จากนั้นผมได้เดินไปยังศาลาที่เป็นที่เก็บพระเครื่อง ซึ่งเป็นพระเครื่องชั้นยอด โดยมีการติดพระเครื่องไว้รายรอบทั้งดาดฟ้าเพดาน มีพระเครื่องเต็มไปหมด ซึ่งเป็นเรื่องแปลก ที่ไม่มีวัดที่ไหนทำมาก่อน ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่นานพอควร จากนั้นผมจึงเดินออกมาบริเวณ ลานวัด ที่ทำให้รู้ว่า ที่วัดแห่งมีการผสมผสานวัฒนธรรมจีน ในวรรณกรรมสามก๊ก อาทิ รูปปั้น ขงเบ้ง กวนอู 
 
ส่วนด้านหน้า ทางเข้าวัด กำลังมีการก่อสร้างพระมหาธาตุเจดีย์ ที่ใช้เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้าง และใกล้จะแล้วเสร็จ ผมเดินเข้าไปในพระมหาธาตุเจดีย์ ที่มีประตูเป็นไม้แผ่นชิ้นเดียวขนาดใหญ่ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า จะต้องเป็นไม้ที่ได้จากต้นไม้ขนาด 3 คนโอบ ข้างในยิ่งตระการตา เพราะพื้นปูด้วยไม้แผ่นขนาดใหญ่เช่นกัน ตรงกลางเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธนิมิตเหล็กไหล ทั้งองค์มีเนื้อสีดำ ประทับอยู่บนฐานไม้ ส่วนรอบ ๆ ภายในพระมหาธาตุเจดีย์ จะมีพระพุทธรูปประดิษฐานรายรอบเต็มไปหมด ต้องบอกว่า ข้างในค่อนข้างมืดเพราะยังไม่มีการติดไฟฟ้าแสงสว่าง และเท่าที่ผมประเมินดูพบว่าภายในกว้างใหญ่สามารถจุผู้คนได้หลายร้อยคน และอาจจะเกือบถึง 1,000 คน ส่วนด้านข้างมหาเจดีย์เป็นอุโบสถ ที่ทำด้วยไม้ที่อยู่ใต้น้ำของเขื่อนลำปาว ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลกันนัก ไม้ที่ได้มาสร้างเป็นไม้ที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีหนังสือมอบอำนาจเรื่องการขอตัดและชักลากไม้ประดู่ ซึ่งดำเนินการเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2542 โดยนายประจักษ์ มังคะรัตน์ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ 5 ต.แซงบาดาน อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ได้มอบอำนาจให้นายชัยบัญชา โถดาสา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1 หมู่ 8 บ้านโคกทราย อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ เป็นผู้ดำเนินการ ในหนังสือมี นางหอมเงิน มังคะรัตน์ และ นายธวัชชัย บุญทานันท์ เป็นพยาน และหนังสือหลายฉบับได้เก็บไว้ในตู้ไม้ ที่ตั้งอยู่ภายในอุโบสถ ซึ่งผมมีความเป็นห่วงว่า อาจจะเสื่อมสภาพ หรืออาจสูญหายได้ แต่ผมคิดว่าทางวัดคงจะเก็บต้นฉบับเอาไว้ในที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน ครับ ท่านใดสนใจที่จะไปชมผมก็ขอเชิญชวนทุกท่าน ซึ่งเป็นการเดินทางที่ท่านสามารถจะไปชม ภูสิงห์ที่มีพระพรมหมภูมิปาโล ซึ่งเป็นพระขนาดใหญ่ ภูกุ้มข้าวที่เป็นที่ตั้งของการขุดค้นซากไดโนเสาร์ และภูปอ ที่เป็นที่ประดิษฐานของพรพุทธไสยาสน์ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่ตั้งไม่ห่างไกลเท่าไหร่นัก นะครับ 
 
 
 
พุทธไสยาสน์ภูค่าว
PHRA BUDDHA SAIYAT PHU KHAO
 
บริเวณถ้ำภูค่าว เป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกแห่งหนึ่งภายในถ้ำประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ภูค่าว สลักอยู่เพิงผา ขนาดย่อม ซึ่งแตกต่างจากพระพุทธไสยาสน์ทั่วไป คือ นอนตะแคงซ้าย และไม่มีพระเกตุมาลา มีความยาว 2.25 เมตร ตามประวัติกล่าวว่าเป็นพระโมคคัลลานะพระสาวกองค์หนึ่งของพระพุทธเจ้า สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2,000 กว่าปี มาแล้ว เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านทั่วไปและจะจัดนมัสการปิดทองในวันตรุษสงกรานต์ของทุกปี
 
 
มหาธาตุเจดีย์ วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) สร้างเมื่อวัน อาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2547
 
เมือปีจอ เมื่อวันศุกร์ที่11 เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2549 พระอาจารย์ณรงค์ ชยมงฺคโล เจ้าอาวาสวัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน 2 องค์ จากวัดศรีวิชัยโสคตวิทยาลัย เมืองลาวานะ-ปานาธุระ โดยมีพระปานธุระวิตธะนันทะเกโร เป็นประธานสงฆ์ฝ่ายศรีลังกา จากนั้นได้ทำพิธีสมโภชน์พระบรมสารีริกธาตุ โดยมีสมเด็จมหาสังฆนายกสยามนิกายฝ่ายอัสคิริยา (อรัญวสี )เป็นประธาน เมื่อปีจอ วันอาทิตย์ที่ 13 เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2549 ณ วัดอัศคิริยา กรุงแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
 
ต่อมาปีกุน วันศุกร์ที่ 19 เดือนมกราคม พุทธศักราช 2550 ได้รับมอบพระบรมสารีริธาตุ อีกจำนวน 2 องค์ จากพระรัตนรังสี (วีรยทธ์ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาส วัดไทยกุฉินาราเฉลิมราชย์ ปัจจุบันใน ตำบลกาเซีย จังหวัดกุสินาคาร์ รัฐอุตรประเทศ ประเทศอินเดีย
 
พระบรมสารีริกธาตุดังกล่าวข้างต้น ได้อัญเชิญมาบรรจุไว้ในมหาธาตุเจดีย์พุทธนิมิต แห่งนี้ ณ วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อปีฉลู วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2552 พระธาตุ มีความสูง 80 เมตร พระพุทธเจ้าปรินิพพาน 80 ปี พระมหาธาตุเจดีย์ หลังนี้ไม่มีบริวาร (คือใจ)
 
 
พระบรมสารีริกธาตุ ในมหาธาตุเจดีย์
 
เมื่อปีจอ เมื่อวันศุกร์ที่11 เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2549 พระอาจารย์ณรงค์ ชยมงฺคโล เจ้าอาวาสวัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) พร้อมคณะศิษยานุศิษย์ ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ จำนวน 2 องค์ จากวัดศรีวิชัยโสคตวิทยาลัย เมืองลาวานะ-ปานาธุระ โดยมีพระปานธุระวิตธะนันทะเกโร เป็นประธานสงฆ์ฝ่ายศรีลังกา จากนั้นได้ทำพิธีสมโภชน์พระบรมสารีริกธาตุ โดยมีสมเด็จมหาสังฆนายกสยามนิกายฝ่ายอัสคิริยา (อรัญวสี )เป็นประธาน เมื่อปีจอ วันอาทิตย์ที่ 13 เดือนสิงหาคม พุทธศักราช 2549 ณ วัดอัศคิริยา กรุงแคนดี้ ประเทศศรีลังกา
 
ต่อมาปีกุน วันศุกร์ที่ 19 เดือนมกราคม พุทธศักราช 2550 ได้รับมอบพระบรมสารีริธาตุ อีกจำนวน 2 องค์ จากพระรัตนรังสี (วีรยทธ์ วีรยุทโธ) เจ้าอาวาส วัดไทยกุฉินาราเฉลิมราชย์ ปัจจุบันใน ตำบลกาเซีย จังหวัดกุสินาคาร์ รัฐอุตรประเทศ ประเทศอินเดีย
 
พระบรมสารีริกธาตุดังกล่าวข้างต้น ได้อัญเชิญมาบรรจุไว้ในมหาธาตุเจดีย์พุทธนิมิต แห่งนี้ ณ วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อปีฉลู วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พุทธศักราช 2552 
 
หมายเหตุ : พระธาตุ มีความสูง 80 เมตร พระพุทธเจ้าปรินิพพาน 80 ปี พระมหาธาตุเจดีย์ หลังนี้ไม่มีบริวาร (คือใจ) มหาธาตุเจดีย์ วัดพุทธนิมิต (ภูค่าว) สร้างเมื่อวัน อาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2547
 
 
* * * * * * * * * *
 

คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com