www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 84 คน
 สถิติเมื่อวาน 130 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
3720 คน
103559 คน
1084659 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

 

ชีวิตนักข่าว...ตอน การบรรลุภารกิจในสไตล์ของ จ่าเพียร
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
17 มีนาคม 2553
 
ชีวิตของจ่าเพียรขาเหล็ก หรือ จ่าเพียรนักสู้แห่งเทือกเขาบูโด หรือจะเรียกว่าผู้กำกับเพียร หรือจะเรียกว่า    พลตำรวจเอกเพียร เมื่อใช้เรียกตอนสิ้นลม เขาก็ยังอยู่ในหัวใจพวกเรามาโดยตลอด จ่าเพียร คือวีรบุรุษตัวจริงที่เป็นแบบอย่างที่ของข้าราชการการทุกคน ไม่เฉพาะข้าราชการตำรวจเท่านั้น จ่าเพียร ยังมีแนวทางในการที่จะทำให้การบรรลุภารกิจ ในสไตล์ของจ่าเพียร ที่ได้จารึกไว้ในหนังสือ ที่ผมขออนุญาตนำมาถ่ายทอดเพื่อให้ ผู้สนใจได้นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ปวงประชาทั้งมวล 
 
การปฏิบัติการของจ่าเพียร ที่สามารถบรรลุภารกิจ ได้อย่างยอดเยี่ยม ที่เป็นประโยชน์ที่  จำเพียรไปใช้ ในการปฏิบัติงาน นั่นคือ  
 
1.งานการข่าวที่มีประสิทธิภาพต่อการปฏิบัติงานด้านยุทธการ ที่จ่าเพียรระบุว่า
หลายคนหลายหน่วยงานของภาครัฐวิตกกังวลเกี่ยวกับการข่าวทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ขึ้น จะพูดเพียงว่า การข่าวไม่ดี ต้องปรับปรุงด้านการข่าวอย่างนี้เรื่อยมาและต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด จ่าเพียร บอกว่าอยากจะเรียนให้ทราบว่า การได้มาซึ่งการข่าวหรือข่าวสารในอดีตและในขณะนี้ หรือในอนาคตนั้น มีปัจจัยสำคัญ คือความเชื่อถือและความศรัทธาต่อบุคคลผู้ได้รับข่าวสารเป็นสำคัญ ยศสูง ตำแหน่งสูง ไม่เชื่อว่าจะต้องมีการข่าวหรือผู้ให้ข่าวที่ถูกต้องเสมอไป ตามธรรมชาติของคน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เขาเชื่อในตัวบุคคลเป็นหลัก หน่วยงานหรือตำแหน่งจะได้ข้อมูลข่าวสารบ้างก็เพื่อหวังผล แต่สำหรับบุคคลที่เขาเชื่อถือนั้นจะได้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและที่เป็นจริง 
 
ทำอย่างไรจะให้เขาเกิดความเชื่อถือและศรัทธา ก็อยู่ที่ตัวบุคคลเพราะไม่ว่าการงานใด บุคคล หรือคน เป็นส่วนสำคัญ ตำรวจทุกคนไม่สามารถที่ทำให้คนเชื่อได้ทุกคน ชาวบ้านหรือแหล่งข่าวคนเดียว สามารถทำให้ชาวบ้านอีกหลายคนเชื่อตำรวจคนเดียว สามารถทำได้ หากเขามีความศรัทธาและเชื่อถือต่อตัวเรา
 
การข่าวจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวของผู้รับข่าว เขาพร้อมที่จะรับข่าวเขาพร้อมที่จะนำข่าวไปปฏิบัติหรือไม่ การข่าวจะดีหรือไม่ ผู้ปฎิบัตินั้นสำคัญจะต้องไปกระทำต่อข่าวให้สมบูรณ์สมความประสงค์ของแหล่งข่าว แต่ในปัจจุบันฝ่ายเราขาดตรงนี้ไป คือ ขาดความเชื่อมั่นว่า เมื่อให้ไปแล้วจะปฏิบัติต่อเป้าหมายได้ผลการข่าวที่จะเข้าไปปฏิบัติให้ได้ผลนั้น ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้รับข่าวผู้ปฏิบัติการข่าวจะต้องเป็นบุคคลหรือคณะเดียวกัน ผู้รับข่าวจะต้องเป็นบุคลที่รอบรู้ในเรื่องข่าว รอบรู้ในเรื่องสถานที่ รอบรู้ในเรื่องบุคคล เป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะการทำงานจะต้องต่อยอด ไม่ใช่ได้ข่าวมาว่าพื้นที่มีการเคลื่อนไหว แต่พอถามว่ารู้จักหรือไม่ว่าอยู่ไหน ตอบไม่ได้ ต่อยอดไม่ได้ จะต้องรู้บุคคลเมื่อข่าวแจ้งจะต้องสนองตอบในทันที ให้ความสำคัญในตัวข่าวการปฏิบัติการทางยุทธศาสตร์ที่ได้ผลจากประสบการณ์ที่ประสบมา เป็นการข่าวของผู้ปฏิบัติทางยุทธการ ไม่เคยได้ข่าวสารจากผู้ทำหน้าที่ด้านการข่าว เหตุที่ปฏิบัติได้ผลเพราะเขาเชื่อผู้ปฏิบัติ ในสภาพปัจจุบันพวกนักข่าวทั้งหลายส่วนมาก เป็นนักข่าวประเภทหลังจากเกิดเหตุแล้วไปหาข่าว หรือมักจะเป็นนักวิเคราะห์ข่าวเสียมากกว่า
 
จ่าเพียร ถามว่า ทำอย่างไรถึงจะมาซึ่งการข่าว
-การอ้างว่าเคยอยู่
-ไม่รู้พื้นที่
-ไม่รู้จักคน
-เพิ่งมาอยู่ ทำให้ไม่มีข้อมูล
 
การหาข่าวหากันอย่างไร การอยากรู้จักพื้นที่ทำอย่างไร รู้จักคนทำอย่างไร นั้นก็คือในตัวเรา ว่าพร้อมจะทำงานหรือไม่ เรามีความจริงใจแค่ไหน อย่างเช่น ผมไม่ทราบว่าในพื้นที่บ้านบันนังสาเรง มีกลุ่มผู้ก่อความสงบหรือไม่ หากนั่งอยู่บนโรงพักก็ไม่มีทางรู้ได้ ถ้าเราส่งไปเราก็จะรู้ ๆ อย่างไร ก็จะต้องมีคนมาพูดมาถาม ว่าส่งเข้าไปในพื้นที่หรือ ไม่ได้พวกนั้นอยู่ นั่นหล่ะคือข่าว เขาเตือนเราแล้ว เมื่อเราได้ตรงนี้เราจะทำอย่างไร ถ้าเป็นผมก็จะเข้าไปอีกครั้ง เข้าไปอย่างมียุทธวิธี เมื่อเขาทราบว่า เราเข้าไปทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามี เขาก็จะมีความเชื่อใจว่า เราไม่กลัวความเชื่อมั่นก็จะตามมา ไม่ใช่เรื่องยาก และผมก็ปฏิบัติมาแล้ว
 
ยุทธการที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง จะต้องมีการข่าวที่มีประสิทธิภาพ แต่การข่าวที่มีประสิทธิภาพ หาใช่การดำเนินการยุทธการที่ได้ผลอยู่ที่ปัจจัย คือ ผู้ปฏิบัติเป็นสำคัญ ฉะนั้นทุกอย่างไม่ใช่สูตรสำเร็จ อยู่ที่การเปลี่ยนแปลง หรือดุลยพินิจของผู้ปฏิบัติ การข่าวที่แม่นแต่ละชั้น การยุทธไม่มีประสิทธิผล ฉะนั้นในส่วนของผมในส่วนของผมเชื่อว่า การมีประสิทธิภาพนั้น การข่าวและบุคคลร่วมจึงจะประสบความสำเร็จ ทุกวันนี้หายาก ผู้ที่มีความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ต้องจริงจัง การข่าวจึงไม่ทันต่อเหตุการณ์ ฉะนั้น การยุทธการจะมีประสิทธิภาพ นอกจากการข่าวที่ดีแล้ว ผู้รับข่าวไปปฏิบัติ จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติที่มีความจริงใจด้วย จึงจะประสบความสำเร็จ
 
2.) ยุทธวิธีการป้องกันปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่
“รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” เป็นคำพูดที่ใช้ได้ตลอดไปและเป็นอมตะ ฉะนั้นการป้องกันปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบก็เช่นเดียวกัน เราจะต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ก่อความไม่สงบ เราต้องรู้บุคคล รู้พื้นที่ รู้สถานการณ์ และวิธีการของผู้ก่อความไม่สงบให้ได้เสียก่อน และสิ่งสำคัญคือเราจะต้องใฝ่รู้จริง ๆ และรู้เพื่อแก้ไขปัญหา รู้เพื่อพิจารณาดำเนินการ ไม่ใช่เพื่อทราบ เมื่อรู้ตรงนี้ แล้วเราจะทำอย่างไร เรื่องนี้อยู่ที่ประสบการณ์ของผู้ปฏิบัติมากว่า จากคำพูดของจ่าเพียร จะเน้นตัวบุคคลมากกว่า ถ้าบุคคลมีความพร้อม มีความตั้งใจ และมีจิตวิญญาณที่จะช่วยกันแก้ปัญหาจริงแล้ว วิธีป้องกันปราบปรามนั้นจะออกจากคนรอบข้าง ลูกน้องที่มีประสบการณ์และผู้ร่วมงานที่ต้องหาประสบการณ์
 
จ่าเพียร บอกว่า พื้นที่บันนังสตา การป้องกันยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากโอกาสความไม่คล่องตัว ปัจจัยอีกหลายเรื่องที่ไม่สามารถขับเคลื่อนหรือรุกไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะนี้ทำได้เพียงบางส่วนเท่านั้นทั้ง ๆ ที่บุคคลมีความฮึกเหิมเป็นอย่างมาก 
 
การปฏิบัติการเชิงรุกเท่านั้นสามารถป้องกันเหตุร้ายได้ เพราะว่าเมื่อเราเป็นเกมรุกเขาก็จะต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ เมื่อตั้งรับความอิสระในการออกมาก่อเหตุ ก็จะกระทำไม่ได้ เชิงรุกอย่างไรมันก็ขึ้นอยู่กับสภาพในพื้นที่ เช่น พื้นที่ผู้ก่อความไม่สงบจะเข้าไปปฏิบัติ เรามีวิธีการอย่างไรให้เขาเข้ามาไม่ได้ เราทำอย่างไรให้เขาต้องสูญเสียที่มั่น เมื่อเขาสูญเสียที่มั่น ขวัญกำลังใจก็หมดไป ประชาชนซึ่งเป็นคนดู เขาก็ไม่มีทางเลือกที่ดีขึ้น ก่อนหน้านั้นเป็นเขตปลอดภัยของรัฐแต่ในปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป ฝ่ายตรงกันข้ามต้องคอยออกไป เพราะถูกเรากดดันปิดล้อม
 
จ่าเพียร กล่าวอีกว่า อยากเรียนให้ทราบว่า มันเป็นเรื่องยากมากสำหรับที่จะสอนหรือแนะนำหรือกำหนดให้ทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ เพราะสถานการณ์ในพื้นที่มีความแต่ต่างกัน มวลชนแตกต่างกัน โดยเฉพาะรูปแบบผู้ก่อความไม่สงบมีหลายรูปแบบ มีติดอาวุธ ไม่ติดอาวุธ อยู่ในคราบผู้นำศาสนา นักศึกษา เรามีวิธีการดำเนินการกับกลุ่มเหล่านี้แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นจะให้กำหนดตายตัวไม่ได้ เช่น ฆ่าลูกเดียว สมานฉันท์ลูกเดียว การป้องกันปราบปราม ต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์
 
สำหรับการป้องกันปราบปรามในพื้นที่บันนังสตา จ่าเพียรบอกว่า มีความได้เปรียบกลุ่มบุคคลอื่นอยู่คือ ผมเคยอยู่ในพื้นที่มาก่อน เป็นที่รู้จักเกือบทั้งยะลา ความได้เปรียบตรงนี้สามารถให้ผมทำงานได้ผลระดับหนึ่ง อย่างที่เคยบอกให้ประธานและผู้การยะลาทราบแล้วว่า ในการแก้ไขปัญหาบันนังสตานั้น จ่าเพียรใช้ตำรวจ 2 คน นี้หนักมาก คือ จ่าเพียร กับสารวัตรเพียร    ผลการปฏิบัติจึงมีผลเป็นรูปธรรม แต่ถ้าจะให้ครอบคลุม ถ้ามีผู้กำกับเพียรมาช่วยอีกคน คิดว่าคงเป็นประโยชน์ให้กับยะลามากขึ้น ขออนุญาตเป็นการเสริมเล่นเท่านั้น การทำงานไม่เคยคาดหวังว่าต้องการอะไร
 
และนั่น เป็นคำพูดของผู้กำกับเพียรที่กล่าวไว้ในเรื่องของการข่าวและการต่อสู้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่จะต้องมีการปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับสถานการณ์ 
 
จ่าเพียร ยังได้ฝากวาทะกรรมในการปลูกฝังให้ลูกน้องสร้างความรัก ดังนี้ “การทำให้ชาวบ้านเขาเชื่อและศรัทธา ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล เพราะไม่ว่าจะทำการงานใด บุคคลหรือคนเป็นส่วนสำคัญ ตำรวจทุกคนไม่สามารถทำให้คนเชื่อได้ทุกคน หากทำให้ชาวบ้านเพียงคนเดียวเชื่อว่าตำรวจทำได้ จริงใจต่อเขา เขาก็จะมีความศรัทธาและเชื่อถือตัวเรา”
 
๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙๙

คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com