www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 267 คน
 สถิติเมื่อวาน 802 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
14195 คน
62799 คน
1043899 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

โหนด นา เล เสวนา สมานฉันท์
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
29 มิถุนายน 2555
ผมขอขึ้นต้น คำว่า โหนด นา เล เสวนา สมานฉันท์  ฟังดูแล้ว ต้องบอกว่า แค่ฟังชื่อก็ น่าสนใจแล้ว หล่ะครับ โหนด นา เล  คำนี้มีความเป็นมาอย่างไร ตามผมมาครับ คำว่าโหนด มาจากคำว่า ต้นโตนด ซึ่งก็คือ ต้นตาล ต้นสูง ๆ นั่นแหล่ะครับ ถ้าจะกินลูกตาลต้องปีนขึ้นไปเอาลงมา บางทีก็เย้าแย่กันว่า อาหารชั้นสูง เพราะอยู่บนที่สูงไง   คำว่า นา หมายถึง ที่นา ที่ชาวนา เขาใช้เป็นพื้นที่ปลูกข้าว ส่วนคำว่า เล เป็นคำย่อมาจาก ทะเล  แล้วพื้นที่ที่ว่าอยู่ตรงไหนครับ   ก็ต้องบอกท่านว่า อยู่ที่ ตำบลบ่อตรุ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ครับ
คำ ๆ นี้ เป็นคำ ที่ยาว เมื่อชาวใต้ซึ่งเป็นคนที่พูดสั้น อยู่แล้ว จึงตัดเอาแต่คำนำหน้ามา นั่นคือ โหนด นา เล ซึ่งมีความหมายว่า ในพื้นฐานถิ่นนี้ จะมี พื้นที่นามาก เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของคนในท้องถิ่น   และเป็นอาชีพหลักที่ทำกันมาหลายชั่วอายุคน ในพื้นที่นานั้นก็จะมี ต้นตาล ที่ชาวปักษ์ เรียกว่า ต้นตาลโตนด ก็ขึ้นอยู่ในท้องนาทั่วไป ส่วนทะเลก็ยังอยู่ใกล้ ๆ พื้นที่ทำนาอีกด้วย จึงนับว่า พื้นที่แห่งนี้ มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งข้าวปลาอาหารที่หาได้ง่ายในท้องนา และปลาที่มีอยู่อย่างชุกชุมในทะเลอ่าวไทย แล้ว โหนด นา เล เสวนา สมานฉันท์ เกิดขึ้นได้อย่างไร 
ผมต้องบอกท่านว่า บรรยากาศ ตรงนี้ สงบ ร่มเย็น แวดล้อมไปด้วยต้นตาลโตนด และพื้นที่ทำนา เหมาะสำหรับที่จะพูดเรื่องสมานฉันท์ ที่ในเวลานี้ (พ.ศ.2555) เขาเรียกว่า ปองดอง  ถ้าหาสถานที่ที่มีอากาศดี ๆ ก็น่าจะทำให้จิตใจคนฟังและคนพูด ไม่ร้อนแรงมากนัก ทีนี้การที่จะพูดกลางทุ่งนา  ก็ควรจะมีชาวบ้านมาฟังก็คงประมาณ 50 คน ผู้ร่วมรายการ ก็ไม่เกิน 5  ส่วนการที่จะทำให้มีคนฟังมาก ก็ต้องถ่ายทอดทางวิทยุกระจายเสียง 
ผมและน้อง ๆ จากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดสงขลา จึงยกอุปกรณ์การถ่ายทอดเสียง ไปดำเนินการ โดยมีสถานีวิทยุชุมชน รับสัญญาณ ในพื้นที่ จำนวน 10 สถานี รับสัญญาณ   การถ่ายทอดเสียง แล้วผมพูดเรื่องอะไรหล่ะครับ 
วันนี้ผมเป็นผู้ร่วมเสวนา   ก็จะได้พูดมากหน่อย ส่วนผู้ดำเนินรายการคือ คุณวุฒิชัย  หรือ  อาจารย์ก้อย การเสวนาครั้งนี้ ผมไม่ได้เตรียมอะไรมาพูดเป็นพิเศษ เพราะทำงานในพื้นที่อยู่แล้ว และผมขอพูดเป็นคนที่ 3 ก่อนหน้านั้น คุณปาฏิหาริย์  หรือ คูรโถ ได้นำกระดาษขนาดเอ 4 เอามาให้ผู้เข้าร่วมเสวนาดู ในรูปเมื่อดูตรง ๆ จะเห็นว่า เป็นรูปผู้หญิงขี้เหร่ แต่พอกลับหัวกลายเป็นผู้หญิงสาวสวยงาม ครูโถพยายามที่จะชี้ให้เห็นว่า  คนเรามีมุมมองที่ต่างกัน  มองเห็นไม่เหมือนกัน ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความไม่เข้าใจกัน เพราะมองต่างกัน และคิดไม่เหมือนกัน พอถึงตอนที่ผม พูด ผมก็ขอยกตัวอย่างในเรื่องมุมมองคล้ายกับครูโถ โดยผมพูดเป็นกลอนว่า  “สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม คนสองตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย”  
ผมขออธิบายขยายความว่า มีฤาษี ตนหนึ่ง รับลูกเศรษฐี ที่เป็นฝาแฝดมาเลี้ยงดูและให้การศึกษา แต่ฤาษีก็ไม่รู้ว่าเด็กทั้งสองมีความคิดอย่างไร จึงได้ทดสอบแนวความคิด โดยให้แฝดผู้พี่คนแรก มองเข้าไปในรูข้างฝา แฝดผู้พี่คนแรกบอกกับฤาษีว่า 
“ท่านฤาษี ผมมองเข้าไปแล้วไม่เห็นมีอะไรเลย มีแต่ความมืดมิด ให้มองอะไรก็ไม่รู้  ”
ส่วนแฝดผู้น้องเป็นคนที่ 2 ที่มองเข้าไปในรู กลับบอกฤาษี ว่า
“โอ้โฮ ท่านฤาษี ข้างในช่างสวยงามเสียเหลือเกิน มีดวงดาวระยิบระยับ ประดุจเพชร ”
เห็นไหมครับ แม้นว่าคนที่เป็นฝาแฝด คลานตามกันมา มีหน้าตาบุคลิกที่คล้ายกัน แต่ความคิดยังไม่เหมือนกัน แล้วคนทั่วไป จะไม่มีความคิดที่แตกต่างกันหรือ คำตอบคือแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่จะมีอยู่จุดหนึ่งที่เหมือนกัน คือ
1.ผลประโยชน์ร่วมกัน
2.แนวความคิดคล้ายกัน
3.ชอบเหมือนกัน
ผมเห็นว่า เหตุผลทั้ง 3 อย่างนี้ ก็ทำให้ความคิดเห็นตรงกันได้ แต่ถ้าความคิดเกิดไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิงและไม่สามารถเข้ากันได้  แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ผมตอบได้คำเดียวคือ เกิดสงคราม เข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้และกำลังเกิดขึ้นในเวลานี้คือ เกิดสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ (มิถุนายน พ.ศ.2555 ) ในประเทศซีเรีย และกำลังจะขยายไปยังประเทศตุรกี เพราะว่า ประเทศซีเรีย ไปยิงเครื่องบินของตุรกีตก หรือเหตุการณ์หนึ่งที่เพิ่งผ่านไปและเพิ่งเกิดเป็นประเทศใหม่คือ ประเทศซูดานใต้ ที่มีการสถาปนาประเทศขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2554 ก็เพราะความเห็นไม่ตรงกัน และไม่ยอมกัน ผลสุดท้ายต้องบ้านแตกสาแหรกขาด
แล้วสื่อวิทยุกระจายเสียง มีผลเสียผลดีอย่างไรหล่ะครับ ผมขอยกตัวอย่างในประเทศโซมาเลีย ที่ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา   เข้าใช้สื่อวิทยุกระจายเสียง โฆษณาชวนเชื่อ หรือพูดให้เข้าใจง่ายก็คือ ด่า  และโจมตีกันทางอากาศ ทำให้มีการขยายผลอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นสงครามกลางเมือง เข่นฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในที่สุดต่างฝ่ายต่างล้มตายหลายล้านคน สุดท้ายก็แบ่งเป็นประเทศโซมาเลียเหนือ และประเทศโซมาเลียใต้ ทำให้ประเทศทุกยากจนทันตาเห็น ต้องจับปืนออกปล้นสะดมเรือ  หรือเป็นโจรสลัดในน่านน้ำของมหาสมุทรอินเดีย  สร้างความเดือดร้อนต่อธุรกิจ และนักเดินเรือ ที่นำเรือผ่านย่านนี้ 
แล้วหันหลังกลับมาดูประเทศไทย ก็เหมือนกับโซมาเลีย ที่ใช้สื่อเป็นกระบอกเสียงด่ากันเอง แต่ประเทศไทย ยังไม่ถึงจุดแตกหัก แต่ถ้าปล่อยนานเข้า เราก็ไม่ต่างจากโซมาเลีย ที่อาจจะเป็นไทยเหนือ หรือไทยใต้ ถ้าเราไม่หันหน้ามาคุยกันอย่างที่คนจะคุยกัน เข้าใจกัน แม้นว่าต่างคนจะต่างความคิด แต่ไม่ต่างในจุดยืนของประเทศที่จะต้องเป็นหนึ่งเดียว 
ความสมานฉันท์ที่จะเกิดขึ้น จะต้องไม่มีการแบ่งแยก ว่าพวกเขา พวกเรา ไม่แบ่งว่าเป็นสีแดง สีเหลือง ไม่แบ่งข้าง ว่าเป็นฝ่ายซ้ายฝ่ายขวา หรือว่าไม่เลือกข้าง เมื่อเราไม่แบ่งกันในลักษณะนี้แล้ว ผมเชื่อว่า บ้านเมืองก็จะเดินไปได้ แต่ในเรื่องความคิดเห็นของคนเราโดยปกติ ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิทธิส่วนตัว แต่เมื่อไหร่ มีพวกเขาพวกเรา นั่นหมายความว่า ประเทศกำลังเดินสู่ปากเหว ที่พร้อมจะตกลงสู่ก้นเหวลึกได้ทุกเมื่อ เมื่อนั้นเราจะตายหมู่ หรือตายหมด ก็ต้องติดตามกันต่อไป
นั่นเป็นคำพูดส่วนหนึ่ง ที่ผมได้นำเสนอในการเสวนา โหนด นา เล เสวนา สมานฉันท์ จะสมานฉันท์หรือไม่ก็ต้องดูผู้มีอำนาจว่าเขาจะทำยังไง   แฮ่....เอ้า...อย่ากัดกัน ถ้ามีตระกร้อใส่ปากคนได้ น่าจะขายได้ดีนะท่านผู้ชม เพราะมือตบกับตีนตบยังขายได้ เออ เฉียดจนได้
 
 
888888888888888
 

คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com