www.narongthai.com  

สวัสดี ทุกท่านที่เข้ามาใช้บริการข้อมูลข่าวสาร กระผมยินดีที่ท่านจะนำข้อมูลจากเว็บไซต์นี้ไปเพื่อการศึกษา ด้วยความยินดีจาก ผม ณรงค์ ชื่นนิรันดร์                                                                                                                                                                                                                                                                            
 

 ณรงค์ ชื่นนิรันดร์

สร้างลิงค์ของโปรไฟล์ในแบบที่เป็นตัวคุณเอง

 

 

 

 

 สถิติวันนี้ 92 คน
 สถิติเมื่อวาน 297 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
11130 คน
88074 คน
1069174 คน
เริ่มเมื่อ 2010-01-13

ชีวิตนักข่าว   สันดานนักข่าว
ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
18 มิถุนายน 2555
 
          วันนี้ผมได้รับเชิญให้ไปพูดเรื่องนักข่าวกับตำรวจ เพื่อให้นายร้อยใหม่ไม่ถอดด้าม ที่ว่าไม่ถอดด้ามก็เพราะว่าตำรวจที่นั่งฟังผมในวันนี้ เป็นตำรวจที่มียศเดิมเป็น นายดาบ และจ่า แล้วก็สอบไปเป็นนายร้อยห้อยกระบี่ 
          ก็เป็นธรรมเนียม หล่ะครับ ก่อนการบรรยายจะต้องทำพิธีเปิด ผู้ที่มาเป็นประธานในวันนี้คือ พล.ต.ท.ธีระพล คุปตานนท์  รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร 9 โดยใช้สถานที่หอประชุม กอ.สสส.จชต. ภายในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ยะลา กว่าจะเปิดเสร็จก็ปาไป ถึงเวลา 09.30 น. ซึ่งรับประทานเวลาที่ผมจะพูดไป 30 นาที นั่นแปลว่า ผมต้องบรรยายเพียง 30 นาที เสร็จแล้วก็กลับสงขลาประมาณนั้น ซึ่งก็ต่อรองกับผู้บริหารโครงการว่า ให้ผมพูดน้อยไป เพราะเตรียมเรื่องมาพูดมาก ผมก็เลยได้พูด 1 ชั่วโมงตามกำหนดการเดิม เอ้อ..โล่งอก อุตส่าห์มาจากสงขลา จะให้พูดแค่ 30 นาที จะได้ยังไง เน้อ ...
          เอาหล่ะ เรามาพูดถึง เรื่องที่ผมจะบรรยาย เรื่องสันดานนักข่าว จริง ๆ ก็ไม่มีหัวข้อนี้หรอกครับ แต่มันแปลได้อย่างผมนี้ ก็เลยต้องพูดถึงสันดานนักข่าว ครับ
          บรรดาผู้หมวดในวัยดึก ตั้งหน้าตั้งฟังผมอย่างตั้งอกตั้งใจ บางคนตาแทบไม่กระพริบ นั่งกอดอกตัวตรง ผมบอกว่า “เพื่อนผมหลายคนก็ได้เป็นผู้หมวดก็รุ่นนี้แหล่ะ นี่ถ้าผมเป็นตำรวจก็เหมือนพวกเรานี่ครับ” เอ้า...ก็แก่พอกันนะซี ครับ แฮ่ ..
          ผมถามว่า ตำรวจกลัวอะไร บางคนก็ตอบไม่ได้ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เพราะเวลาน้อย ผมเลยชิงตอบว่า ตำรวจกลัวนักข่าว โจรกลัวตำรวจ จริงไหมครับ ผู้หมวดหลายคนทำหน้างึกงัก อันเป็นสัญญาณว่าใช่ แล้วทำไมตำรวจกลัวนักข่าว ตามผมมาครับ และไปหาคำตอบด้วยกัน 
          ต้องยอมรับในข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า ตำรวจมีกฎหมายในมือ จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะแสวงหาผลประโยชน์ได้ง่ายกว่าอาชีพอื่น แล้วนักข่าวก็ชอบที่จะขุดคุ้ย การทุจริต อย่ากระนั้นเลย จ้างนักข่าวประจำโรงพัก ทำข่าวประชาสัมพันธ์ซะเลย จะได้ไม่มาขุด ไม่มาคุ้ย ก็จะเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม นี่เห็นไหมครับ นี่คือตำรวจกลัวนักข่าว   แล้วโจรกลัวตำรวจหล่ะ อันนี้ของตายเพราะโจรมีอาญาแผ่นดินปักหลังอยู่ มันต้องกลัวตำรวจอยากที่จะหลีกเลี่ยงได้   เมื่อโจรกลัวตำรวจ ตำรวจก็เลยใช้โจรจับโจร ซะเลย ง่ายดี ไม่ต้องเหนื่อย ไง 
          ผมบอกว่า เพื่อน ๆ นักข่าวหลายคนที่ผมรู้จัก ตอนนี้ตายไปแล้วหลายคน ที่รู้มาตอนนี้ถูกยิงตายไปแล้ว 3 ป่วยตายไป 2 และเกิดอุบัติเหตุตายไปอีก 2 รวมเบ็ดเตล็ด เสร็จสิ้น ตายไปแล้ว 6 คน   แต่สิ่งที่ผมสนใจคือ นักข่าวถูกยิงตาย แล้วทำไมนักข่าวต้องถูกยิงตาย อันนี้แหล่ะที่น่าสนใจ
          นักข่าวบางคน ที่เป็นนักข่าวในท้องถิ่น ส่วนใหญ่ไม่ได้ผ่านการคัดเลือก หรือผ่านการสอบเข้ามา บางคนจึงเอ๊งอ้าง วางกล้ามใหญ่โต ยิ่งกว่าปูดำ ประตูเล็ก ๆ แทบจะเดินเข้าไปไม่ได้ เป็นที่หมั่นไส้ของแหล่งข่าว บางทีก็ลงข่าวโจมตีแหล่งข่าวให้เสียหาย เพื่อที่จะหวังผลประโยชน์ ได้ครั้งที่หนึ่งก็ยังไม่พอ ก็ลงข่าวตีเขาอีก จนแหล่งข่าวทนไม่ไหว ก็เลยให้ลูกปืนไปกินเป็นอาหารว่าง ซึ่งทั้งสามรายก็เป็นแบบนี้แห่ละ ครับ 
          ความจริงผมก็เป็นนักข่าว ที่ทำข่าวมานาน เห็นการพัฒนาการของนักข่าวสายบ้านนอกมาเยอะ ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รวยอะไรมากนะครับ การแต่งตัวให้ใส่สูทผูกเน็คไท ก็ยากแล้วครับ ค่าข่าวก็ไม่ใช่จะได้มาก จนถึงกับซื้อรถซื้อบ้านได้ แต่ที่เห็นเขาทำกันก็เพราะว่ามันเป็นอาชีพ มันเป็นความภูมิใจที่ผลงานได้นำไปตีพิมพ์   ก็เท่านี้จริง ๆ นักข่าวดี ๆ ก็มีนะครับ ก็อย่าไปมองนักข่าวในแง่ลบไปซะหมด
          เอ้า...เอาแค่นี้ก่อน นะ  ถ้าเขียน ไปมากกว่านี้  สงสัยท่านรองจะถูกยิง เหมือนกับไอ้ฤทธิ์กินแบล็ค  
 
888888888888888

คลิ๊กนี้มีความหมาย

ณรงค์ ชื่นนิรันดร์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยถ.สงขลา-เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา 90100 : Webmaster by Narong Cheunniran : อีเมล์ :narongthai53@gmail.com